Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4519/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างกำหนดความผิดและมาตรการการลงโทษไว้ ซึ่งประกอบด้วยโทษสถานเบาสถานปานกลาง สถานหนักและโทษทางวินัย ส่วนกรณีความผิดอื่นที่ไม่ระบุในข้อบังคับให้ทำการพิจารณาโดยหัวหน้างานหรือฝ่ายจัดการเพื่อเปรียบเทียบการลงโทษ ลูกจ้างชกต่อยผู้บังคับบัญชาในขณะกำลังเปลี่ยนกะพนักงานต่อหน้าพนักงานอื่นจำนวนมาก ด้วยสาเหตุเนื่องมาจากการทำงาน ถือว่าเป็นความผิดกรณีร้ายแรงเปรียบเทียบได้กับโทษทางวินัย คือ เจตนากระทำผิดอาญาต่อนายจ้าง ซึ่งมีโทษให้ออกโดยไม่จ่ายเงินชดเชย และถือว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอันเป็นกรณีร้ายแรงนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 583 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 68

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์เมาสุราแล้วทำร้ายร่างกายผู้บังคับบัญชาต่อหน้าพนักงานของจำเลยเป็นจำนวนมากเป็นการกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรงจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่ได้กระทำผิดระเบียบข้อบังคับฯ เอกสารหมาย ล.4 เป็นกรณีที่ร้ายแรง ความผิดเป็นกรณีที่ร้ายแรงอยู่ในข้อ 9.4 มิใช่ข้อ 9.5ข้อ 9.5 ไม่ใช่ความผิดเป็นกรณีที่ร้ายแรง ทั้งยังกำหนดไว้อย่างเคลือบคลุมเป็นการกำหนดไว้ลอย ๆ ไม่สมบูรณ์ถูกต้องตามกฎหมายไม่เป็นธรรม การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ จำเลยจะต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยตามคำฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วระเบียบข้อบังคับฯ เอกสารหมาย ล.4 กำหนดความผิดและการลงโทษไว้เป็น 3 สถานคือ ข้อ 9.1 โทษสถานเบา ข้อ 9.2 ความผิดสถานปานกลางทั้งข้อ 9.1 และข้อ 9.2 ต่างมีมาตรการการลงโทษแยกไว้ต่างหากจากกัน และข้อ 9.3 โทษสถานหนักซึ่งมีอยู่ตามข้อ 9.3.1 ถึงข้อ 9.3.9และมีมาตรการ การลงโทษ 2 ประการคือ กระทำผิดครั้งที่ 1 ให้พักงานหรือตัดค่าแรง กระทำผิดครั้งที่ 2 ให้ออกโดยไม่จ่ายค่าชดเชยสำหรับข้อ 9.4 นั้น แท้จริงหาได้อยู่ในความผิดสถานเบา สถานปานกลางหรือสถานหนักประการใดไม่ แต่เป็น "โทษทางวินัย" อันกำหนดขึ้นต่างหากจากข้อ 9.1 ข้อ 9.2 และข้อ 9.3 ข้อ 9.4 มีความว่า"9.4 โทษทางวินัย9.4.1 พยายามสืบรู้การผลิต การค้า หรือธุรกิจของบริษัทฯ และรับประโยชน์จากการนี้เพื่อตนเองหรือบุคคลอื่น9.4.2 เจตนากระทำความผิดอาญาต่อนายจ้างหรือบริษัทฯ9.4.3 กระทำให้บริษัทได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยการปล่อยข่าวลือไปในทางเสีย9.4.4 ประมาทเลินเล่อจนเป็นเหตุให้บริษัทฯ หรือนายจ้างได้รับความเสียหายอย่างหนัก9.4.5 ขาดงานติดต่อกัน 3 วันทำงานโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร9.4.6 ถูกศาลตัดสินจำคุกมาตรการการลงโทษ

