Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2505 (เลขอ้างอิง 45366)

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นชายพูดต่อหน้าผู้เสียหายซึ่งเป็นภริยาผู้ใหญ่บ้านว่า 'เมียผู้ใหญ่บ้านนี้แต่งตัวสวยน่าอยากล่ำสักที'ซึ่งหมายความว่าผู้เสียหายแต่งตัวสวยอยากเย็ดสักทีนั้นคำที่จำเลยกล่าว และวิธีที่จำเลยกล่าว ฟังได้ว่าเป็นการดูหมิ่นผู้เสียหายซึ่งหน้าแล้ว (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8/2505

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองต่างกล่าววาจาดูหมิ่นนางปรุง สายทองภริยานายสมหมาย สายทอง ผู้ใหญ่บ้านซึ่งหน้า โดยนายปัญญากล่าวว่า"เมียผู้ใหญ่บ้านนี้แต่งตัวสวยน่าอยากร่ำสักที" พลตำรวจบุญเหลือกล่าวว่า "เมียผู้ใหญ่บ้านนี้แต่งตัวสวยจริงน่าอยากร่ำจริง" ซึ่งหมายความว่านางปรุงแต่งตัวสวยอยากเย็ดสักที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393จำเลยทั้งสองปฏิเสธศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยไปจับสุราที่เรือนนางมืดน้องผู้เสียหายแล้วจะพานางมืดไปอำเภอ นางมืดแวะบอกผู้เสียหายซึ่งเป็นภริยาผู้ใหญ่บ้านและขอให้ไปเป็นเพื่อด้วยผู้เสียหายแต่งตัวแล้วลงเรือนมา พอเดินผ่านจำเลย ๆ ก็พูดถ้อยคำที่มีความหมายดังที่โจทก์แปลไว้ในฟ้อง จึงพิพากษาว่า

จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393 ปรับคนละหนึ่งร้อยบาทจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาพิเคราะห์ข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาแล้วเห็นว่า จำเลยได้พูดว่าเมียผู้ใหญ่บ้านแต่งตัวสวยจริงอยากล่ำสักที แต่ประโยคที่ว่าอยากล่ำสักทีนั้น ในคำฟ้องใช้คำว่า อยากร่ำสักที คำว่า อยากร่ำสักที ไม่มีความหมายอะไร แต่คำว่าอยากล่ำสักที มีความหมายดังที่กล่าวในคำฟ้องเห็นได้ว่า คำที่กล่าวในคำฟ้อง คำว่า ร่ำ นั้นใช้ตัวอักษรแห่งถ้อยคำผิดพลาดไปเพียงตัวเดียวคือ แทนที่จะใช้อักษร"ล" แต่กลับใช้อักษร "ร" เท่านั้น ถ้อยคำในประโยคที่กล่าวในคำฟ้องย่อมเข้าใจได้ว่ามีความหมายดังที่กล่าวในคำฟ้อง ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า ผู้เสียหายเป็นหญิง จำเลยเป็นชายคำที่จำเลยกล่าวและวิธีที่จำเลยกล่าว ฟังได้ว่าเป็นการดูหมิ่นผู้เสียหายซึ่งหน้า การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 393พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
คร้าม สิวายะวิโรจน์ · การุณย์นราทร · สนิท สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6794/2561

ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยหมิ่นประมาทโจทก์อันเป็นการกระทำโดยการโฆษณา ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328 จึงเป็นฟ้องที่ไม่ครบองค์ประกอบความผิด คำฟ้องของโจทก์ในความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328 เป็นค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13173/2558

การดูหมิ่นผู้อื่น หมายถึง การดูถูกเหยียดหยาม สบประมาทหรือทำให้อับอาย การวินิจฉัยว่าการกล่าวดูหมิ่นผู้อื่นหรือไม่ จึงต้องพิจารณาว่าถ้อยคำที่กล่าวเป็นการดูถูกเหยียดหยามสบประมาทผู้ที่ถูกกล่าวหรือเป็นการท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3711/2557

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 393 ฐานดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายกับจำเลยอยู่ห่างไกลกันคนละอำเภอ แต่องค์ประกอบความผิดตาม ป.อ. มาตรา 393 นั้น ถ้าเป็นการกล่าวด้วยวาจา ผู้กระทำต้องกล่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8919/2552

การดูหมิ่นผู้อื่น หมายถึง การดูถูกเหยียดหยาม สบประมาท หรือทำให้อับอาย การวินิจฉัยว่าการกล่าววาจาอย่างไรเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นหรือไม่ จึงต้องพิจารณาว่าถ้อยคำที่กล่าวเป็นการดูถูกเหยียดหยาม สบประมาทผู้ที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1623/2551

การดูหมิ่นผู้อื่นอันเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 393 หมายถึง การดูถูกเหยียดหยาม สบประมาท หรือทำให้อับอาย การวินิจฉัยว่าการกล่าววาจาอย่างไรเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นหรือไม่จึงต้องพิจารณาว่าถ้อยคำที่กล่าวเป็นกา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้