Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4583/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เสียหายพูดรบเร้าให้ ส.ทำบันทึกเรื่องที่ง.ลักวิทยุเทปของผู้เสียหายไป จำเลยว่าผู้เสียหายพูดไม่รู้เรื่องและตบหน้าผู้เสียหาย ผู้เสียหายลุกขึ้นถีบจำเลย พวกที่มาด้วยกันเข้าห้าม เมื่อผู้เสียหายเดินลงจากบ้านจำเลยไป จำเลยถือมีดปลายแหลมวิ่งไล่ฟันผู้เสียหายถูกที่บริเวณศีรษะด้านหลังได้รับอันตรายแก่กายสาหัส แม้มีดที่จำเลยใช้ฟันผู้เสียหายยาวประมาณ 12 นิ้ว ใบมีดกว้างประมาณ 3.9 เซนติเมตร และจำเลยฟันถูกศีรษะ ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญแต่การที่จำเลยวิ่งไล่ฟันผู้เสียหายข้างหลัง จำเลยไม่มีโอกาสเลือกฟันได้ถนัด จำเลยฟันผู้เสียหายเพียงครั้งเดียวและมีโอกาสฟันซ้ำแต่ไม่ฟัน พฤติการณ์ดังกล่าวยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 228, 80 จำคุก 12 ปี ของกลางริบจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังยุติในเบื้องต้นว่าวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมไม่มีด้าม ยาวประมาณ12 นิ้ว ใบมีดกว้างประมาณ 3.9 เซนติเมตร ฟันนายประสิทธิ์ทองดอนยอด ผู้เสียหายถูกที่บริเวณศีรษะด้านหลังได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ปรากฏตามผลรายงานการชันสูตรบาดแผลหรือศพของแพทย์ คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายและนายภราดรทองดอนเปลี่ยน เป็นพยานโดยพยานทั้งสองเบิกความว่าวันเวลาเกิดเหตุผู้เสียหายไปดื่มสุราบนบ้านจำเลยผู้เสียหายกล่าวหาว่านายงามทองเต่าหมก ลักวิทยุเทปของผู้เสียหายไปนายงามรับว่าเอาไปขายแล้วจะใช้เงินให้ ผู้เสียหายจึงไปตามนายสำราญ

ทองเต่าหมกผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลหนองหลุม อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ให้มาเขียนบันทึก นายสำราญบอกว่าจะทำให้ในวันรุ่งขึ้นผู้เสียหายพูดรบเร้าให้นายสำราญทำเดี๋ยวนั้นหลายครั้ง จำเลยหาว่าผู้เสียหายพูดไม่รู้เรื่องและได้ตบหน้าผู้เสียหาย 2 ครั้งผู้เสียหายลุกขึ้นถีบจำเลย พวกที่มาด้วยเข้าห้าม ผู้เสียหายลงจากบ้านจำเลยเดินไปห่างบันไดบ้านประมาณ 2 เมตร เหลียวไปเห็นจำเลยเดินถือมีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุต ตามมาและแทงตรงหน้าอกขวาผู้เสียหาย ผู้เสียหายหลบทันแล้วหันหลังจะวิ่งหนีจำเลยใช้มีดดังกล่าวฟันผู้เสียหายถูกที่บริเวณศีรษะด้านหลังข้างขวาล้มลงหมดสติไป เห็นว่าขณะที่ผู้เสียหายหันไปดูจำเลยเห็นจำเลยอยู่ห่างเพียง 1 เมตร

ถ้าจำเลยแทงผู้เสียหายจริง ๆ ในระยะห่างเพียงเล็กน้อยเท่านี้ จำเลยน่าจะแทงถูกได้ความว่าขณะนั้นผู้เสียหายมีอาการมึนเมา ไม่น่าจะหลบได้ทัน นายทวีชัยทองดอนเปลี่ยน พยานโจทก์อีกคนหนึ่งซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุเบิกความว่า จำเลยถือมีดปลายแหลมมาหยุดยืนห่างผู้เสียหายประมาณ1 เมตร ขณะนั้นผู้เสียหายยืนหันหน้าไปทางจำเลย จำเลยได้ใช้มีดดังกล่าวแทงผู้เสียหาย คำเบิกความดังกล่าวจึงขัดกับคำเบิกความของผู้เสียหายและนายภราดร ทำให้คำเบิกความของผู้เสียหายและนายภราดรมีน้ำหนักน้อยลง นอกจากนี้ในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพว่าได้ใช้มีดปลายแหลมฟันผู้เสียหายที่ศีรษะครั้งเดียวพยานหลักฐานโจทก์ในชั้นนี้ฟังได้ว่าจำเลยใช้มีดปลายแหลมฟันผู้เสียหายเพียง 1 ครั้ง

