Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4578/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันหนี้ค่าเช่าซื้อที่ ส. มีอยู่ต่อบริษัท ม. ต่อมาโจทก์ได้ชำระหนี้ที่ ส. มีอยู่แก่บริษัท ม. หลังจากที่ ส. ถึงแก่ความตาย โจทก์จึงเป็นผู้รับช่วงสิทธิของการเป็นเจ้าหนี้แทนบริษัท ม. ที่จะฟ้องไล่เบี้ยเอาแก่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของ ส. ผู้ตาย สิทธิไล่เบี้ยของโจทก์เพิ่งมีขึ้นในวันที่โจทก์ชำระหนี้แก่บริษัท ม. อันเป็นเวลาหลังจากที่ ส. ถึงแก่ความตาย โจทก์จึงมิใช่มีฐานะเป็นเจ้าหนี้ในอันที่จะใช้สิทธิไล่เบี้ยอยู่ในขณะที่ ส. ถึงแก่ความตาย เพราะสิทธิไล่เบี้ยของโจทก์เกิดขึ้นหลังจากการตายของ ส. ผ่านพ้นไปแล้ว อายุความในการใช้สิทธิไล่เบี้ยของโจทก์ดังกล่าวไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 จะนำอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1754 วรรคสาม ซึ่งเป็นอายุความสิทธิเรียกร้องที่เจ้าหนี้มีต่อเจ้ามรดกมาใช้ไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 216,275.25 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปแก่โจทก์จนกว่าจะเสร็จสิ้น และให้จำเลยใช้ค่าติดตามกับค่าดำเนินคดี 50,000 บาท

จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องและให้บังคับโจทก์ชำระหนี้แก่จำเลย 201,115 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งไปจนกว่าชำระเสร็จแก่จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความเป็นพับ (ที่ถูก ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความตามฟ้อง และฟ้องแย้งให้เป็นพับ)

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นในส่วนฟ้องแล้วให้พิจารณาพิพากษาใหม่ในประเด็นที่ว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายไสว ผู้ตาย จะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เพียงใด นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้โจทก์ทั้งหมด ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากค่าขึ้นศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า นายไสว ผู้ตายทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์แทรกเตอร์จากบริษัทเมืองทองมอเตอร์ร้อยเอ็ด จำกัด มีโจทก์เป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมาผู้ตายถึงแก่ความตาย และศาลจังหวัดมหาสารคามมีคำสั่งตั้งจำเลยซึ่งเป็นภรรยาของผู้ตายเป็นผู้จัดการมรดก บริษัทเมืองทองมอเตอร์ร้อยเอ็ด จำกัด เป็นโจทก์ฟ้องผู้ตายและโจทก์เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ให้รับผิดตามสัญญาเช่าซื้อ ศาลจังหวัดร้อยเอ็ดมีคำพิพากษาให้ผู้ตายและโจทก์รับผิดต่อบริษัทเมืองทองมอเตอร์ร้อยเอ็ด จำกัด ต่อมาบริษัทเมืองทองมอเตอร์ร้อยเอ็ด จำกัด ขอหมายบังคับคดียึดทรัพย์โจทก์ และโจทก์ชำระหนี้ให้บริษัทเมืองมอเตอร์ร้อยเอ็ด จำกัด ไปแล้ว

โจทก์จึงฟ้องจำเลยในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายในคดีนี้ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า นายไสวเจ้ามรดกถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2542 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2553 คดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคท้าย นั้น เห็นว่า สิทธิเรียกร้องที่โจทก์มีต่อจำเลยเกิดจากการที่โจทก์ได้ชำระหนี้ที่นายไสวมีอยู่ต่อบริษัทเมืองทองมอเตอร์ร้อยเอ็ด จำกัด ในฐานะที่โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันหนี้ค่าเช่าซื้อที่นายไสวมีอยู่ต่อบริษัท โจทก์จึงเป็นผู้รับช่วงสิทธิของการเป็นเจ้าหนี้แทนบริษัทเมืองทองมอเตอร์ร้อยเอ็ด จำกัด ที่ฟ้องไล่เบี้ยเอาแก่จำเลย

สิทธิไล่เบี้ยของโจทก์เพิ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2553 และวันที่ 28 มิถุนายน 2553 ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันได้ชำระหนี้จำนวน 216,275.25 บาท ให้แก่บริษัทเมืองทองมอเตอร์ร้อยเอ็ด จำกัด อันเป็นเวลาหลังจากที่นายไสวเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย โจทก์จึงมิใช่มีฐานะเป็นเจ้าหนี้ในอันที่จะใช้สิทธิไล่เบี้ยอยู่ในขณะที่นายไสวถึงแก่ความตาย โดยในขณะเกิดสิทธิไล่เบี้ยการตายของนายไสวได้ผ่านพ้นไปแล้ว อายุความในการใช้สิทธิไล่เบี้ยของโจทก์ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันตามสัญญาค้ำประกันไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 จะนำอายุความ 1 ปี ตามมาตรา 1754 วรรคสาม ซึ่งเป็นอายุความสิทธิเรียกร้องที่เจ้าหนี้มีต่อเจ้ามรดกมาใช้ไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อธิป จิตต์สำเริง · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · สุริยง ลิ้มสถิรานันท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายวีรวัฒน์ เพ็ชรสม
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายพินิจ เพชรรุ่ง
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.3156/2555
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1964/2553
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ216/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4557/2566

โจทก์ฟ้องโดยไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือมาแสดง แต่โจทก์มีหนังสือรับสภาพหนี้มีใจความว่าผู้ตายเป็นหนี้โจทก์ โดยนำโฉนดที่ดินมาให้ยึดถือไว้เป็นประกัน และจำเลยในฐานะทายาทของผู้ตายรับจะชดใช้เงิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6494/2557

โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการที่ ก. ลูกจ้างกระทำละเมิดและกระทำผิดสัญญาจ้างแรงงาน คดีระหว่างโจทก์และ ก. จึงมีอายุความสิบปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 แต่เมื่อ ก. ถึงแก่ความตาย กรณีจึงต้องบังคับตามมาตรา 17…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5002/2557

วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องกรณีผู้ให้เช่าซื้อเรียกให้ผู้เช่าซื้อชดใช้ค่าขาดราคาและค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถกรณีผู้เช่าซื้อประพฤติผิดสัญญาตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12 เริ่มนับเมื่อสัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลง ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8904/2557

คดีขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 และมาตรา 1710 หรือไม่ มิใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) จำเลยต้องแสดงโดยชัดแจ้งในคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13273/2557

แม้ จ. จะทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองยกที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 1407 ให้จำเลยคนเดียวก็ตาม แต่ในขณะที่ จ. ยังมีชีวิตอยู่พินัยกรรมยังไม่มีผลบังคับ จ. ผู้ทำพินัยกรรมสามารถทำนิติกรรมผูกพันทรัพย์ที่ระบุไว้ใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้