คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานของโรงงานน้ำตาลสุพรรณบุรีอันเป็นโรงงานของบริษัทส่งเสริมเศรษฐกิจแห่งชาติจำกัด รัฐบาลถือหุ้นเกินกว่าร้อยละห้าสิบ จำเลยกระทำการด้วยใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริตชั่งโกงน้ำหนักอ้อย โดยเจตนาจะให้โรงงานน้ำตาลสุพรรณบุรีต้องจ่ายเงินเกินกว่าที่จะต้องจ่าย แต่พนักงานโรงงานน้ำตาลสุพรรณบุรีพบการกระทำผิดของจำเลยเสียก่อนที่จะต้องจ่ายเงินไป การกระทำผิดของจำเลยจึงไม่บรรลุผลขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502มาตรา 3, 8 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80
จำเลยให้การปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 8 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80ให้จำคุก 4 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นลูกจ้างประจำของโรงงานน้ำตาลสุพรรณบุรี อันเป็นโรงงานของบริษัทส่งเสริมเศรษฐกิจแห่งชาติจำกัด ซึ่งรัฐบาลมีทุนเกินกว่าร้อยละห้าสิบ โดยจำเลยทำหน้าที่ซ่อมเครื่องจักรของโรงงานฯ แต่ในระหว่างเกิดคดีนี้ได้รับคำสั่งจากผู้จัดการให้เป็นพนักงานชั่งอ้อยของโรงงานฯ จำเลยมีรายได้ประจำจากโรงงานฯ ดังนี้ ถือว่าจำเลยเป็น "พนักงาน" ตามความหมายของมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติที่กล่าวข้างต้น และการที่จำเลยได้รับมอบหมายแต่งตั้งจากผู้จัดการของโรงงานฯ ได้ทำการชั่งอ้อที่มีผู้นำมาส่งหรือขายให้แก่โรงงานฯ นั้น ก็ได้ชื่อว่าจำเลยมีหน้าที่ทำหรือจัดการทรัพย์ใด ๆ ตามความหมายในมาตรา 8 การที่จำเลยถือโอกาสในการมีหน้าที่ชั่งอ้อยโดยทำการชั่งอ้อยของนายกัง
โยกคันชั่ง 2 ครั้งเป็นเหตุให้ได้สลิพการชั่งอ้อยเกินมา1 ชุดแล้วนำสลิพที่ได้เกินมา 1 ชุดนั้นไปใช้เป็นหลักฐานว่าเป็นการชั่งอ้อยของนางประทุมในวันถัดมาอันจะทำให้โรงงานฯ ต้องจ่ายเงินให้แก่นางประทุมเกินกว่าที่จะต้องจ่ายไป 300 บาทเศษ หากแต่มีผู้พบปะทราบการกระทำนั้นเสียก่อนที่โรงงานฯ จะต้องจ่ายเงินค่าอ้อยให้นางประทุมเช่นนี้ การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิด
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.