Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4604/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยทั้งสองคืนเงินค่าภาษีอากรที่ได้ชำระไปแล้วตามหนังสือแจ้งการประเมินนั้น ศาลจะพิพากษาคืนให้โจทก์ได้ก็ต่อเมื่อการประเมินนั้นได้ถูกเพิกถอนไปแล้วเท่านั้น ตราบใดที่การประเมินของเจ้าพนักงานยังมีผลอยู่โจทก์ก็มีหน้าที่ต้องชำระเงินค่าอากรตามหนังสือแจ้งการประเมินการที่โจทก์ฟ้องขอให้คืนเงินค่าภาษีอากรที่ชำระไปตามหนังสือแจ้งการประเมินนั้นเป็นคำฟ้องที่ขอให้เพิกถอนการประเมินเป็นเบื้องต้นเพื่อนำไปสู่ผลตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากรและเมื่อการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินยังมีผลอยู่ เงินค่าภาษีอากรที่โจทก์ชำระไปตามหนังสือแจ้งการประเมินจึงเป็นการชำระหนี้ภาษีอากรที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดโจทก์ไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะกล่าวอ้างขึ้นเป็นข้อเรียกร้องขอคืนได้ที่จำเลยทั้งสองไม่คืนเงินค่าภาษีอากรให้โจทก์จึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ตามที่กฎหมายกำหนดไว้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 30

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า ผลิตภัณฑ์ชนิดเป็นน้ำผสมแป้งถั่วเหลืองมีชื่อว่า "นมไวตามิลค์" ของโจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้าเพราะไม่เป็นเครื่องดื่มตามพระราชบัญญัติภาษีเครื่องดื่มฯ แต่จำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ไปชำระภาษีการค้าภาษีเทศบาลจากรายรับของการจำหน่ายนมไวตามิลค์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 - 2528 โจทก์ได้นำภาษีตามที่จำเลยที่ 1เรียกเก็บเป็นจำนวนทั้งสิ้น 186,034,835.92 บาท ไปชำระจำเลยที่ 2 เป็นผู้มีอำนาจเรียกเก็บภาษีการค้าและภาษีเทศบาลโดยวิธีให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้เรียกเก็บให้ แล้วจำเลยที่ 2จึงรับมอบจากจำเลยที่ 1 ด้วยวิธีผ่านกระทรวงมหาดไทยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งจำเลยที่ 2 ก็ได้รับเงินดังกล่าวไปแล้วประมาณปลายเดือนเมษายน 2531 โจทก์ได้ทราบแน่ชัดว่าความจริงแล้วโจทก์ไม่มีหน้าที่ที่จะต้องเสียภาษีดังกล่าวตามกฎหมาย

ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันและหรือแทนกันชำระต้นเงินและดอกเบี้ยนับถึงวันฟ้องเป็นเงินทั้งสิ้น226,565,034.79 บาท และชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 186,034,835.92 บาท นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องจนถึงวันที่จำเลยทั้งสองชำระเงินตามฟ้องให้โจทก์เสร็จสิ้นจำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์มีรายรับอันเนื่องมาจากการจำหน่ายนมไวตามิลค์ ซึ่งไม่เป็นเครื่องดื่มแต่เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้บรรจุภาชนะหรือหีบห่อผนึก โดยมีชื่อการค้าหรือเครื่องหมายการค้าปรากฎอยู่บนหรือในภาชนะหรือหีบห่อที่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก โจทก์จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องเสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลให้แก่จำเลยทั้งสอง

เมื่อโจทก์ได้รับแจ้งการประเมินโจทก์มิได้อุทธรณ์คัดค้านการประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาตามกฎหมายแต่ได้นำเงินภาษีอากรที่ค้างดังกล่าวข้างต้นรวมทั้งเงินเพิ่มตามกฎหมายมาชำระต่อจำเลยที่ 1 เป็นการถูกต้องครบถ้วน โจทก์ไม่มีสิทธิขอคืนเงินภาษีอากรจากจำเลยทั้งสองและไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ย การที่จำเลยทั้งสองไม่คืนเงินภาษีอากรแก่โจทก์ย่อมเป็นการถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลาง พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขอคืนเงินภาษีอากรตามฟ้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงตามคำฟ้องและคำให้การยุติว่า เงินค่าภาษีอากรที่โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองคืนให้นั้น เป็นเงินค่าภาษีอากรที่โจทก์ชำระไปตามหนังสือแจ้งการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน โดยที่โจทก์มิได้อุทธรณ์การประเมินตามที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากร มาตรา 30 เห็นว่าคำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยทั้งสองคืนเงินค่าภาษีอากรที่ได้ชำระไปแล้วตามหนังสือแจ้งการประเมินนั้น

ศาลจะพิพากษาคืนให้โจทก์ได้ก็ต่อเมื่อการประเมินนั้นได้ถูกเพิกถอนไปแล้วเท่านั้นตราบใดที่การประเมินของเจ้าพนักงานยังมีผลอยู่ โจทก์ก็มีหน้าที่ต้องชำระเงินค่าอากรตามหนังสือแจ้งการประเมิน การที่โจทก์ฟ้องขอให้คืนเงินค่าภาษีอากรที่ชำระไปตามหนังสือแจ้งการประเมินนั้นเป็นคำฟ้องที่ขอให้เพิกถอนการประเมินเป็นเบื้องต้นเพื่อนำไปสู่ผลตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 30 แห่งประมวลรัษฎากรและเมื่อการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินยังมีผลอยู่เงินค่าภาษีอากรที่โจทก์ชำระไปตามหนังสือแจ้งการประเมินจึงเป็นการชำระหนี้ภาษีอากรที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด โจทก์ไม่มีสิทธิตามกฎหมายที่จะกล่าวอ้างขึ้นเป็นข้อเรียกร้องขอคืนได้ที่จำเลยทั้งสองไม่คืนเงินค่าภาษีอากรให้โจทก์จึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาชอบแล้วอุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · เดชา สุวรรณโณ · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5519/2561

คดีนี้เจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มและประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลจำเลยที่ 1 แม้ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้นิติบุคคลจะเป็นภาษีอากรประเมิน ซึ่งเมื่อจำเลยที่ 1 ได้รับแจ้งการประเมินแล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3618/2561

การอุทธรณ์หนังสือแจ้งไม่คืนเงินภาษีอากรเป็นกรณีโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งทางปกครองของจำเลยเกี่ยวกับการขอคืนภาษีของโจทก์ กรณีคืนภาษีให้แก่ผู้เสียภาษีถูกต้องหรือไม่ ผู้มีอำนาจออกคำสั่งคือ เจ้าหน้าที่ผู้ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2136/2561

การคำนวณฐานภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าต้องอาศัยมูลค่าของสินค้าหรือราคาที่เจ้าพนักงานศุลกากรได้ทำการประเมินเพื่อเป็นราคาสินค้า บวกด้วยอากรขาเข้า เมื่อการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มในกรณีนี้สืบเนื่องจากข้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 626222)

การที่พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องจำเลยในข้อหาสำแดงเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงอากรเป็นเรื่องที่พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งสำนวนไปตามพยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวน อันเป็นขั้นตอนในชั้นสอบสวนคดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10774/2557

ในส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม โจทก์ต้องอุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมินตาม ป.รัษฎากร มาตรา 30 เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ การประเมิน ย่อมเป็นอันยุติ โจทก์จึ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้