Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4494/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สินค้าน้ำมันก๊าดไม่มีกลิ่นชื่อว่าเอ็กซอน ดี 60 ที่โจทก์นำเข้ามาในราชอาณาจักร เป็นสินค้าอยู่ในประเภทพิกัดประเภทที่27.10 ข. การที่จำเลยแจ้งการประเมินภาษีสินค้าดังกล่าวว่าอยู่ในประเภทพิกัดที่ 27.10 ฉ. และเรียกเก็บอากรขาเข้า ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มจากโจทก์จึงไม่ชอบ การอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลแม้จะเป็นการเรียกเก็บต่อเนื่องเพื่อเชื่อมโยงอยู่กับการเรียกเก็บอากรขาเข้าก็ไม่มีบทกฎหมายใดสนับสนุนให้อุทธรณ์การประเมินต่ออธิบดีกรมศุลกากรแทนได้ การที่โจทก์โต้แย้งการประเมินไว้ต่ออธิบดีกรมศุลกากรภายใน 30 วันนับแต่ได้รับแจ้งการประเมินจึงไม่ถือว่าเป็นการอุทธรณ์โต้แย้งคัดค้านการประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 แต่ต้องถือว่าในส่วนเกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลโจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้งคัดค้านการประเมินตามประมวลรัษฎากร โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้เพิกถอนการประเมินในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลคงฟ้องให้เพิกถอนการประเมินได้เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับอากรขาเข้า

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 30 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินอากรขาเข้าของจำเลยและให้คืนเงินภาษีอากรที่เรียกเก็บเกินไปพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่าได้ประเมินภาษีอากรสำหรับสินค้าเอ็กซอน ดี 60ที่โจทก์นำเข้า ชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมินภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล ไม่มีอำนาจฟ้องในส่วนนี้ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมิน ให้จำเลยคืนเงินค่าภาษีอากร จำนวน 1,619,291.26 บาท พร้อมดอกเบี้ย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติว่าโจทก์นำเข้าสินค้าพิพาทเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2526 และวันที่ 20กุมภาพันธ์ 2527 โดยสำแดงพิกัดประเภทที่ 27.10 ข. ราคาตันละ510 เหรียญสหรัฐ โจทก์ได้เสียอากรขาเข้า ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลไว้ครบถ้วนแล้ว ต่อมาจำเลยเห็นว่าสินค้าพิพาทอยู่ในพิกัดประเภทที่ 27.10 ฉ. และราคาตันละ 729 เหรียญสหรัฐจึงได้ประเมินให้โจทก์ชำระภาษีเพิ่ม ปรากฏตามแบบแจ้งการประเมินเอกสารหมาย จ.18 และ จ.19 โจทก์ได้ชำระภาษีเพิ่มไปตามที่จำเลยประเมินแล้วรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,619,291.26 บาท แต่โจทก์ได้มีหนังสือโต้แย้งคัดค้านและสงวนสิทธิเรียกร้องเงินภาษีอากรคืนไว้

ปรากฏรายละเอียดตามเอกสารหมาย จ.22 และ จ.23ประเด็นวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่าสินค้าพิพาทจัดอยู่ในพิกัดประเภทที่27.10 ข. หรือ 27.10 ฉ. ราคาอันแท้จริงในท้องตลาดเป็นเท่าใดและโจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกเงินในส่วนที่เป็นภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลคืนหรือไม่ ในประเด็นข้อแรกนั้นตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2503 กำหนดว่าสินค้าพิกัดประเภทที่27.10 ข. ได้แก่ น้ำมันก๊าด (เคโรซีน) และน้ำมันที่จุดให้แสงสว่างที่คล้ายกัน น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน น้ำมันใด ๆ อันมีลักษณะทำนองเดียวกันอื่น ๆ ส่วนพิกัดประเภทที่ 27.10 ฉ. ได้แก่น้ำมันอื่น ๆ เช่น น้ำมันเบรก น้ำมันหล่อลื่น จาระบี อื่น ๆนายสมพงษ์ สันตินานนท์ พยานโจทก์เบิกความว่าสินค้าพิพาทเป็นน้ำมันก๊าดตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ปรากฏตามเอกสารหมาย

