Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4659/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การบังคับคดีให้จำเลยและบริวารออกจากสถานีบริการของโจทก์กับส่งมอบสถานีบริการนั้น โจทก์สามารถที่จะร้องขอให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 ทวิ ได้ จึงยังไม่อาจออกหมายจับจำเลยกับบริวารมากักขังได้ ส่วนเรื่องการส่งมอบเครื่องมือและอุปกรณ์ในการดำเนินการสถานีบริการแก่โจทก์นั้นไม่มีวิธีอื่นใดที่โจทก์จะใช้บังคับได้ศาลจึงออกหมายจับจำเลยมากักขังไว้ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองและบริวารย้ายออกจากสถานีบริการของโจทก์ และส่งมอบสถานีบริการพร้อมทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ในการดำเนินการสถานีบริการของโจทก์แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ ขอให้จับกุมจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้องของโจทก์โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ศาลมีคำสั่งจับกุมและกักขังจำเลยที่ 2 และนายชัยกิจ ดีสมโชค บริวารจำเลยจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำบังคับศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นออกหมายจับจำเลยที่ 2 และนายชัยกิจ ดีสมโชค มาขังไว้จนกว่าจะส่งมอบสถานีบริการที่พิพาทพร้อมทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ในการดำเนินการสถานีบริการที่พิพาทแก่โจทก์จำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า

จำเลยทั้งสองยังไม่ออกไปจากสถานีบริการตามคำบังคับ และนายชัยกิจ ดีสมโชค ซึ่งเป็นบริวารของจำเลยทั้งสองก็ยังไม่ได้ออกไปจากสถานีบริการด้วย แล้ววินิจฉัยว่าการบังคับคดีในเรื่องนี้มี 2 ประการ คือให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากสถานีบริการของโจทก์กับส่งมอบสถานีบริการ และให้จำเลยทั้งสองกับบริวารส่งมอบเครื่องมือและอุปกรณ์ในการดำเนินการสถานีบริการแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ในส่วนที่เกี่ยวกับการให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากสถานีบริการของโจทก์กับส่งมอบสถานีบริการนั้น โจทก์สามารถที่จะร้องขอให้ดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 ทวิ ได้ จึงยังไม่อาจออกหมายจับจำเลยกับบริวารมากักขังได้ ส่วนเรื่องการส่งมอบเครื่องมือและอุปกรณ์ในการดำเนินการสถานีบริการแก่โจทก์นั้น ไม่มีวิธีอื่นใดที่โจทก์จะใช้บังคับได้ ที่ศาลอุทธรณ์ให้ออกหมายจับจำเลยที่ 2 และนายชัยกิจมากักขังไว้จึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นออกหมายจับจำเลยที่ 2 และนายชัยกิจ ดีสมโชค มากักขังไว้จนกว่าจะส่งมอบเครื่องมือและอุปกรณ์ในการดำเนินการสถานีบริการแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา ธนานันท์ · พิชิต พรหมพิทักษ์กุล · บุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1539/2563

ที่ตั้งจริงของทรัพย์อยู่ห่างจากที่ตั้งของทรัพย์ตามประกาศขายทอดตลาดเป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร และมีเนื้อที่เพียง 18 ไร่เศษ ทั้งเป็นที่ดินไม่มีทางเข้าออก การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดที่ดินของจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 859/2563

เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่า ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 31 วรรคท้าย เป็นมาตรการที่กฎหมายกำหนดขึ้นเพื่อบังคับให้ผู้กระทำความผิดฐานบุกรุกยึดถือครอบครอง ก่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้