Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4551/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาเช่าตึกแถวพิพาทกำหนดระยะเวลาเช่า 8 เดือนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนตุลาคม 2539 ถ้าผู้เช่าผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าถือว่าสัญญาเช่าระงับลงโดยไม่ต้องบอกกล่าว จำเลยชำระค่าเช่าถึงเดือนสิงหาคม2539 แล้วผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าอีก ดังนี้ สัญญาเช่าตึกแถวพิพาทเป็นสัญญาเช่ามีกำหนดระยะเวลาแน่นอน เมื่อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าต้องถือว่าสัญญาเช่าระงับโดยไม่ต้องบอกกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 388 ฉะนั้น โจทก์จึงไม่จำต้องบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าให้จำเลยทราบก่อนชั่วระยะเวลาเช่าตามมาตรา 566

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1412 พร้อมตึกแถวเลขที่ 1108, 1110, 1112, 1114,1116 และ 1118 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากตึกแถวที่เช่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเช่าที่ค้างชำระและค่าเสียหายถึงวันฟ้องจำนวน 580,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์กับค่าเสียหายอีกเดือนละ 120,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากตึกแถวของโจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ทั้งสี่ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและตึกแถวพิพาทตามฟ้อง โจทก์ทั้งสี่จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยที่ 1 และบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวเลขที่ 1108, 1110, 1112, 1114, 1116 และ 1118ถนนทรงวาด

แขวงจักรวรรดิ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าจำนวน 100,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 40,000 บาท นับแต่เดือนพฤษภาคม 2539 จนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 160,000 บาท กับค่าเสียหายอีกเดือนละ 40,000 บาท นับแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2540 ซึ่งเป็นวันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยที่ 1 และบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งสี่ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ5,000 บาท ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสี่สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ทั้งสี่กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์ทั้งสี่และจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าให้จำนวน 100,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 70,000 บาท

นับแต่เดือนตุลาคม 2539 จนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 280,000 บาท กับค่าเสียหายอีกเดือนละ 70,000 บาท นับแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2540ซึ่งเป็นวันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยที่ 1 และบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวพิพาทแก่โจทก์ทั้งสี่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เกินแก่โจทก์ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ทั้งสี่ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดีในชั้นอุทธรณ์โจทก์ทั้งสี่และจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2539 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาเช่าตึกแถวเลขที่ 1108, 1110, 1112, 1114, 1116 และ 1118 จากโจทก์ทั้งสี่ ตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวพิพาท มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1ประเด็นแรกว่าโจทก์ทั้งสี่มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงโจทก์ทั้งสี่นำสืบว่าโจทก์ทั้งสี่เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 1412 ตำบลจักรวรรดิ์อำเภอสัมพันธวงศ์ ตามโฉนดเอกสารหมาย จ.9 ตึกแถวทั้ง 6 คูหาปลูกสร้างอยู่บนที่ดินดังกล่าว จำเลยที่ 2 เบิกความรับว่าเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทกับโจทก์ที่ 2 มาประมาณ 20 ถึง 30 ปี แล้ว โดยทำสัญญาเช่าครั้งละ 2 ถึง 3 ปีฉะนั้นเมื่อโจทก์ทั้งสี่เป็นเจ้าของที่ดินที่ตึกแถวพิพาทปลูกสร้างอยู่จึงย่อมมีกรรมสิทธิ์ในตึกแถวด้วยจำเลยที่ 1 ยอมรับว่าทำสัญญากับโจทก์จริง

โจทก์ทั้งสี่จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยที่ 1 ได้ปัญหาว่าการบอกเลิกสัญญาเช่าของโจทก์ทั้งสี่จะต้องแจ้งให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าทราบล่วงหน้าก่อนชั่วระยะเวลาการเช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 566 หรือไม่ เห็นว่าตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 1 กำหนดระยะเวลาเช่า8 เดือนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2539 ถึงเดือนตุลาคม 2539 ค่าเช่าเดือนละ 50,000 บาท ข้อ 3 กำหนดให้ผู้เช่าชำระค่าเช่าภายในวันที่ 1ของทุก ๆ เดือน ถ้าผู้เช่าผิดนัดไม่ชำระค่าเช่า ถือว่าสัญญาเช่าระงับลงโดยไม่ต้องบอกกล่าว ข้อเท็จจริงโจทก์ทั้งสี่ยืนยันว่า จำเลยที่ 1ชำระค่าเช่าถึงเดือนสิงหาคม 2539 แล้ว ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าอีกเห็นว่าสัญญาเช่าตามเอกสารหมาย

จ.1 เป็นสัญญาเช่ามีกำหนดระยะเวลาแน่นอนเมื่อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าต้องถือว่าสัญญาเช่าระงับโดยไม่ต้องบอกกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 388 ฉะนั้นโจทก์ทั้งสี่จึงไม่จำต้องบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าให้จำเลยที่ 1 ทราบก่อนชั่วระยะเวลาเช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 566 ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นสำหรับปัญหาค่าเสียหายนั้นเห็นสมควรวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ทั้งสี่และจำเลยที่ 1 รวมกันไป โจทก์ทั้งสี่ฎีกาว่า เมื่อจำเลยที่ 1ผิดสัญญาเช่าแล้วตามสัญญาข้อ 4 กำหนดให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายอีกเดือนละไม่น้อยกว่า 120,000 บาท โจทก์ทั้งสี่มีสิทธิเรียกค่าเช่าที่ค้างชำระเป็นเงิน 50,000 บาท และค่าเสียหายอีก120,000 บาท ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายส่วนนี้ 70,000 บาทนั้นน้อยเกินควร แต่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า

ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวมากเกินควรและไม่ควรเกินเดือนละ 30,000 บาท เห็นว่า การกำหนดค่าเสียหายตามสัญญาข้อ 4 นั้น เป็นการกำหนดค่าเสียหายล่วงหน้าอันมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 379 ซึ่งถ้าศาลเห็นว่าเบี้ยปรับนั้นสูงเกินควรจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ตึกแถวทั้ง 6 คูหาตั้งอยู่ที่ถนนทรงวาด แขวงจักรวรรดิ์เขตสัมพันธวงศ์ อันเป็นเขตย่านการค้า ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายเมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าเดือนละ 70,000 บาท โดยคิดค่าเช่าที่ค้างชำระรวมกับค่าเสียหายตามสัญญาข้อ 4 นั้น นับว่าเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสี่และจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุมิตร สุภาดุลย์ · สุทิน ปัทมราชวิเชียร · สมชัย เกษชุมพล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้