Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4498/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นในการปลอมเอกสารสำเนาคำสั่งศาลชั้นต้นที่ตั้งให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย แต่การปลอมสำเนาคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นในบริเวณศาล แม้จะมุ่งหมายให้เกิดผลเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และบุคคลทั่วไปหลงเชื่อว่าเป็นคำสั่งของศาลที่แท้จริง แต่ก็ยังไม่อาจนำลำพังความมุ่งหมายให้เกิดผลดังกล่าวมาถือเป็นข้อชี้ขาดว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1),33 จึงไม่อาจลงโทษผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ฐานละเมิดอำนาจศาลได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2544 นายทองจันทร์ นาสิงห์บุตร ได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่มีพินัยกรรมของนางนุ นาสิงห์บุตร ผู้ตาย ต่อศาลชั้นต้นอ้างว่ามีเหตุขัดข้องในการจัดการที่ดินโฉนดเลขที่ 4958, 19300 ตำบลนาหว้า อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น อันเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายแต่จากการไต่สวนของศาลชั้นต้นพบว่าตามสารบัญจดทะเบียนโฉนดที่ดินดังกล่าวมีการตั้งนายทองจันทร์ นาสิงห์บุตร เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายก่อนแล้วโดยอ้างคำสั่งศาลชั้นต้นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 806/2542 ลงวันที่ 30 เมษายน 2542 ตามเอกสารหมาย ล.1 จึงให้เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรมตรวจสอบสารบบคำพิพากษาและสำนวนของศาลชั้นต้นได้ความว่า สำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 806/2542 ดังกล่าวเป็นคดีระหว่างธนาคารอาคารสงเคราะห์โจทก์นางมะลิอร

ทรงสุวรรณหรือทรงสุวรรณ์ จำเลย เรื่อง ยืม จำนอง และไม่ปรากฏว่ามีคำสั่งศาลชั้นต้นตั้งนายทองจันทร์ นาสิงห์บุตร เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ดังนั้น สำเนาคำสั่งศาลชั้นต้นตามเอกสารหมาย ล.1 เป็นเอกสารปลอมอันเป็นการกระทำละเมิดอำนาจศาล ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนโดยกล่าวหานายทองจันทร์ นาสิงห์บุตร เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ให้การว่าได้ว่าจ้างให้นายนิพนธ์ บุตรเวียงพันธ์ เป็นทนายความในคดีร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกและได้รับคำสั่งศาลปลอมจากนายนิพนธ์ บุตรเวียงพันธ์ จึงได้กล่าวหานายนิพนธ์ บุตรเวียงพันธ์ เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ด้วยศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งตั้งผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนางนุ

นาสิงห์บุตร ผู้ตายตามเอกสารหมาย ล.1 เป็นเอกสารปลอมและผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ปลอมหรือมีส่วนร่วมในการปลอมคำสั่งศาลถือว่าเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1),33 มีคำสั่งให้ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 จำคุก 6 เดือน ให้นับโทษของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 คดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ในคดีหมายเลขแดงที่ พิเศษ 1/2543 และคดีหมายเลขแดงที่ พิเศษ 2/2544 ของศาลชั้นต้น ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ไม่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นการกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ โดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนของศาลชั้นต้นจะฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 จะมีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นในการปลอมเอกสารสำเนาคำสั่งศาลชั้นต้นตามเอกสารหมาย ล.1 ที่ตั้งให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของนางนุ นาสิงห์บุตร ผู้ตาย ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยก็ตามแต่เมื่อทางไต่สวนไม่ปรากฏว่าการปลอมสำเนาคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวได้เกิดขึ้นในบริเวณศาล แม้การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 จะมุ่งหมายให้เกิดผลเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และบุคคลทั่วไปหลงเชื่อว่าเป็นคำสั่งของศาลที่แท้จริงอันเกิดจากการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นซึ่งเป็นการกระทำที่มิได้เคารพเกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองที่สมควรอย่างยิงจะลงโทษให้หลาบจำและมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป แต่ก็ยังไม่อาจนำลำพังความมุ่งหมายให้เกิดผลดังกล่าวมาถือเป็นข้อชี้ขาดว่า

การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ดังกล่าวเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31(1), 33 จึงไม่อาจลงโทษผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ฐานละเมิดอำนาจศาลได้ กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นในการปลอมเอกสารสำเนาคำสั่งศาลชั้นต้นหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ฟังขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ไม่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1), 33 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย พงษธา · ประสพสุข บุญเดช · จรัส พวงมณี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3395/2566

ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 31 (1), 33 กฎหมายดังกล่าวให้ศาลมีอำนาจพิเศษในการสั่งลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องมีผู้ใดร้องขอหรือเป็นโจทก์ฟ้อง ส่วนความผิดของจำเลยคดีนี้เป็นเรื่องปลอมเอกสารและใช้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3147/2562

การที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นำที่ดินที่มีสภาพเป็นสระน้ำขนาดใหญ่เช่นเดียวกับคดีนี้ไปใช้เป็นหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 1874/2545 ของศาลอาญาธนบุรี และผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ยังผิดสัญญาป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2559

ข้อความที่ผู้ถูกกล่าวหาลงแสดงในเฟซบุ๊กมีข้อความที่ไม่เป็นความจริงกล่าวหาว่าศาลดำเนินคดีไม่เป็นธรรม และไปถ่ายรูปในบริเวณศาลนำมาลงประกอบข้อความเท็จของตนในเฟซบุ๊กว่าศาลเรียกเงิน และมีข้อความลงข่มขู่ศาลว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6294/2558

ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเป็นความผิดต่อศาล และการลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลย่อมเป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานเท่าที่ไต่สวนมายังไม่อาจรับฟังได้อย่างสนิทใจ เห็นคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4923/2557

บทบัญญัติเรื่องละเมิดอำนาจศาลเป็นกฎหมายพิเศษที่ศาลมีอำนาจค้นหาความจริงได้โดยการไต่สวนและไม่จำต้องกระทำต่อหน้าจำเลยดังเช่นการพิจารณาคดีอาญาทั่วไป กรณีเช่นนี้จึงไม่อาจนำ ป.วิ.อ. มาตรา 173 วรรคสอง มาใช้บ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้