Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4586/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ตามคำฟ้องของโจทก์จะเป็นเรื่องที่โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องของบริษัทจำเลยร่วมซึ่งเป็นลูกหนี้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 233 แต่ปัญหาว่าจำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามที่ฟ้องหรือไม่ มิได้พิจารณาแต่เพียงว่าโจทก์เป็นเจ้าหนี้ของบริษัทจำเลยร่วมซึ่งเพิกเฉยไม่ใช้สิทธิเรียกร้องที่ตนมีอยู่หรือไม่เท่านั้น แต่ยังมีประเด็นปัญหาที่ต้องพิจารณาว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ของบริษัทจำเลยร่วมหรือไม่ เพียงใด นอกจากนี้ศาลยังต้องพิจารณาให้ได้ความว่า บริษัทจำเลยร่วมขัดขืนไม่ยอมใช้สิทธิเรียกร้องหรือเพิกเฉยไม่ใช้สิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลยจนเป็นเหตุให้โจทก์ต้องเสียประโยชน์หรือไม่อีกด้วย จำเลยให้การว่าจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ในบริษัทจำเลยร่วม และไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยร่วมโดยอ้างเหตุแห่งการปฏิเสธ คำให้การของจำเลยจึงเป็นการปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์โดยชัดแจ้งรวมทั้งเหตุแห่งการปฏิเสธว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 749,850 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินจำนวนดังกล่าวนับถึงวันฟ้องเป็นเงิน 18,027.22 บาท และนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทรวมทรัพย์ รีไซเคิล จำกัด เข้ามาเป็นจำเลยร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยร่วมขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 749,850 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันผิดนัด (วันที่ 26 ธันวาคม 2556) จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องมิให้คำนวณเกิน 18,027.22 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นโดยคู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นฎีกาว่า บริษัทรวมทรัพย์ รีไซเคิล จำกัด จำเลยร่วมมีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญทั้งสิ้น 1,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท มีผู้ถือหุ้นสามัญ 3 คน ซึ่งชำระค่าหุ้นไว้เพียงหุ้นละ 25 บาท ต่อมามีการจดทะเบียนเลิกบริษัท และผู้ชำระบัญชีได้จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2555 หลังจากนั้นโจทก์ตรวจสอบพบว่าบริษัทจำเลยร่วมชำระภาษีไว้ไม่ถูกต้องจึงออกหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มไปยังผู้ชำระบัญชีรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,505,377 บาท และไม่มีการอุทธรณ์การประเมินภาษีดังกล่าว โจทก์ไม่สามารถบังคับชำระหนี้ภาษีอากรค้างดังกล่าวได้ และตรวจสอบแล้วเชื่อว่า

จำเลยเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยร่วมจำนวน 9,998 หุ้น และยังค้างชำระมูลค่าหุ้นอยู่ก่อนจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีเป็นเงิน 749,850 บาท โจทก์จึงใช้สิทธิของเจ้าหนี้มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระมูลค่าหุ้นดังกล่าวแต่จำเลยไม่ชำระ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ที่รับฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยร่วมและยังค้างชำระมูลค่าหุ้นจำนวน 749,850 บาท โดยวินิจฉัยว่า คำให้การของจำเลยมิได้ให้การปฏิเสธโดยชัดแจ้งพร้อมทั้งเหตุแห่งการปฏิเสธในประเด็นตามคำฟ้องของโจทก์ จึงต้องถือว่าจำเลยยอมรับตามคำฟ้องโจทก์แล้วว่าจำเลยเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยร่วมซึ่งยังส่งใช้เงินค่าหุ้นไม่เต็มมูลค่าหุ้น

นั้น เป็นคำวินิจฉัยที่ไม่ชอบ เห็นว่า แม้ตามคำฟ้องของโจทก์จะเป็นเรื่องที่โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 233 แต่ปัญหาว่าจำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์ตามที่ฟ้องหรือไม่ มิได้พิจารณาแต่เพียงว่าโจทก์เป็นเจ้าหนี้ของบริษัทจำเลยร่วมซึ่งเพิกเฉยไม่ใช้สิทธิเรียกร้องที่ตนมีอยู่หรือไม่เท่านั้น แต่ยังมีประเด็นปัญหาที่ต้องพิจารณาว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ของบริษัทจำเลยร่วมหรือไม่ เพียงใด นอกจากนี้ศาลยังต้องพิจารณาให้ได้ความว่า บริษัทจำเลยร่วมขัดขืนไม่ยอมใช้สิทธิเรียกร้องหรือเพิกเฉยไม่ใช้สิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลยจนเป็นเหตุให้โจทก์ต้องเสียประโยชน์หรือไม่อีกด้วย ตามคำให้การจำเลยแม้จะไม่ได้ต่อสู้ว่าบริษัทจำเลยร่วมเป็นลูกหนี้ค่าภาษีอากรต่อโจทก์จริงหรือไม่

อันมีผลเป็นการยอมรับข้อเท็จจริงว่าบริษัทจำเลยร่วมค้างชำระหนี้ภาษีอากรต่อโจทก์จริงตามคำฟ้อง แต่จำเลยยังคงต่อสู้ว่าจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ในบริษัทจำเลยร่วม และไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยร่วมโดยอ้างเหตุแห่งการปฏิเสธว่า มีผู้นำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยไปใช้โดยมิชอบ และลงลายมือชื่อปลอมของจำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำเลยร่วม ตลอดจนจดทะเบียนเลิกบริษัทและจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีคำให้การของจำเลยจึงเป็นการปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์โดยชัดแจ้งรวมทั้งเหตุแห่งการปฏิเสธว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง แล้ว หาใช่จำเลยยอมรับว่าจำเลยเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำเลยร่วมและค้างชำระมูลค่าหุ้นอยู่ตามที่โจทก์ฟ้องดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยไม่ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปกิต สุวรรณพรหมา · วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์ · ประมวล สุขสมพร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นางมาริสา รัฐปัตย์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายบัณฑิต รชตะนันทน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2335/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ639/2557
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ487/2558
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้