Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4536/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่จำเลยฎีกาว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับและค้นห้องพักของจำเลยในยามวิกาลโดยไม่มีหมายจับและหมายค้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้จำเลยเพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา มิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยจึงมีสิทธิฎีกา เจ้าพนักงานตำรวจได้สืบทราบมาก่อนว่า จำเลยลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน วันเกิดเหตุ (1 พฤษภาคม 2540)ร้อยตำรวจเอก ศ. กับพวก ได้วางแผนจับกุมโดยไปซุ่มดูพฤติการณ์ของจำเลย เห็นรถบรรทุกสิบล้อประมาณ 3 ถึง 4 คัน ขับมาจอดที่หน้าร้านจำเลยโดยไม่ได้เติมน้ำมันแล้วคนขับรถบรรทุกสิบล้อเข้าไปส่งธนบัตรให้จำเลย จำเลยเอี้ยวตัวไปหยิบสิ่งของจากชั้นวางของด้านหลังส่งให้เชื่อว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้คนขับรถบรรทุกสิบล้อ ร้อยตำรวจเอก ศ. จึงเข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ และได้แสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงานป.ป.ส. ขอตรวจค้นที่ชั้นวางของเป็นจุดแรก พบเมทแอมเฟตามีน2 เม็ด อยู่ใต้กล่องยากันยุงบนชั้นวางของใกล้กับที่นั่งของจำเลยกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในห้องพักอันเป็นที่รโหฐาน ประกอบมีเหตุอันควรเชื่อว่า หากไม่ดำเนินการทันทียาเสพติดอาจถูกโยกย้าย ร้อยตำรวจเอก ศ. จึงมีอำนาจตรวจค้นเคหสถานและจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในเวลากลางคืนหลังจากพระอาทิตย์ตกดินได้โดยไม่ต้องมีหมายจับหรือหมายค้นตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติดพ.ศ. 2519 มาตรา 14 ทั้งจำเลยก็ยินยอมให้เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นแต่โดยดีสิ่งของที่ค้นได้ทั้งหมดรวมทั้งที่ค้นได้จากในห้องพักของจำเลยจึงใช้เป็นพยานหลักฐานได้ กรณีไม่ต้องพิจารณาว่ามีเหตุที่ค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 92(1) ถึง (5)หรือไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2540 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 2 เม็ด น้ำหนัก 0.14 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายและยึดได้หลอดกาแฟ 12 หลอด หลอดกาแฟตัดเป็นท่อนรวม13 ท่อน เทียนไข 1 เล่ม อันเป็นทรัพย์ที่จำเลยมีไว้ใช้ในการกระทำผิดเป็นของกลาง เมทแอมเฟตามีนของกลางหมดไปในการตรวจวิเคราะห์ ส่วนของกลางอื่นเจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 15, 66, 67, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33และริบของกลางที่เจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่งให้จำคุก 5 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยมิได้โต้แย้งกันฟังได้เป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นร้านอาหารโกแดงเมืองตรังของจำเลยซึ่งตั้งอยู่ในปั๊มน้ำมันดอนกลางออยล์ พบเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ดบรรจุอยู่ในหลอดกาแฟปิดหัวท้ายซุกซ่อนอยู่ใต้กล่องยากันยุงบนชั้นวางของใกล้กับที่จำเลยนั่งและตรวจค้นห้องพักของจำเลยพบหลอดกาแฟสีขาวที่ยังไม่ได้ตัด 12 หลอด

หลอดกาแฟที่ตัดเป็นท่อน ๆ แล้ว 13 ท่อน เทียนไขใช้แล้ว 1 เล่ม และธนบัตรจำนวน26,000 บาทเศษ จึงยึดไว้เป็นของกลาง จำเลยรับว่าของกลางดังกล่าวเป็นของจำเลยจริงปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจเอกศรายุทธคงทอง และสิบตำรวจตรีโดม ฤทธิเดช เป็นพยานเบิกความประกอบกันว่าก่อนทำการจับกุมประมาณ 1 เดือน ได้สืบทราบมาก่อนว่า จำเลยลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามรายงานเอกสารหมาย จ.1 วันเกิดเหตุได้วางแผนจับกุมโดยไปซุ่มดูพฤติการณ์ของจำเลยห่างจากร้านจำเลยประมาณ 30 เมตร เห็นรถบรรทุกสิบล้อประมาณ 3 ถึง 4 คัน ขับมาจอดที่หน้าร้านจำเลยโดยไม่ได้เติมน้ำมัน แล้วคนขับรถบรรทุกสิบล้อเข้าไปส่งธนบัตรให้จำเลยแล้วจำเลยเอี้ยวตัวไปหยิบสิ่งของจากชั้นวางของด้านหลังส่งให้

