Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2540 (เลขอ้างอิง 46482)

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินที่ทางราชการกำหนดเป็นเขตหวงห้ามไว้ใช้ในราชการทหารตามประกาศมณฑลนครราชสีมานั้น แม้จะกำหนดแนวอาณาเขตไว้ทั้งสี่ทิศแต่ก็มีเนื้อที่มากถึงประมาณ 11,011 ไร่เศษ หลักไม้แก่นที่อ้างว่าปักไว้ในระหว่างหลักมุมหักทุกระยะนั้นก็ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดยังเห็นปักอยู่ในบริเวณที่ดินพิพาท การกำหนดบริเวณเขตปลอดภัยในราชการทหารก็ไม่ปรากฏว่ามีหลักแนวเขตปักไว้ ทั้งการนำที่ดินดังกล่าวบางส่วนไปจดทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุก็ระบุอาณาเขตคร่าว ๆ การที่จะทราบว่าที่ดินส่วนใดเป็นพื้นที่ของมณฑลทหารบกที่ 21 ต้องมาจากการตรวจสอบรังวัดของเจ้าพนักงานที่ดินทางราชการเองก็ไม่ทราบว่าที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินของรัฐซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะหรือไม่ ดังนี้ แม้จะฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ในความครอบครองดูแลของมณฑลทหารบกที่ 21เมื่อจำเลยทั้งห้าเข้าครอบครองทำกินในที่พิพาทโดยสุจริตด้วยเข้าใจว่าตนเองมีสิทธิจำเลยทั้งห้าจึงขาดเจตนาในความผิดฐานบุกรุก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 59 ป.อ. มาตรา 362 ป.ที่ดิน มาตรา 9 ป.ที่ดิน มาตรา 108

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งห้าสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกจำเลยในสำนวนที่ 1 และที่ 2 เป็นจำเลยที่ 1 ที่ 2 เรียกจำเลยในสำนวนที่ 3 ถึงที่ 5 เป็นจำเลยที่ 4 ถึงที่ 6ตามลำดับโจทก์ทั้งห้าสำนวนฟ้องเป็นใจความว่า จำเลยทั้งห้าบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองปลูกไม้ยืนต้นในที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลข นม.1988 อันเป็นที่ดินของรัฐซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้ประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ซึ่งอยู่ในความครอบครองของมณฑลทหารบกที่ 21 กองทัพบกผู้เสียหาย อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของมณฑลทหารบกที่ 21 กองทัพบกโดยปกติสุข ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108ทวิ และให้จำเลยทั้งห้าพร้อมบริวารออกไปจากที่ดินตามฟ้องจำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งห้ากระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ที่ดินที่ทางราชการกำหนดเป็นเขตหวงห้ามไว้ใช้ในราชการทหาร ตามประกาศมณฑลนครราชสีมาตามเอกสารหมาย จ.1 นั้น แม้จะกำหนดแนวอาณาเขตไว้ทั้งสี่ทิศ แต่ก็มีเนื้อที่มากถึงประมาณ 11,011 ไร่เศษ หลักไม้แก่นที่อ้างว่าปักไว้ในระหว่างหลักมุมหักทุกระยะนั้น ก็ไม่ปรากฏว่าพยานโจทก์คนใดเบิกความว่ายังเห็นหลักดังกล่าวปักอยู่ในบริเวณที่ดินพิพาท การกำหนดบริเวณเขตปลอดภัยในราชการทหารตามแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาปี 2483 ตามเอกสารหมาย จ.2 ก็ไม่ปรากฏว่ามีหลักแนวเขตปักไว้ การนำที่ดินดังกล่าวบางส่วนเนื้อที่ประมาณ 3,000 ไร่ ไปจดทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุตามเอกสารหมาย

จ.3 ก็ระบุอาณาเขตไว้คร่าว ๆ ว่าทิศตะวันออกและทิศตะวันตกจรดทางสาธารณประโยชน์ ทิศเหนือและทิศใต้จรดที่ดินที่มีการครอบครอง จ่าสิบเอกสงขลาฉันงูเหลือม พยานโจทก์ซึ่งมีหน้าที่ดูแลที่ดินดังกล่าวก็เบิกความว่า เหตุที่ทราบว่าที่ดินส่วนใดเป็นพื้นที่ของมณฑลทหารบกที่ 21 ก็เนื่องมาจากการตรวจสอบรังวัดของเจ้าพนักงานที่ดิน โดยเมื่อประมาณปี 2526 ผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งให้ตรวจสอบบริเวณที่ดินพิพาท เพราะเห็นมีราษฎรเข้าไปทำประโยชน์บนเนื้อที่ดินดังกล่าว แสดงว่าทางราชการเองก็ไม่ทราบว่าที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินของรัฐซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะหรือไม่ ดังนั้น แม้จะฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ในความครอบครองดูแลของมณฑลทหารบกที่ 21 เมื่อจำเลยทั้งห้าต่อสู้คดีเจือสมกับข้อนำสืบของโจทก์ว่า

จำเลยทั้งห้าเข้าครอบครองทำกินในที่พิพาทโดยสุจริต เข้าใจว่าตนเองมีสิทธิ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งห้าขาดเจตนากระทำความผิด การกระทำของจำเลยทั้งห้าไม่เป็นความผิดตามฟ้องจึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเทพ ศิริพากย์ · ไพโรจน์ คำอ่อน · ชวลิต ศรีสง่า
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1811/2519

ที่ดินตาม ส.ค. 1 ซึ่งมีชื่อบิดาจำเลยครอบครองมา เป็นที่สาธารณะที่ทางราชการสงวนไว้เป็นทุ่งสำหรับเลี้ยงสัตว์ร่วมกัน จำเลยเข้าไปแผ้วถางก่อสร้างในที่ดินนั้นโดยเข้าใจว่าจำเลยกระทำได้ เป็นการขาดเจตนาในการกระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6605/2557

คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องสรุปความได้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยทั้งสองร่วมกันเข้าไปยึดถือครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินบริเวณหมู่ที่ 6 บ้านเขายายเที่ยงเหนือ ตำบลคลองไผ่ จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ประมาณ 21 ไร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8403/2554

หิน 2,000 ลูกบาศก์เมตร ตามบัญชีทรัพย์ถูกประทุษร้ายเป็นหินที่ประเมินจากความเสียหายจากหินที่ถูกคนร้ายขุดขึ้นมา มิใช่หินที่โจทก์ร่วมขุดขึ้นมากองไว้แต่อย่างใด หินจำนวนดังกล่าวจึงเป็นหินแกรนิตที่มีอยู่ตามธ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8033/2553

นายอำเภอท่ายางออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) สำหรับที่ดินพิพาทให้แก่ ม. และ ย. ในปี 2520 ในที่ดินพิพาทมีโรงสีและบ้านของ ม. ปลูกสร้างอยู่โดยไม่มีชาวบ้านเข้าไปใช้ประโยชน์ใดๆ ในที่ดินพิพาทในลัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4911/2541

ความผิดฐานบุกรุกตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2)(3) ประกอบมาตรา 362 กฎหมายมุ่งลงโทษผู้ที่บุกรุกเข้าไปใน อสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น ไม่ใช่เป็นบทบัญญัติที่จะลงโทษผู้บุกรุก ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินแต่อย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้