Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4635/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติเรื่องอายุความคดีอาญาไว้เป็นพิเศษโดยเฉพาะแล้ว จะนำบทบัญญัติเรื่องอายุความสะดุดหยุดอยู่หรือการขยายอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 175,176มาใช้ในคดีอาญาไม่ได้ โจทก์ยื่นฟ้องคดีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ต่อศาลแขวงพระนครใต้ภายในกำหนดอายุความในวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลแขวงพระนครใต้เห็นว่า คดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลแขวงจึงสั่งจำหน่ายคดีให้โจทก์ไปฟ้องยังศาลที่มีอำนาจภายใน 7 วัน โจทก์จึงยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลอาญาภายในกำหนดเวลาดังกล่าว แต่ล่วงเลยกำหนดเวลา 3 เดือน นับแต่วันที่โจทก์รู้เรื่องการกระทำผิดและรู้ตัวจำเลยผู้กระทำผิดแล้ว โดยโจทก์มิได้ร้องทุกข์ไว้ก่อน คดีโจทก์จึงขาดอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521มาตรา 24, 43 วรรคสอง, 46

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีโจทก์ขาดอายุความพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่าโจทก์ทราบเรื่องการกระทำผิดและรู้ตัวจำเลยผู้กระทำผิดเมื่อวันที่19 สิงหาคม 2529 โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสี่ในข้อหาความผิดในคดีนี้ต่อศาลแขวงพระนครใต้มาแล้ว เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2529ภายในกำหนดอายุความ ศาลแขวงพระนครใต้นัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 17 ธันวาคม 2529 ศาลแขวงพระนครใต้เห็นว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลแขวง จึงมีคำสั่งจำหน่ายคดี ให้โจทก์ไปยื่นฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจภายใน 7 วัน โจทก์จึงยื่นฟ้องเป็นคดีเมื่อวันที่22 ธันวาคม 2529 ซึ่งเลยกำหนดเวลา 3 เดือน นับแต่วันที่โจทก์รู้เรื่องการกระทำผิดและรู้ตัวจำเลยทั้งสี่ผู้กระทำผิดแล้ว โดยโจทก์มิได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ก่อน

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ความผิดตามพระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 เป็นความผิดอันยอมความได้ดังที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 48 ซึ่งผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีเสียภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 คดีนี้โจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวจำเลยทั้งสี่ผู้กระทำผิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม2529 แต่มาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2529 เกินกว่า 3 เดือนโดยมิได้ร้องทุกข์ไว้ก่อน คดีโจทก์จึงขาดอายุความ แม้โจทก์จะเคยฟ้องคดีนี้ต่อศาลแขวงพระนครใต้ภายในอายุความ และศาลแขวงพระนครใต้สั่งให้โจทก์ไปฟ้องยังศาลที่มีอำนาจภายใน 7 วัน โดยในขณะที่สั่งนั้นจะพ้นกำหนดอายุความไปแล้วก็ตาม

ก็หาทำให้โจทก์มีสิทธิฟ้องคดีเกินกำหนดอายุความตามกฎหมายไม่ สำหรับที่โจทก์ฎีกาว่า กรณีจะต้องนำบทบัญญัติเรื่องอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา175, 176 มาปรับแก่กรณีของโจทก์นั้น เห็นว่า เกี่ยวกับความผิดอาญาประมวลกฎหมายอาญา ภาค 1 ลักษณะ 1 หมวด 9 บัญญัติเรื่องอายุความคดีอาญาไว้เป็นพิเศษโดยเฉพาะแล้ว โดยหาได้มีบทบัญญัติเรื่องอายุความสะดุดหยุดอยู่หรือการขยายอายุความดังที่บัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 175, 176 ด้วยไม่ ดังนั้น จะนำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้ในคดีอาญาด้วยไม่ได้ คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างมานั้นเป็นคนละเรื่องกับคดีนี้ ไม่อาจนำมาเทียบกันได้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิเวศน์ คำผอง · สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2558/2567

แม้โจทก์จะมีความสามารถตามกฎหมาย แต่ไม่มีความสามารถที่จะดูแลตนเองหรือผลประโยชน์ของตนเองได้ในความเป็นจริงอันอาจเป็นเพียงบางช่วงเวลา ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติทางจิตใจหรือความผิดปกติทางร่างกายที่มีผลกระทบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3339/2565

โจทก์ต้องการประมูลซื้อรถพิพาทที่ประกอบและนำเข้ามาจากต่างประเทศทั้งคัน แต่เมื่อปรากฏว่ารถพิพาทเป็นรถที่นำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศมาประกอบเป็นรถจักรยานยนต์ในประเทศ การที่โจทก์ประมูลซื้อรถพิพาทจากการขาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7394/2550

โจทก์จดทะเบียนโอนขายที่ดินให้แก่จำเลยที่ 1 เพราะหลงเชื่อตามที่จำเลยที่ 1 หลอกลวงว่าได้โอนเงินค่าที่ดินเข้าบัญชีเงินฝากของบุตรโจทก์แล้ว เป็นเรื่องที่โจทก์แสดงเจตนาทำนิติกรรมเพราะถูกจำเลยที่ 1 ใช้กลฉ้อฉ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2549

จำเลยที่ 1 หลอกลวงโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินให้ลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินและหนังสือสัญญาจำนองที่ดินไว้กับจำเลยที่ 2 นิติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นจากกลฉ้อฉลของจำเลยที่ 1 เป็นโมฆียะตาม ป.พ.พ. มาตรา 159 วร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5975/2540

โจทก์ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินกับจำเลยโดยโจทก์ไม่เคยไปดูที่ดินที่ซื้อ จำเลยยืนยันว่าที่ดินมีเนื้อที่ตรงตาม ส.ค.1 ซึ่งไม่เป็นความจริง จึงเป็นการหลอกลวงฉ้อฉลโจทก์ให้เข้าทำสัญญา หากไม่มีการหลอกลวงโจทก์จะไม่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้