จ.8 โจทก์เองเคยวิเคราะห์สินค้าพิพาทในห้องทดลองของโจทก์ได้ผลปรากฏตามเอกสารหมาย จ.10 ซึ่งสอดคล้องกับที่ประกาศของกระทรวงพาณิชย์ดังกล่าวกำหนดไว้ และสินค้าพิพาทจุดไฟได้ จึงจัดอยู่ในพิกัดประเภทที่ 27.10 ข. นายกริช ไชยวานิชผู้ทำการตรวจวิเคราะห์น้ำมันเอ็กซอน ดี 60 พยานจำเลยเบิกความว่าประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับใหม่ในปี 2525 ได้กำหนดเรื่องสีของน้ำมันก๊าดไว้ด้วยแต่สินค้าพิพาทไม่มีสี จึงไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นน้ำมันก๊าด อันเป็นมูลเหตุให้มีการตรวจวิเคราะห์ใหม่ขึ้น แต่นายกริชก็เบิกความตอบคำถามค้านว่าน้ำมันก๊าดเมื่อกลั่นแล้วจะไม่มีสีดังนั้นจึงจะถือเป็นเหตุว่าสินค้าพิพาทไม่มีสี จึงไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นน้ำมันก๊าดไม่ได้

สำหรับเรื่องสีที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงพาณิชย์น่าจะเป็นเรื่องการทำให้เกิดสีเพื่อแสดงความแตกต่างกับน้ำมันชนิดอื่นเท่านั้น ผลของการวิเคราะห์ใหม่ของจำเลยปรากฏตามเอกสารหมาย ล.18 ซึ่งนางสาวพนิดา พิริยากรกุลพยานจำเลยเบิกความประกอบว่าสินค้าพิพาทเป็นปิโตรเลียมสปิริทมีคุณสมบัติสามารถนำไปใช้เป็นตัวทำละลาย ข้อนี้ โจทก์นำสืบว่าน้ำมันก๊าดก็สามารถใช้เป็นตัวทำละลายได้ ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.17แผ่นที่ 5 และ 6 ซึ่งได้ความว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด ก.ศรีไทยการทอใช้น้ำมันก๊าดผสมสำหรับพิมพ์ผ้า อีกทั้งการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเคยมีหนังสือแจ้งไปยัง บริษัทไปเออร์ไทย จำกัด ว่าสามารถนำน้ำมันก๊าดไปผสมเป็นยาฆ่าแมลงและฆ่ายุงได้

ปรากฏตามเอกสารหมายจ.16 ดังนั้น จึงจะถือเอาเรื่องการเป็นตัวทำละลายนี้เป็นลักษณะแตกต่างระหว่างน้ำมันก๊าดกับสินค้าพิพาทหาได้ไม่ นางสาวพนิดาเบิกความอีกตอนหนึ่งว่าน้ำมันก๊าดตามพิกัดที่ 27.10 ข. นั้นจะต้องเป็นน้ำมันที่ใช้กับเครื่องจักร เครื่องยนต์นั้นนายกริชพยานจำเลยก็เบิกความตอบคำถามค้านว่าไม่ได้มีการนำสินค้าพิพาทไปทดลองใช้กับเครื่องจักร เครื่องยนต์ แต่อย่างใด จึงจะเอาเรื่องนี้เป็นลักษณะแตกต่างระหว่างน้ำมันก๊าดกับสินค้าพิพาทโดยตรงไม่ได้เช่นกันส่วนการวิเคราะห์ของนายกริชนั้นก็ได้ความว่าส่วนใหญ่เป็นการศึกษาจากตำรา มิได้ดำเนินการโดยตรงกับสินค้าพิพาท หากแต่ได้มีการส่งสินค้าพิพาทไปตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์บริการปรากฏผลตามรายงานของกรมวิทยาศาสตร์บริการเอกสารหมาย

