Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีตามฟ้องโจทก์มีทุนทรัพย์ไม่ถึง 5,000 บาท ส่วนคดีตามฟ้องแย้งของจำเลยก็มีทุนทรัพย์ไม่ถึง 5,000 บาทฟ้องเดิมกับฟ้องแย้งเป็นคนละคดีจะถือเอาทุนทรัพย์รวมกันเพื่อพิจารณาว่าฎีกานั้นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 หรือไม่ ย่อมไม่ได้ ฎีกาจำเลยจึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ และเรียกค่าเสียหาย ฯลฯจำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายและห้ามโจทก์และบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องกับที่พิพาท ฯลฯศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เป็นให้ยกฟ้องแย้งจำเลยเสียด้วยจำเลยฎีกาศาลชั้นต้นเห็นว่าฎีกาจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริง แต่ทุนทรัพย์ตามฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งจำเลยรวมกันเกิน 5,000 บาท จึงให้รับฎีกาไว้ศาลฎีกาเห็นว่า ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาข้อเท็จจริง และเห็นว่าทุนทรัพย์ตามฟ้องของโจทก์นั้นคือค่าเสียหาย 2,000 บาท รวมกับราคาที่ดินพิพาทราคา 500 บาท เท่านั้น คดีตามฟ้องของโจทก์จึงมีทุนทรัพย์รวมกันไม่ถึง 5,000 บาท

ส่วนคดีตามฟ้องแย้งของจำเลยจำเลยเรียกค่าเสียหายมา 4,295 บาท และฟ้องแย้งบังคับเอาที่พิพาทราคา 500 บาทนั้นด้วย จึงรวมเป็นทุนทรัพย์ตามฟ้องแย้ง 4,795 บาท ยังไม่ถึง 5,000 บาท ฟ้องเดิมกับฟ้องแย้งเป็นคนละคดี จึงถือเอาทุนทรัพย์จากสองคดีนี้รวมกันไม่ได้ในการที่จะพิจารณาว่าฎีกานั้นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 หรือไม่พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย ไม่รับวินิจฉัยให้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิม ทัตภิรมย์ · ศริ มลิลา · เสลา หัมพานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้