คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์จำเลยไม่ชำระ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดบ้าน 1 หลังตู้เย็น 1 เครื่อง โทรทัศน์ 1 เครื่อง ตู้ไม้ 1 หลัง และชุดรับแขก1 ชุด ประกาศขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดอ้างว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นของผู้ร้องโจทก์ให้การว่า ทรัพย์ดังกล่าวเป็นของจำเลย ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขัดทรัพย์ผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์คือบ้าน ตู้เย็น โทรทัศน์และชุดรับแขก ซึ่งมีราคารวมกันไม่เกินสองหมื่นบาท
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องสำหรับตู้เย็น โทรทัศน์และชุดรับแขก มิใช่เป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224การที่ศาลอุทธรณ์สั่งรับอุทธรณ์และวินิจฉัยข้อเท็จจริงในอุทธรณ์ส่วนนี้ให้ จึงไม่ชอบ ต้องถือว่าปัญหาเกี่ยวกับตู้เย็นโทรทัศน์และชุดรับแขก ยุติตามคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น และไม่ถือว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ฎีกาของผู้ร้องในข้อนี้จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย แล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าบ้านที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกคำร้องมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน