Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4625/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 แก้ไขเพิ่มเติมตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 329 ลงวันที่ 13 ธันวาคม2515 ข้อ 18 มาตรา 19(1) กำหนดเวลาไว้เฉพาะการขอคืนเงินอากรว่าจะต้องขอภายในหกเดือนนับแต่วันที่ส่งของนั้นกลับออกไป โดยมิได้มีบทบัญญัติว่าจะต้องคืนเมื่อใด หรือกรณีที่จะไม่ให้คืนจะต้องแจ้งให้ผู้ขอคืนทราบในเวลาเท่าใด ในกรณีเช่นนี้จะต้องพิจารณาตามการที่ควรจะพึงปฏิบัติโดยปกติธรรมดา คือจะต้องคืนหรือแจ้งให้ผู้ขอทราบว่าคืนให้ไม่ได้ในเวลาอันควร โจทก์ฟ้องคดีนี้หลังจากโจทก์ยื่นคำร้องของคืนถึง 6 ปีเศษและเมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้แล้วจำเลยก็ยังอ้างว่าอยู่ในระหว่างการพิจารณาว่าจะคืนให้หรือไม่ จึงเป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยบ่ายเบี่ยงไปทำเสมือนไม่รับรู้สิทธิของโจทก์ถือได้ว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิตามที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 แล้วโจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 19 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 60 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 329 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 มาตรา 19

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์สั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศและนำเข้ามาในราชอาณาจักร และส่งสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักรเมื่อระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม 2523 ถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2523โจทก์สั่งซื้อผ้าผืนทอด้วยฝ้ายล้วน ขนาดหน้าผ้า 44/45 นิ้ว จากประเทศไต้หวันเข้ามาในราชอาณาจักรหลายครั้ง ต่อมาภายในกำหนดระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์นำสินค้าเข้ามา โจทก์ได้ส่งสินค้าที่นำเข้าดังกล่าวบางส่วนกลับออกไปนอกราชอาณาจักรหลายครั้งเพื่อขอคืนเงินอากรขาเข้า 9 ใน 10 ส่วนของที่ชำระไว้9 ใน 10 ส่วนของที่ชำระไว้และขอคืนเงินอากรสำหรับของที่ส่งออกภายในกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ส่งของออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งรวมเป็นเงินภาษีอากรที่โจทก์ขอคืนทั้งสิ้น 896,322.10 บาทแต่จำเลยปฏิเสธไม่คืนเงินภาษีอากรจำนวนดังกล่าว

การปฏิเสธของจำเลยไม่ชอบ เพราะของที่โจทก์ส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักรเป็นของรายเดียวกันกับที่โจทก์นำเข้า ทั้งได้ปฏิบัติตามระเบียบพิธีการส่งของกลับเพื่อขอคืนเงินอากรขาเข้าที่ชำระไว้ทุกประการขอศาลพิพากษาแสดงว่าการปฏิเสธไม่คืนเงินค่าภาษีอากรแก่โจทก์ของจำเลยไม่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการศุลกากร และบังคับจำเลยคืนเงิน896,322.10 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนถึงวันที่ชำระเสร็จจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่อาจพิสูจน์ได้ว่าสินค้าที่โจทก์ส่งออกเป็นสินค้ารายเดียวกันกับที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ไม่อาจพิจารณาคืนภาษีอากรให้ได้ทั้งในการขอคืนภาษีอากรสำหรับสินค้าที่ส่งออกตามใบขนสินค้าขาออกและแบบแสดงรายการการค้าเลขที่ 1094-3060 และเลขที่ 1104-4980 นั้น

จำเลยกำลังพิจารณาว่าจะคืนภาษีอากรให้โจทก์หรือไม่ จำเลยยังมิได้ตอบปฏิเสธการคืนภาษีอากรให้โจทก์จำเลยจึงยังมิได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์แต่อย่างใด โจทก์จึงไม่มีอำนาจนำคดีส่วนนี้มาฟ้องขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลาง พิพากษาให้จำเลยคืนเงิน 896,322.10 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วในปัญหาแรกนั้นข้อเท็จจริงยุติตามคำให้การของจำเลยว่า โจทก์ได้นำสินค้าตามใบขนสินค้าขาออกและแบบแสดงรายการค้าเลขที่ 1094-3060 และเลขที่1104-4980 ออกไปนอกราชอาณาจักรแล้วภายในหนึ่งปีนับแต่วันนำเข้าและได้ยื่นใบขอคืนอากรของส่งออกภายในกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ส่งของนั้นกลับออกไปโดยยื่นขอคืนเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2524และวันที่ 11 ธันวาคม 2524 จำเลยกำลังพิจารณาว่าจะคืนเงินอากรของส่งออกให้โจทก์หรือไม่ โดยยังไม่ได้ตอบปฏิเสธการคืนอากรให้โจทก์เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พุทธศักราช 2482แก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 329 ลงวันที่ 13ธันวาคม 2515 ข้อ 18 มาตรา 19(ง) กำหนดเวลาไว้เฉพาะการขอคืนเงินอากรว่าจะต้องขอภายในหกเดือนนับแต่วันที่ส่งของนั้นกลับออกไป โดยมิได้มีบทบัญญัติว่าจะต้องคืนเมื่อใด หรือกรณีที่จะไม่ให้คืนจะต้องแจ้งให้ผู้ขอคืนทราบในเวลาเท่าใด ในกรณีเช่นนี้นั้นก็จะต้องพิจารณาตามการที่ควรจะพึงปฏิบัติโดยปกติธรรมดาโดยทั่วไป

คือจะต้องคืนหรือแจ้งให้ผู้ขอทราบว่าคืนให้ไม่ได้ในเวลาอันสมควร สำหรับกรณีของโจทก์ในคดีนี้นั้น เมื่อนับระยะเวลาตั้งแต่โจทก์ยื่นคำร้องขอคืนจนถึงวันที่โจทก์ยื่นฟ้องคือวันที่ 13 พฤษภาคม2531 นั้น เป็นเวลาเนิ่นนานถึง 6 ปีเศษ และเมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้แล้วจำเลยก็ยังอ้างว่าอยู่ในระหว่างการพิจารณาว่าจะคืนให้หรือไม่ขึ้นมาอีก โดยไม่มีกำหนดเวลาให้รู้ได้ว่าการพิจารณานั้นจะสิ้นสุดลงเมื่อใดที่จะให้โจทก์ทราบผลได้ กรณีเช่นนี้นั้นเป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยบ่ายเบี่ยงไปทำเสมือนไม่รับรู้สิทธิของโจทก์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ถือได้ว่าโจทก์ได้ถูกโต้แย้งสิทธิตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยคืนเงินภาษีอากรตามใบขนสินค้าขาออก และแบบแสดงรายการการค้าเลขที่ 1094-3036 และเลขที่ 1104-4980 ได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · เดชา สุวรรณโณ · ก้าน อันนานนท์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้