ฎีกาจำเลยส่วนนี้ฟังขึ้น มีปัญหาต่อไปว่าจำเลยกระทำโดยป้องกันตัวหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า จำเลยกำลังเดินไปแจ้งนายสำราญว่าผู้เสียหายพกพาอาวุธปืนและก่อการวิวาทผู้เสียหายวิ่งเข้ามาจะชกต่อยจำเลยจึงปัดมีดไปถูกผู้เสียหาย1 ที เห็นว่าผู้เสียหายมีบาดแผลที่ศีรษะด้านหลังข้างขวา ไม่ใช่ด้านหน้า ถ้าผู้เสียหายวิ่งเข้าไปหาจำเลย ผู้เสียหายน่าจะถูกหน้า คำเบิกความของจำเลยจึงไม่มีเหตุผล ไม่อาจรับฟังมีดข้างหน้า คำเบิกความของจำเลยจึงไม่มีเหตุผล ไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำโดยป้องกันตัว ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นแต่ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยตามฟ้องเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนานั้น แม้จะได้ความว่ามีดปลายแหลมที่จำเลยใช้ฟันผู้เสียหายยาวประมาณ 12 นิ้วใบมีดกว้างประมาณ 3.9 เซนติเมตร และจำเลยฟันถูกศีรษะซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ แต่การที่จำเลยวิ่งไล่ฟันผู้เสียหายข้างหลังจำเลยไม่มีโอกาสเลือกฟันได้ถนัด

ได้ความจากนายทวีชัย ทองดอนเปลี่ยนพยานโจทก์ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุเบิกความว่า หลังจากที่ผู้เสียหายถูกฟันแล้วนายวิทย์ รักษาธูป กับนายภราดร ทองดอนเปลี่ยนเข้าประคองผู้เสียหายส่วนตัวจำเลยยังไม่มีใครเข้าไปดึงหากจำเลยจะฟันซ้ำก็ฟันได้ ต่อมานางยม ภรรยาจำเลยกับนายอ่ำคงเพชรดี เข้ามาดึงตัวจำเลยไป ที่นายวิทย์ รักษาธูปว่าถ้าไม่มีคนห้ามแล้ว จำเลยคงจะฟันซ้ำอีกก็เป็นการคาดคะเนของพยานเองยังไม่พอฟังว่าจำเลยตั้งใจจะเข้าฟันผู้เสียหายอีก

ศาลฎีกาเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย ฎีกาส่วนนี้ของจำเลยฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 วางโทษจำคุก 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสาม ให้จำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 4 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · นาม ยิ้มแย้ม
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2562 (เลขอ้างอิง 636366)

การที่จำเลยทั้งสี่กับพวกขับรถจักรยานยนต์ติดตามผู้เสียหายมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 2 และ น. มีมีดติดตัวไปด้วย แม้มีดที่ น. พาติดตัวไปจะมีขนาดใหญ่เป็นที่สังเกตเห็นได้โดยง่ายแก่บุคคลทั่วไปรวมทั้งจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 619414)

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 10 มีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80 ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 75 จำคุก 16 ปี 8 เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5904/2553

จำเลยใช้อาวุธปืนยิงสวนผู้เสียหายไปในทันทีทันใดในท่านอนตะแคง โดยไม่มีโอกาสเลือกยิงจุดสำคัญของร่างกายผู้เสียหาย เมื่ออาวุธปืนโดยสภาพย่อมเป็นอาวุธที่ใช้ทำอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ในทันทีทันใด ประกอบกับกระสุน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7205/2544

จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และพวกทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการในการกระทำความผิดดังกล่าวจึงต้องรับผิดในผลของการกระทำของจำเลยที่ 1 และพวกที่ร่วมกระทำผิดด้วยกันเสมือนหนึ่งเป็นการกระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10189/2539

จำเลยใช้มีดดาบตัวมีดยาวประมาณ ๑๘ นิ้ว ด้ามมีดยาวประมาณ๑๓ นิ้ว เป็นอาวุธฟันโจทก์ร่วมที่ใบหน้าซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ และโจทก์ร่วมมีบาดแผลลึกถึงกระดูก แต่บริเวณใบหน้ามิใช่ส่วนหนาของร่างกายและไม่ปรากฏว่ากระด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้