เชื่อว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้คนขับรถบรรทุกสิบล้อจึงเข้าไปแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ และร้อยตำรวจเอกศรายุทธได้แสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ขอตรวจค้นและพบของกลางดังกล่าว ฝ่ายจำเลยมีตัวจำเลยนางเฉลียว ทองใบ ภรรยาของจำเลยและนางหม่อน ศิริพรรณ ลูกจ้างของจำเลยเบิกความว่า เมทแอมเฟตามีน2 เม็ด ของกลาง จำเลยมีไว้เพื่อเสพแก้ง่วงนอน หลอดกาแฟที่ยังไม่ได้ตัดไว้ใช้สำหรับดื่มเครื่องดื่ม หลอดกาแฟที่ตัดแล้วเป็นหลอดกาแฟที่ใช้บรรจุเมทแอมเฟตามีน จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีนแล้วทิ้งไว้เทียนไขไว้ใช้จุดเมื่อไฟฟ้าดับ ส่วนธนบัตรจำเลยได้มาจากการขายอาหารและเก็บไว้เป็นค่าเช่าร้านและค่าจ้างลูกจ้าง เห็นว่า จำเลยเบิกความรับว่าร้อยตำรวจเอกศรายุทธกับพวกได้ตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีน2 เม็ด ที่ชั้นวางของ

หลังจากนั้นจึงได้ไปค้นห้องพักของจำเลยจึงน่าเชื่อว่าร้อยตำรวจเอกศรายุทธและสิบตำรวจตรีโดมเห็นจำเลยหยิบสิ่งของจากชั้นวางของส่งให้คนขับรถบรรทุกสิบล้อ 3 ถึง 4 คนจริงจึงได้ทำการตรวจค้นที่ชั้นวางของเป็นจุดแรก ส่วนหลอดกาแฟจำนวน12 หลอด และหลอดกาแฟที่ตัดเป็นท่อน ๆ แล้ว 13 ท่อน ที่พบในห้องพักของจำเลยก็เป็นชนิดและสีเดียวกันกับหลอดที่ใช้บรรจุเมทแอมเฟตามีนที่พบนชั้นวางของ ไม่มีเหตุผลที่จำเลยจะทิ้งหลอดที่ใช้แล้วไว้ในห้องพักก่อนทำการจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจก็ได้เฝ้าดูพฤติการณ์ของจำเลยมาก่อนและพบว่า จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจริง ตามรายงานข่าวสารเอกสารหมาย จ.1 โดยไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานดังกล่าวมีสาเหตุโกรธเคืองอย่างใดกับจำเลย

พยานหลักฐานโจทก์มีเหตุผลเพียงพอฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้องที่จำเลยฎีกาว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับและค้นห้องพักของจำเลยในยามวิกาลโดยไม่มีหมายจับและหมายค้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้จำเลยเพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา มิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่ก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยจึงมีสิทธิฎีกา และเห็นว่าในการจับกุมและตรวจค้นดังกล่าว มีร้อยตำรวจเอกศรายุทธเป็นผู้ดำเนินการ หลังจากค้นพบเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ด อยู่ใต้กล่องยากันยุงบนชั้นวางของใกล้กับที่นั่งของจำเลย กรณีจึงมีเหตุอันควรสงสัยว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในห้องพักอันเป็นที่รโหฐานนั้นประกอบมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากไม่ดำเนินการทันทียาเสพติดอาจถูกโยกย้าย

เมื่อร้อยตำรวจเอกศรายุทธได้แสดงบัตรประจำตัวเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ให้จำเลยดูแล้วร้อยตำรวจเอกศรายุทธจึงมีอำนาจตรวจค้นเคหสถานและจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในเวลากลางคืนหลังจากพระอาทิตย์ตกดินได้โดยไม่ต้องมีหมายจับหรือหมายค้น ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519มาตรา 14 ทั้งจำเลยก็ยินยอมให้เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นแต่โดยดีการกระทำของเจ้าพนักงานตำรวจชอบด้วยกฎหมาย สิ่งของที่ค้นได้จึงใช้เป็นพยานหลักฐานได้ กรณีจึงไม่ต้องพิจารณาว่า มีเหตุที่ค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 92(1) ถึง (5) ตามที่จำเลยฎีกาหรือไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ผล อนุวัตรนิติการ · พิชิต คำแฝง · สมศักดิ์ เทวรักษ์กุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้