คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 90,91, 288, 289, 371 ริบด้ามมีดของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต และปรับ 50 บาทริบของกลางโจทก์จำเลยต่างไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนมายังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสอบคำให้การจำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 173 วรรคแรก บัญญัติว่า "ในคดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิตก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ให้ศาลตั้งทนายให้" เจตนารมณ์ ของกฎหมายก็เพื่อให้จำเลยมีทนายช่วยเหลือในการต่อสู้คดีที่เป็นความผิดอุกฉกรรจ์เป็นสำคัญ
คดีนี้เป็นคดีที่มีอัตราโทษถึงประหารชีวิต แม้ไม่ปรากฏว่าขณะสอบถามคำให้การจำเลยศาลชั้นต้นไม่ได้ถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ก่อน แต่ในวันที่ 14กันยายน 2535 ซึ่งเป็นวันสอบถามคำให้การจำเลย ศาลชั้นต้นก็ได้มีคำสั่งขอแรงทนายให้จำเลย และได้ลงนามในหนังสือขอแรงทนายให้จำเลยในวันเดียวกัน กับได้มีคำสั่งตั้งทนายที่ขอแรงไว้ก่อนเริ่มสืบพยานโจทก์ และทนายจำเลยก็ได้ทำหน้าที่ทนายจำเลยตลอดมาจนถึงที่สุดโดยไม่ปรากฏว่าจำเลยเสียเปรียบในเชิงคดี ทั้งจำเลยก็มิได้เปลี่ยนแปลงคำให้การของจำเลยแต่ประการใด ถือได้ว่าจำเลยยังคงให้การรับสารภาพ คดีจึงไม่มีเหตุจำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสอบถามคำให้การจำเลยอีกพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี