Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 453/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข.และ น. เจ้ามรดกร่วมกันทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกของตนให้แก่มูลนิธิ "ขุนและนางนิกรนรารักษ์" (โดยได้ระบุทรัพย์มรดกไว้โดยเฉพาะหลายอย่าง) ทั้งได้ระบุไว้ในพินัยกรรมด้วยว่า "ทรัพย์สินอื่น ๆ ของข้าพเจ้านอกจากที่ระบุไว้ข้างต้น ถ้าผู้ทำพินัยกรรมคนใดคนหนึ่งวายชนม์ลง ให้ตกเป็นของผู้ทำพินัยกรรมคนที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ผู้เดียว ผู้อื่นจะเกี่ยวข้องมิได้เป็นอันขาด" เช่นนี้เห็นได้ว่าทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ระบุยกให้แก่มูลนิธิ ถ้าผู้ทำพินัยกรรมคนใดคนหนึ่งวายชนม์ลงให้ตำเป็นของผู้ทำพินัยกรรมคนที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ผู้เดียว เมื่อ ข.ตายไปก่อน น. ทรัพย์สินที่มิได้ระบุไว้จึงตกได้แก่ น. เมื่อ น.ตายโโยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ก็ตกได้แก่ทายาทโดยธรรมของ น.โจทก์และบุคคลอื่นที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการจัดการทรัพย์มรดกของมูลนิธิตามพินัยกรรมจึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของ น. ส่วนที่มิได้ทำพินัยกรรมไว้ และไม่มีสิทธิขอเพิกถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกดังกล่าวของ น.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากนางบรรจง ณ บางช้าง ได้ยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกของนางนิกรณ์รักษ์เจ้ามรดก โดยอ้างว่าไม่มีพินัยกรรม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลจังหวัดสมุทรสงครามไต่สวนแล้วมีคำสั่งตั้งให้นางบรรจง ณ บางช้าง เป็นผู้จัดการมรดกของนิกรนรารักษ์ตามคำร้องขอ ต่อมานายแพทย์บุญเติม ดิลกวิลาศผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดสมุทรสงครามยื่นคำร้องว่านางนิกรนรารักษ์เจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมเกี่ยวกับทรัพย์มรดกไว้ซึ่งนายบรรจง ณ บางช้าง ทราบดีกลับปกปิดความจริงโดยยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ว่าไม่มีพินัยกรรมเป็นการท้องเท็จ ไม่มีความเหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกต่อไป และจะเกิดความเสียหายแก่กองมรดกของนางนิกรนรารักษ์ ผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยเป็นผู้จัดการมรดกของนางนิกรนรารักษ์ตามพินัยกรรมดังกล่าว จึงขอให้มีคำสั่งเพิกถอนนางบรรจง ณ บางช้าง จากผู้จัดการมรดกและตั้งผู้ร้องพร้อมด้วยบุคคลผู้มีชื่อตามพินัยกรรมเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้ต่อไป

นางบรรจง ณ บางช้างผู้ร้องเดิมยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้ร้องมิได้มีส่วนได้เสียในกองมรดกรายนี้ ตามพินัยกรรมฉบับท้ายคำร้องข้อ ๑ (๑) ได้ระบุทรัพย์สินเฉพาะอย่างไว้ว่าถ้าทั้งสองคนหรือคนใดตายลงให้ทรัพย์สินนี้ตกแก่มูลนิธิและวรรคหลังระบุว่าทรัพย์สินนอกจากที่กล่าวไว้ในวรรคแรก ถ้าคนใดตายลงก็ให้ตกเป็นของคนที่ยังอยู่ ย่อมแสดงว่าผู้ทำพินัยกรรมมีเจตนายกทรัพย์เฉพาะส่วนให้มูลนิธิ จึงได้แยกทรัพย์ไว้ต่างหากจากกัน ห้ามมิให้บุคคลอื่นเกี่ยวข้อง เมื่อขุนนิกรนรารักษ์ได้ตายลงก่อนนางนิกรนรารักษ์ ทรัพย์สินเฉพาะส่วนนี้จึงตกได้แก่นางนิกรนรารักษ์ และเมื่อนางนิกรนรารักษ์ตายในภายหลัง ก็ไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินส่วนนี้ให้แก่ผู้ใด จึงเป็นมรดกตกแก่ทายาทโดยธรรมไม่ได้

