Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4556/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ส่งมอบรถยนต์พิพาทคืนแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ร่วมกันใช้ราคารถยนต์พิพาท จำเลยทั้งสี่ให้การว่า รถยนต์พิพาทสูญหายไป เห็นว่าจำเลยทั้งสี่ไม่อาจคืนรถยนต์พิพาทแก่โจทก์ ซึ่งหากจำเลยทั้งสี่ต้องชำระราคารถยนต์พิพาทให้โจทก์ จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้กับจำเลยร่วม และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ในฐานะผู้ค้ำประกันที่จะต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ชดใช้ราคารถยนต์พิพาทให้โจทก์ ย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเรียกค่าทดแทนสำหรับความเสียหายของรถยนต์พิพาทจากจำเลยร่วมผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าว จำเลยทั้งสี่จึงขอให้เรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นคู่ความในคดีนี้ได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) และเมื่อศาลชั้นต้นได้มีหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นคู่ความในคดีตามที่จำเลยทั้งสี่ขอดังกล่าวแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาให้จำเลยร่วมชดใช้ค่าเสียหายที่จำเลยร่วมต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัยให้โจทก์ได้ ไม่ถือว่าเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 466,200 บาท และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน 124,708.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 590,908.50 บาท กับค่าเสียหายอีกเดือนละ 13,856.50 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะส่งมอบรถยนต์คืนหรือใช้ราคารถยนต์และค่าเสียหายเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสี่ให้การและแก้ไขคำให้การว่า รถยนต์ที่เช่าซื้อได้ถูกคนร้ายโจรกรรมไป จำเลยที่ 1 จึงไม่สามารถส่งมอบรถยนต์คืนแก่โจทก์ได้ แต่รถยนต์ที่เช่าซื้อมีประกันภัยความเสียหายจากภัยโจรกรรมไว้แก่บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด ในมูลประกันภัย 300,000 บาท โดยโจทก์เป็นผู้รับประโยชน์ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้แจ้งให้บริษัทผู้รับประกันภัยทราบเพื่อขอรับชำระหนี้ให้โจทก์แล้ว โจทก์จึงไม่เสียหาย และโจทก์คิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา

จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด ผู้รับประกันภัยรถยนต์คันที่เช่าซื้อเข้ามาเป็นจำเลยร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การว่า จำเลยร่วมไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ เพราะโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ให้รับผิดฐานผิดสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน ไม่เกี่ยวกับสัญญาประกันภัย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินจำนวน 57,517.24 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 กันยายน 2540 ซึ่งเป็นวันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยร่วมชำระเงินจำนวน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 กันยายน 2540 ซึ่งเป็นวันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสี่และจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยทั้งสี่และจำเลยร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ สำหรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสี่ให้ยก คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยทั้งสี่ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมอื่นในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสี่และจำเลยร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยร่วมมีว่า จำเลยร่วมต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ จำเลยร่วมฎีกาเมื่อรถยนต์พิพาทสูญหาย โจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิเรียกร้องต่อจำเลยร่วมโดยตรงตามสัญญาประกันภัย แต่โจทก์กลับใช้สิทธิเรียกร้องต่อจำเลยทั้งสี่ตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันซึ่งเป็นมูลหนี้ต่างหากจากมูลหนี้ที่จำเลยร่วมต้องรับผิด จำเลยร่วมจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันส่งมอบรถยนต์พิพาทคืนแก่โจทก์หากคืนไม่ได้ให้ร่วมกันใช้ราคารถยนต์พิพาท จำเลยทั้งสี่ให้การว่า รถยนต์พิพาทสูญหายไป เห็นได้ว่าจำเลยทั้งสี่ไม่อาจคืนรถยนต์พิพาทให้แก่โจทก์ ซึ่งหากจำเลยทั้งสี่ต้องชำระราคารถยนต์พิพาทแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้เอาประกันภัยรถยนต์พิพาทไว้แก่จำเลยร่วม กับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ในฐานะผู้ค้ำประกันที่ต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ใช้ราคารถยนต์พิพาทแก่โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องจำเลยร่วมให้ใช้ค่าทดแทนตามสัญญาประกันภัยได้ จำเลยทั้งสี่จึงขอให้เรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นคู่ความในคดีนี้ได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) และเมื่อศาลชั้นต้นได้มีหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นคู่ความในคดีตามคำขอของจำเลยทั้งสี่ดังกล่าวแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาให้จำเลยร่วมใช้ค่าเสียหายที่จำเลยร่วมต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัยแก่โจทก์ได้ ไม่ถือว่าเป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ฎีกาของจำเลยร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยร่วมฎีกาว่า

จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า สัญญาประกันภัยในคดีนี้เป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอก สิทธิของโจทก์จะเกิดขึ้นตั้งแต่เวลาที่แสดงเจตนาแก่จำเลยร่วมว่าโจทก์จะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้น เมื่อโจทก์ยังมิได้แสดงเจตนาแก่จำเลยร่วมจะถือเอาประโยชน์จากสัญญาประกันภัยดังกล่าว โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนจากจำเลยร่วมตามสัญญาประกันภัย แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า จำเลยร่วมมิได้ให้การต่อสู้คดีในปัญหาดังกล่าวไว้จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ทั้งมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยร่วมข้อนี้ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน แต่ไม่คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยทั้งสี่ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระชาติ เอี่ยมประไพ · สุรพล เจียมจูไร · พลรัตน์ ประทุมทาน
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสมจิตร์ ทองศรี
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญศักดิ์ คงฤทธิแสง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้