กระทำผิดครั้งที่ 1 ให้ออกโดยไม่จ่ายเงินชดเชย"สำหรับข้อ 9.5 ที่ศาลแรงงานกลางปรับความผิดแก่โจทก์นั้นมีความว่า"9.5 การเปรียบเทียบลักษณะความผิดความผิดอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับนี้ ให้ทำการพิจารณาโทษโดยหัวหน้างาน หรือฝ่ายจัดการเพื่อเปรียบเทียบการลงโทษโดยยุติธรรม พนักงานจะปฏิเสธการตัดสินของหัวหน้างาน หรือฝ่ายจัดการไม่ได้"ตามระเบียบข้อบังคับ เอกสารหมาย ล.4 ที่ศาลฎีกายกขึ้นกล่าวข้างต้น เห็นได้ว่าการกระทำของโจทก์หาได้เข้าเกณฑ์ที่ระบุไว้เป็นความผิดสถานเบาตามข้อ 9.1 ความผิดสถานปานกลางข้อ 9.2โทษสถานหนักข้อ 9.3 และโทษทางวินัยข้อ 9.4 ไม่ การกระทำของโจทก์จึงเข้าลักษณะความผิดอื่น ๆ ตามข้อ 9.5 ที่ให้ฝ่ายนายจ้างมีอำนาจเปรียบเทียบการลงโทษได้

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ชกต่อยนายยุทธ คันธวงศ์ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์ ในขณะที่กำลังเปลี่ยนกะพนักงานต่อหน้าพนักงานของจำเลยจำนวนมาก ด้วยสาเหตุเนื่องจากการทำงานนั้นนอกจากจะเป็นการกระทำผิดอาญาซึ่งมีโทษตามกฎหมายแล้ว ยังเป็นการกระทำที่ได้ชื่อว่าเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง โดยมีลักษณะเป็นพาล ก้าวร้าวไม่ให้เกียรติผู้บังคับบัญชาและเป็นผลมาจากการไม่ปฏิบัติตามระเบียบวินัยของสถานที่ทำงานไม่เคารพยำเกรงผู้บังคับบัญชาผู้ซึ่งได้ปฏิบัติการตามหน้าที่อันเป็นการกระด้างกระเดื่องต่อการบังคับบัญชา ย่อมทำให้จำเลยเสียหายด้านการปกครอง จึงเป็นความผิดกรณีร้ายแรง เปรียบเทียบได้กับโทษทางวินัยข้อ 9.4.2 ที่ว่า เจตนากระทำผิดอาญาต่อนายจ้างหรือบริษัทฯ ซึ่งมีมาตรการการลงโทษกระทำผิดครั้งที่ 1 ให้ออกโดยไม่จ่ายเงินชดเชย และถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงตามความหมายในประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) ด้วยจำเลยมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2543

โจทก์ทำงานอยู่แผนกจัดส่ง มีหน้าที่รับส่งและบรรจุน้ำมันลงถังการที่ ว. หัวหน้าแผนกซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์สั่งให้โจทก์ไปตักน้ำมัน และไขน้ำมันจากท่อน้ำรวมในโรงงานซึ่งมีน้ำสกปรกไหลผ่าน เป็นการสั่งให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1076/2541

เมื่อตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ว่าด้วยวินัยและโทษทางวินัย ข้อ 3.2.1 จำเลยกำหนดให้พนักงานต้องบันทึกเวลาเข้าทำงานและเลิกงานด้วยตนเองทุกครั้ง ห้ามบันทึกเวลาแทนผู้อื่นหรือรู้เห็นเป็นใจให้ผู้อื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2541

ขณะเกิดเหตุ โรงแรมจำเลยกำลังมีงานจัดเลี้ยงภายในบริเวณโรงแรม โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยดื่มสุรามึนเมาภายในบริเวณโรงแรมเมื่อพ้นเวลาปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วสามชั่วโมง แต่โจทก์ยังอยู่ในชุดทำงานและมิได้ตอกบัตรล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้