ตกได้แก่มูลนิธิและกรรมการจัดการมรดกจะเข้ามายุ่งเกี่ยวไม่ได้ และไม่มีอำนาจจัดการมรดกที่ผู้คัดค้านจัดการอยู่ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นเรียกนายแพทย์บุญเติม ดิลกวิลาศผู้ร้องว่าโจทก์เรียกนางบรรจง ณ บางช้าง ผู้คัดค้านว่าจำเลย และวินิจฉัยว่าจำเลยร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกเฉพาะส่วนที่ไม่มีพินัยกรรมเท่านั้น ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนนางบรรจง ณ บางช้าง จากการเป็นผู้จัดการมรดก และมีคำสั่งตั้งให้โจทก์กับบุคคลที่ระบุไว้ในพินัยกรรมเป็นกรรมการผู้จัดการมรดกของนางนิกรนรารักษ์ตามพินัยกรรมของขุนและนางนิกรนรารักษ์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามข้อความในพินัยกรรมข้อ ๑ (๑) เจ้ามรดกทั้งสองคืนขุนนิกรนรารักษ์และนางนิกรนรารักษ์มีเจตนาที่จะยกทรัพย์มรดกของตนให้แก่มูลนิธิ "ขุนและนางนิกรนรารักษ์ เฉพาะทรัพย์สินที่ระบุไว้ในพินัยกรรมเท่านั้น ส่วนทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ระบุไว้ข้างต้นเจ้ามรดกหามีความประสงค์ให้ตกได้แก่มูลนิธิดังกล่าวไม่ ดังเห็นได้ว่าได้ระบุแยกไว้ในวรรคท้ายว่าทรัพย์สินอื่นนอกจากที่ระบุไว้ข้างต้น ถ้าผู้ทำพินัยกรรมคนใดคนหนึ่งวายชนม์ลงให้ตกเป็นของผู้ทำพินัยกรรมคนที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ผู้เดียว หากเจ้ามรดกมีเจตนาที่จะให้ทรัพย์มรดกตกได้แก่มูลนิธิทั้งหมดแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องระบุแยกไว้ตามข้อ ๑ (๑) วรรคแรกกับวรรคท้ายเช่นนั้น

เมื่อขุนนิกรนรารักษ์เจ้ามรดกคนหนึ่งตายไปก่อน ทรัพย์สินตามข้อ ๑ (๑) วรรคท้ายจึงตกได้แก่นางนิกรนรารักษ์ผู้ยังมีชีวิตอยู่ต่อมา และเมื่อนางนิกรนรารักษ์ตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้ผู้ใดไว้ จึงเป็นมรดกไม่มีพินัยกรรมและตกได้แก่ทายาทโดยธรรม โจทก์และบุคคลอื่นที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการจัดการทรัพย์มรดกของมูลนิธิจึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของนางนิกรนรารักษ์ ส่วนที่มิได้ทำพินัยกรรมไว้และไม่มีสิทธิขอเพิกถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกดังกล่าว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · จันทร์ ระรวยทรง · โสพิทย์ คังคะเกตุ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายสุพิน ไชยชาญ
ศาลอุทธรณ์ - นายวัฒน์ ผดุงจิตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2210/2559

การร้องขอถอนผู้จัดการมรดกก่อนปันมรดกเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 เป็นเรื่องอำนาจฟ้องหรืออำนาจยื่นคำร้องอันเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6595/2538

พินัยกรรมไม่ลงวันเดือนปีในการทำพินัยกรรมจึงมิได้ทำตามแบบที่กฎหมายบัญญัติไว้ย่อมเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1705ทรัพย์มรดกของผู้ตายจึงตกได้แก่ทายาทโดยธรรมของผู้ตายเสมือนหนึ่งมิได้มีการทำพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4044/2567

แม้เอกสารจะมีข้อความบางตอนเป็นตัวพิมพ์ โดยตอนบนตรงกลางมีหัวข้อพิมพ์ว่าหนังสือพินัยกรรม จากนั้นมีการพิมพ์ตัวหนังสือแล้วเว้นช่องว่างให้ผู้ทำพินัยกรรมเขียนหรือกรอกข้อความเกี่ยวกับสถานที่ วัน เดือน ปี ที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14777/2558

พินัยกรรมระบุยกทรัพย์สินทั้งหมดของผู้ตายให้แก่บุตรทั้งสาม คือ เด็กหญิง บ. เด็กชาย ฉ. และเด็กหญิง ก. ดังนั้นแม้จะฟังว่า ผู้คัดค้านเป็นบุตรของผู้ตายที่ผู้ตายรับรองแล้วอันถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9317/2556

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 วรรคหนึ่งอ้างเหตุเพียงประการเดียวว่า ผู้ร้องไม่แบ่งปันทรัพย์มรดกของผู้ตายในเวลาอันสมควร ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1732 บัญญัติว่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้