Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4589/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานที่ได้รู้เห็นขณะที่จำเลยเข้าไปในห้องนอนของนางน. ผู้ตายเพื่อฆ่าข่มขืนผู้ตายและพยายามฆ่าเด็กชายจ. แต่โจทก์มีพยานแวดล้อมคือพนักงานสอบสวนตรวจพบเส้นขนอวัยวะเพศของจำเลยตกอยู่ในห้องที่เกิดเหตุและที่ร่างกายของจำเลยพบร่องรอยของการต่อสู้เป็นบาดแผลรอยถูกเล็บมือข่วน2แห่งที่ปลายแขนซ้ายด้านนอกและด้านหน้าอีกทั้งตรวจค้นพบของกลางเป็นนาฬิกาข้อมือของจำเลยที่สายหนังมีรอยคราบโลหิตติดอยู่ดังนี้พยานแวดล้อมของโจทก์จึงสอดคล้องเชื่อมโยงกันโดยตลอดเพียงพอฟังลงโทษจำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้กุญแจเลื่อนขนาดใหญ่เป็นอาวุธตีนางนภา มีชนะ อย่างแรงตามบริเวณศีรษะและใบหน้าหลายครั้งโดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายและจำเลยยังใช้กุญแจเลื่อนดังกล่าวเป็นอาวุธตีเด็กชายจิรพงษ์ อารยพันธ์ผู้เสียหายหลายครั้งโดยเจตนาฆ่า จำเลยกระทำไปตลอดแล้วแต่การกระทำไม่บรรลุผลเพราะแพทย์ทำการรักษาผู้เสียหายทันท่วงที ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตายเพียงแต่ได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 288 ประกอบ 80จำเลยให้การปฎิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 288 ประกอบ 80 และ 90 ให้ลงโทษตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกตลอดชีวิตจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้โดยจำเลยไม่ฎีกาโต้แย้งว่า เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2534 เวลา19 นาฬิกา จำเลยกับพวกมาดื่มสุราที่บ้านนายโล้ง อารยพันธ์สามีผู้ตาย โดยนายโล้งร่วมดื่มด้วย ผู้ตายช่วยทำกับข้าวและกับแกล้มมาให้รับประทาน เวลา 20 นาฬิกา จำเลยกับพวกไปงานศพที่วัดสระกระโจม ส่วนนายโล้งสามีผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ตามไปเวลา 24 นาฬิกาของวันเดียวกัน เมื่อนายโล้งสามีผู้ตายกลับมาถึงบ้าน พบผู้ตายนอนตายอยู่บนเตียงในห้องนอนภายในบ้าน บริเวณศีรษะและใบหน้าถูกตีด้วยของแข็งไม่มีคมหลายแห่งทำให้กะโหลกใบหน้าแตก ขากรรไกรหัก ถึงแก่ความตายโดยเฉียบพลันและเด็กชายจิรพงษ์บุตรผู้ตาย ถูกตีที่ร่างกายหลายแห่งจนสลบ ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า

พยานแวดล้อมของโจทก์เพียงพอฟังลงโทษจำเลยหรือไม่ ศาลฎีกาเชื่อว่าในคืนเกิดเหตุจำเลยเข้าไปในห้องนอนของผู้ตาย เพื่อประสงค์จะร่วมประเวณีกับผู้ตายจึงมีเส้นขนอวัยวะเพศของจำเลยหลุดหล่นตกอยู่ในห้องเกิดเหตุ เมื่อผู้ตายไม่ยินยอมย่อมจะหยิกข่วนต่อสู้ ป้องกันตน จำเลยจึงมีบาดแผลรอยถูกเล็บมือข่วน2 แห่ง ที่ปลายแขนซ้ายด้านนอกและด้านหน้า เมื่อผู้ตายต่อสู้ขัดขืนจำเลยจึงใช้ของแข็งไม่มีคมตีทำร้ายผู้ตายโดยแรงบริเวณศีรษะและใบหน้าทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายโดยเฉียบพลัน ผลของการตีดังกล่าวทำให้โลหิตออกจากแผลผู้ตายกระจายกระเซ็นไปติดทั่วบริเวณหัวเตียงนอนหมอนและผ้าปูที่นอน รวมทั้งติดเป็นคราบที่สายหนังนาฬิกาของจำเลยด้วยพยานแวดล้อมของโจทก์ดังกล่าวสอดคล้องเชื่อมโยงกันโดยตลอดจึงเพียงพอฟังลงโทษจำเลยได้ ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยฆ่าผู้ตายและพยายามฆ่าเด็กชายจิรพงษ์ ผู้เสียหายนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยรรยง ปานุราช · ยงยุทธ ธารีสาร · นิวัตน์ แก้วเกิดเคน
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้