Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4632/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยมีคำสั่งให้เรือขุดที่ผู้ตายเป็นพนักงานประจำเรือไปปฏิบัติงานขุดลอกบริเวณหลักผูกเรือกลางน้ำบางหัวเสือตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2556 เป็นต้นไป จึงถือว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งให้ผู้ตายไปปฏิบัติงานตามหน้าที่การงานปกติ การที่ผู้ตายไปปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงานตามปกติ หลังเลิกงานแล้วเดินทางกลับบ้านพักระหว่างทางประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกลากพ่วงตู้สินค้าเฉี่ยวชนถึงแก่ความตาย ซึ่งช่วงเวลาเดินทางกลับบ้านเช่นนี้ไม่อาจถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาปฏิบัติงานในทางการที่จ้างของนายจ้าง จึงมิใช่กรณีที่ผู้ตายถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานหรือป้องกันรักษาประโยชน์แก่นายจ้าง หรือการปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้างอันจะถือเป็นการประสบอันตรายตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2549 ข้อ 4

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินทดแทน 2,230,272 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10 มกราคม 2557 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 นายธนัท เป็นสามีโจทก์ที่ 1 และเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ที่ 2 วันที่ 8 กันยายน 2529 จำเลยจ้างนายธนัทเข้าทำงานเป็นลูกจ้าง ตำแหน่งสุดท้ายพนักงานปากเรือ 5 (นายท้ายอาวุโส) เรือขุด 3 แผนกเรือขุด กองการขุดลอกฝ่ายการร่องน้ำ วันที่ 14 มกราคม 2556 จำเลยมีคำสั่งให้นายธนัทไปปฏิบัติงานขุดลอกบริเวณหลักผูกเรือกลางน้ำบางหัวเสือ ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2556 เป็นต้นไป ต่อมาวันที่ 22 พฤษภาคม 2556 เวลาประมาณ 17 นาฬิกา นายธนัทขับขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพักแล้วถูกรถบรรทุกลากพ่วงตู้สินค้าเฉี่ยวชนถึงแก่ความตาย แล้ววินิจฉัยว่า

คำสั่งของจำเลยที่ให้นายธนัทผู้ตายซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยไปทำงานในสถานที่ทำงานปกติของลูกจ้างมิใช่เป็นการสั่งให้ไปทำงานนอกสถานที่ทำงานตามปกติ การที่ผู้ตายไปปฏิบัติงานในหน้าที่ ณ สำนักงานตามปกติแล้วเดินทางกลับบ้านอันเป็นการเดินทางจากที่ทำงานกลับบ้านพักตามปกติ การที่ผู้ตายประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกลากพ่วงตู้สินค้าเฉี่ยวชนถึงแก่ความตายเมื่อเวลา 17 นาฬิกา จึงมิใช่เป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน หรือป้องกันรักษาผลประโยชน์ให้แก่นายจ้างหรือตามคำสั่งของนายจ้างตามคำนิยาม "ประสบอันตราย" ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 มาตรา 5 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสอง โดยโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ว่าคำสั่งกองการขุดลอกที่ 02/2556 มิใช่คำสั่งให้ผู้ตายไปทำงานในสถานที่ตามปกติของจำเลย แต่เป็นคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานนอกสถานที่

เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายหลังจากปฏิบัติงานในช่วงวันที่ 22 พฤษภาคม 2556 เสร็จแล้วประสบอุบัติเหตุระหว่างเดินทางกลับที่พักถือว่าเป็นการประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานหรือป้องกันรักษาผลประโยชน์ให้แก่นายจ้างหรือปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้างแล้วนั้น เห็นว่า คดีนี้จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยโดยนำกฎหมายดังกล่าวมาใช้แก่คดีนี้ จึงเป็นการปรับบทกฎหมายที่คลาดเคลื่อน ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยโดยปรับบทกฎหมายใหม่เสียให้ถูกต้อง เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ศาลแรงงานกลางรับฟังมาได้ความว่าจำเลยจ้างผู้ตายเข้าทำงานเป็นลูกจ้าง ตำแหน่งสุดท้ายพนักงานปากเรือ 5 (นายท้ายอาวุโส)

เรือขุด 3 แผนกเรือขุด กองการขุดลอก ฝ่ายการร่องน้ำ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2556 จำเลยมีคำสั่งให้เรือขุด 3 ที่ผู้ตายเป็นพนักงานประจำเรือ (นายท้ายอาวุโส) ไปปฏิบัติงานขุดลอกบริเวณหลักผูกเรือกลางน้ำบางหัวเสือตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2556 เป็นต้นไป จึงถือว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งให้ผู้ตายไปปฏิบัติงานตามหน้าที่การงานปกติ การที่ผู้ตายไปปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงานตามปกติ หลังเลิกงานแล้วเดินทางกลับบ้านพักระหว่างทางประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกลากพ่วงตู้สินค้าเฉี่ยวชนถึงแก่ความตาย ซึ่งช่วงเวลาเดินทางกลับบ้านพักเช่นนี้ไม่อาจถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาปฏิบัติงานในทางการที่จ้างของนายจ้าง จึงมิใช่เป็นกรณีที่ผู้ตายถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานหรือป้องกันรักษาประโยชน์ให้แก่นายจ้างหรือการปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้างอันจะถือเป็นการประสบอันตรายตามประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ลงวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2549 ข้อ 4 ที่โจทก์ทั้งสองจะมีสิทธิได้รับค่าทดแทนแต่อย่างใด อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปกรณ์ สุวรรณพรหมา · วิชัย เอื้ออังคณากุล · นิติ เอื้อจรัสพันธุ์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นางถวิลวงศ์ จิตร์วิวัฒน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.2395/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1681/2557
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ2596/2558
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้