Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4603/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติขององค์การคลังสินค้าผู้เสียหายจะกำหนดให้มีผู้ประสานงานในจังหวัดเป็นผู้แทนของผู้เสียหายในจังหวัดพื้นที่รับผิดชอบ และรายงานการตรวจสอบข้าวที่หน่วยรับฝากไว้แก่ผู้เสียหายอย่างช้าไม่เกิน 10 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น แต่ผู้เสียหายเป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.จัดตั้งองค์กรของรัฐบาล พ.ศ.2496 มาตรา 4 และ พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การคลังสินค้า พ.ศ.2498 ซึ่งมาตรา 26 บัญญัติว่า ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อำนวยการเป็นตัวแทนองค์การ และเพื่อการนี้ผู้อำนวยการอาจมอบให้บุคคลใด ๆ ปฏิบัติกิจการบางอย่างแทนในเมื่อคณะกรรมการกำหนด และตาม ป.พ.พ. มาตรา 70 วรรคสอง บัญญัติว่า ความประสงค์ของนิติบุคคลย่อมแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคล ดังนั้นการแสดงออกของผู้เสียหายย่อมต้องแสดงออกโดยผู้อำนวยการ แม้ข้อเท็จจริงจะฟังว่า พ. ทราบเหตุที่ข้าวสารในหน่วยที่รับฝากไว้สูญหายไปตามฟ้องก่อนแล้ว แต่ พ. เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานของผู้เสียหายซึ่งมีหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชารับทราบตามลำดับชั้นเท่านั้น ไม่มีอำนาจที่จะร้องทุกข์หรือดำเนินคดี จึงถือไม่ได้ว่า พ. เป็นผู้แทนของผู้เสียหายในการรับรู้เรื่องอายุความ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงมีหนังสือแจ้งให้ผู้เสียหายทราบว่าไม่มีข้าวสารในโรงสีของจำเลยที่ 1 ให้ตรวจรับ ตามหนังสือลงวันที่ 15 สิงหาคม 2557 จึงต้องถือว่าผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดเมื่อได้รับแจ้งจากผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์ในวันที่ 14 ตุลาคม 2557 จึงเป็นการร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิด คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 352 ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันคืนข้าวสาร 10 เปอร์เซ็นต์ และปลายข้าวเอวันเลิศหรือใช้ราคา 5,188,918.52 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 (ที่ถูก มาตรา 352 วรรคหนึ่ง) ประกอบมาตรา 83 ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 6,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี ทางนำสืบของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 4,500 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน ให้จำเลยทั้งสองคืนข้าวสาร 10 เปอร์เซ็นต์ และปลายข้าวเอวันเลิศตามฟ้องหรือใช้ราคา 5,188,918.52 บาท แก่ผู้เสียหาย ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5

โจทก์อุทธรณ์โดยอธิบดีอัยการ สำนักงานอัยการคดีศาลสูงภาค 9 ซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมายรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง และจำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาโดยอธิบดีอัยการ สำนักงานอัยการคดีศาลสูงภาค 9 ซึ่งอัยการสูงสุดมอบหมายรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า คดีขาดอายุความหรือไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่า ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติขององค์การคลังสินค้าผู้เสียหาย กำหนดให้ผู้ประสานงานจังหวัดเป็นผู้แทนของผู้เสียหายในจังหวัดพื้นที่รับผิดชอบและรายงานผู้เสียหายอย่างช้าไม่เกิน 10 นาฬิกาของวันรุ่งขึ้น ต้องตรวจสอบข้าวที่หน่วยรับฝากไว้ให้มีปริมาณครบถ้วน หากพบสินค้าสูญหายต้องแจ้งผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น เมื่อบันทึกการตรวจโรงสีฉบับลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 มีนายพงษ์พัฒน์ เจ้าหน้าที่ของผู้เสียหายประจำโรงสีลงชื่อ ย่อมร่วมรู้เห็นเหตุการณ์ที่ข้าวสารตามฟ้องหายไปจากโรงสี เป็นเรื่องเร่งด่วนอันจำเป็นต้องรายงานให้ผู้เสียหายทราบทันที

ผู้เสียหายจึงรู้เรื่องความผิดก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงมีหนังสือแจ้งผู้เสียหายทราบเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2557 ในทำนองให้เข้าใจว่าผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดในวันที่ 1 พฤษภาคม 2557 แต่ผู้เสียหายร้องทุกข์ในวันที่ 14 ตุลาคม 2557 เกินสามเดือนจึงขาดอายุความนั้น เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัย แต่ผู้เสียหายเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์กรของรัฐบาล พ.ศ.2496 มาตรา 4 และพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การคลังสินค้า พ.ศ.2498 ซึ่งมาตรา 26 บัญญัติว่า ในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอกให้ผู้อำนวยการเป็นตัวแทนองค์การ และเพื่อการนี้ผู้อำนวยการอาจมอบให้บุคคลใด ๆ ปฏิบัติกิจการบางอย่างแทนในเมื่อคณะกรรมการกำหนด และตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 70 วรรคสอง

บัญญัติว่า ความประสงค์ของนิติบุคคลย่อมแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคล ดังนั้น ผู้เสียหายย่อมต้องแสดงออกโดยผู้แทนของผู้เสียหายคือผู้อำนวยการ ส่วนนายพงษ์พัฒน์เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ประสานงานของผู้เสียหาย แม้จะฟังว่านายพงษ์พัฒน์ทราบเหตุที่ข้าวสารตามฟ้องสูญหาย ก็มีหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นเท่านั้น นายพงษ์พัฒน์ไม่มีอำนาจที่จะร้องทุกข์หรือฟ้องคดี จึงไม่อาจถือได้ว่านายพงษ์พัฒน์เป็นผู้แทนของผู้เสียหายในการรับรู้เรื่องอายุความ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงมีหนังสือแจ้งผู้เสียหายทราบว่าไม่มีข้าวสารในโรงสีของจำเลยที่ 1 ให้ตรวจรับ ตามหนังสือลงวันที่ 15 สิงหาคม 2557 จึงต้องถือว่าผู้เสียหายรู้เรื่องความผิดเมื่อได้รับแจ้งจากผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง

เมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์ในวันที่ 14 ตุลาคม 2557 จึงเป็นการร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องความผิด คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความจึงไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยดังนี้แล้ว คดียังมีประเด็นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยังไม่ได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้กระทำความผิดตามฟ้องและอุทธรณ์ของโจทก์ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 หรือไม่ เห็นควรให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิจารณาพิพากษาตามประเด็นที่คู่ความอุทธรณ์ตามลำดับชั้นศาลให้ครบถ้วนต่อไป

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 ให้ส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์ภาค 9 เพื่อพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดีต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิรนิติ หะวานนท์ · พิศิฏฐ์ สุดลาภา · ภัทรศักดิ์ วรรณแสง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพัทลุง - นางสาวช่อฟ้า ภูมิรุ่งเรืองสุข
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายอำนวย โอภาพันธ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.3475/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ3656/2557
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ3599/2558
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้