Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4599/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของวัดนก (ร้าง) อันเป็นที่ศาสนสมบัติแม้โจทก์จะซื้อมาโดยสุจริตก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ เพราะตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 34 ที่วัดจะโอนกรรมสิทธิ์ได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติเท่านั้น เมื่อโจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทจึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 1336 ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 34

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารให้ออกไปจากที่ดินของโจทก์

จำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นที่ดินของวัด ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีคงฟังได้ตามที่จำเลยนำสืบว่า ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินเลขที่ 6168 ตามเอกสารหมาย ล.5 ซึ่งเมื่อ40 กว่าปีมาแล้ว นางพ่วง ปงกะสี ผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินดังกล่าวได้ทำยอมความตามเอกสารหมาย ล.4 มอบที่ดินนี้คืนให้เป็นที่ศาสนสมบัติคือเป็นที่ดินของวัดนก (ร้าง) ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2481 เป็นต้นไปทั้งได้มอบโฉนดที่ดินดังกล่าวคืนให้กับทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วยสำหรับโฉนดที่ดินตามเอกสารหมาย จ.2 ที่โจทก์อ้างเพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าได้ซื้อที่ดินจากนายมูซอ ปงกะลี นั้น ได้ความจากคำนายปัญญา ราชอัคคีเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดิน 6 หัวหน้าฝ่ายทะเบียนสำนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมาเบิกความเป็นพยานโจทก์เองว่าเมื่อเดือนตุลาคม 2515 นางชุ่ม

ปงกะลี มาขอรับใบแทนโฉนดที่ดินรวม 3 โฉนดมีโฉนดเลขที่ 6168 อยู่ด้วย โดยนางชุ่มอ้างว่าโฉนดที่ดินเดิมสูญหาย ทั้ง ๆ ที่ความจริงโฉนดที่ดินดังกล่าวนางพ่วงได้มอบคืนให้กับทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วตั้งแต่ปี 2481 ดังนี้ ที่ดินพิพาทจึงเป็นที่ดินของวัดนก (ร้าง) อันเป็นที่ศาสนสมบัติ แม้โจทก์จะซื้อมาโดยสุจริตอย่างไร ก็หาได้กรรมสิทธิ์ไม่ เพราะตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 34ที่วัดจะโอนกรรมสิทธิ์ได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติเท่านั้น เมื่อโจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโจทก์จึงไม่มีอำนาจที่จะฟ้องขับไล่จำเลยได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2741/2541

ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์สินที่พระภิกษุ ส.ได้มาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศ และพระภิกษุ ส.ไม่ได้จำหน่ายไปในระหว่างมีชีวิตหรือทำพินัยกรรมไว้เป็นอย่างอื่น ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัด ซึ่งเป็นวัดที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5669/2567

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพิจารณาชี้ขาดการยุติข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและการดำเนินคดี พ.ศ. 2561 ข้อ 11 เป็นเพียงเครื่องมือที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีวางไว้เพื่อใช้บริหารราชการเกี่ยวกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15710/2558

โจทก์บรรยายฟ้องตั้งสิทธิเป็นประเด็นแห่งคดีประการแรกว่า วัด ช. เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทและยกให้โจทก์ เพียงแต่วัด ช. จดทะเบียนใส่ชื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเจ้าของแทน กับประการที่สอง จำเลยที่ 1 และที่ 2…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้