ล.24ซึ่งผลมีว่าสินค้าพิพาทมีคุณสมบัติบางอย่าง อาจจัดเป็นอินดัสเตรียลโซลเวนท์ ประเภท เฮวี่ ปิโตรเลียมสปิริท ได้ซึ่งเกี่ยวกับน้ำมันโซลเวนท์นี้ อธิบดีกรมสรรพสามิตเคยมีหนังสือแจ้งว่าได้พิจารณาแล้วปรากฏว่าน้ำมันโซลเวนท์ 3040 จัดอยู่ในประเภทน้ำมันก๊าดปรากฏตามเอกสารหมาย จ.9 ดังนั้นผลการตรวจวิเคราะห์ของกรมวิทยาศาสตร์บริการดังกล่าวก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าสินค้าพิพาทมิใช่น้ำมันก๊าด จึงเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานจำเลย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าสินค้าพิพาทจัดอยู่ในพิกัดประเภทที่ 27.10 ข. ดังนั้นการที่โจทก์สำแดงพิกัดสินค้าพิพาทในประเภทที่ 27.10 ข. จึงเป็นการชอบแล้วและเนื่องจากอัตราอากรในสินค้าพิกัดประเภทที่ 27.10 ข. กำหนดให้เสียอากรตามปริมาณของสินค้าซึ่งในขณะนั้นเป็นเงินลิตรละ4 สตางค์ มิได้กำหนดให้เสียอากรตามราคาสินค้า เช่นนี้ จึงไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นเรื่องราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของสินค้าพิพาทเพราะไม่เป็นประโยชน์แก่คดีอย่างใด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่าการประเมินของจำเลยเกี่ยวกับสินค้าพิพาททั้งสองรายการเป็นการไม่ชอบส่วนในประเด็นเรื่องโจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกเงินในส่วนที่เป็นภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลหรือไม่นั้น จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้งการประเมินตามประเมินรัษฎากร มาตรา 30และแม้จะฟังว่าโจทก์อุทธรณ์โต้แย้งการประเมินไว้แล้ว ก็ยังมิได้มีการวินิจฉัยอุทธรณ์โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้อง

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 30 (ก) บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่าถ้าเจ้าพนักงานประเมินผู้ทำการประเมินมีสำนักงานอยู่ในเขตจังหวัดพระนครหรือจังหวัดธนบุรีให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้ากับภาษีบำรุงเทศบาลในคดีนี้ต้องด้วยบทบัญญัติดังกล่าว แม้จะเป็นการเรียกเก็บภาษีการค้ากับภาษีบำรุงเทศบาลซึ่งต่อเนื่องเชื่อมโยงอยู่กับการเรียกเก็บอากรขาเข้าก็ไม่มีบทกฎหมายใดสนับสนุนให้อุทธรณ์การประเมินต่ออธิบดีกรมศุลกากรแทนได้ ทั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก็เป็นหน่วยงานที่ประมวลรัษฎากรกำหนดไว้ต่างหาก จึงจะอนุโลมถือว่าการที่โจทก์ได้โต้แย้งการประเมินไว้ต่อจำเลยภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับแจ้งการประเมินนั้น เป็นการอุทธรณ์โต้แย้งคัดค้านการประเมินภาษีการค้ากับภาษีบำรุงเทศบาลแล้วหาได้ไม่

กรณีถือได้ว่าในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีการค้ากับภาษีบำรุงเทศบาลโจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้งการประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 ดังนั้นโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาล ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่า การอุทธรณ์การประเมินของโจทก์ต่ออธิบดีกรมศุลกากร ถือได้ว่าเป็นการอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าด้วยนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยในข้อนี้ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการประเมินเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับอากรขาเข้าให้จำเลยคืนเงินค่าภาษีอากรขาเข้า จำนวน1,364,055.11 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 626222)

การที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องจำเลยในข้อหาสำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงอากรเป็นเรื่องที่พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งสำนวนไปตามพยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวน อันเป็นขั้นตอนในชั้นสอบสวนคดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11002/2554

จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 112 ฉ ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 7(1) และมาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2540

คดีนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยได้แจ้งการประเมินราคาสินค้าให้โจทก์ชำระภาษีอากรเพิ่มสำหรับใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้าทั้งสองฉบับ โจทก์ได้ชำระอากรขาเข้าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มให้แก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1158/2539

แม้จะฟังว่าตามใบขนสินค้าขาเข้าในคำฟ้องของโจทก์ จำเลยนำเข้ามาเกินกว่า10 ปี นับถึงวันฟ้องแล้วก็ตาม แต่ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 มาตรา 55 วรรคท้าย ให้เริ่มนับอายุความเมื่อพ้นหนึ่งเดือนนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3060/2538

โจทก์มิได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องหรือยื่นอุทธรณ์ต่อศาลภา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้