Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 47/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 282 วรรคสอง และความผิดฐานพรากผู้เยาว์ตามมาตรา 319 นั้น อายุของผู้เสียหายมีความสำคัญเพราะเป็นองค์ประกอบความผิด โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้ได้ความว่า ผู้เสียหายมีอายุไม่เกิน 18 ปี ศาลจึงจะพิพากษาลงโทษจำเลยได้ แต่การนำสืบของโจทก์คงมีแต่เพียงผู้เสียหายเบิกความว่า เกิดวันที่เท่าไร เดือนใดปีใด โจทก์ไม่ได้นำสืบหลักฐานที่น่าเชื่อถือ เช่น ใบสูติบัตรทะเบียนบ้านหรือบัตรประจำตัวประชาชนให้เห็นว่าผู้เสียหายมีวันเดือน ปีเกิดตามที่กล่าวอ้าง ทั้งปรากฎว่า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายมีสามีและได้เลิกกับสามีแล้ว ประกอบกับจำเลยนำสืบว่าผู้เสียหายมีอายุประมาณ 20 ปี เป็นการโต้แย้งว่าผู้เสียหายไม่ใช่มีอายุ 17 ปีตามที่กล่าวอ้าง กรณีจึงลงโทษจำเลยตามมาตรา 282 วรรคสอง ไม่ได้จำเลยคงมีความผิดตามมาตรา 282 วรรคหนึ่งและจำเลยไม่มีความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 18 ปี ตามมาตรา 319.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้พรากนางสาวปราณี อายุ 17 ปีเศษไปจากความปกครองของนางไพบูลย์ ซึ่งเป็นผู้ปกครองดูแลเพื่อหากำไรและการอนาจารและเพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่นได้ใช้อุบายหลอกลวงนางสาวปราณีว่าจะพาไปทำงาน แต่เมื่อพาไปแล้วกลับขายนายสาวปราณีให้แก่บุคคลอื่นเพื่อการอนาจารโดยนางสาวปราณีไม่ยินยอม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282, 319, 91 ที่แก้ไขแล้ว

จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 282 วรรคสอง 319 วรรคหนึ่ง อันเป็นการกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 ฐานเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่น ชัดพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งเด็กหญิงอายุไม่เกิน 18 ปีแม้เด็กหญิงจะยินยอม ให้จำคุก 6 ปี ฐานพรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน18 ปี ไปจากผู้ดูแลเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วยจำคุก 4 ปี รวมจำคุก 10 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว โจทก์มีนางสาวปราณี บางน้อยผู้เสียหายมาเบิกความยืนยันว่า จำเลยเป็นคนพูดชักชวนให้ผู้เสียหายไปทำงานที่จังหวัดภูเก็ตจะได้รับค่าจ้างมากถึงเดือนละ 3,000-4,000บาท เมื่อจำเลยไปพูกชักชวนผู้เสียหายที่บ้านของนางไพบูลย์ เปรมใจผู้ดูแลผู้เสียหายนั้น นางไพบูลย์ก็เห็นจำเลยและได้มาเบิกความเป็นพยานโจทก์สนับสนุนคำเบิกความของผู้เสียหายว่าจำเลยเป็นคนมาชักจูงให้ผู้เสียหายไปทำงานที่จังหวัดภูเก็ตจริง นอกจากนี้นางสาวสุทิน อันคำ เพื่อนของผู้เสียหายก็เบิกความเป็นพยานโจทก์ยืนยันว่าตนเองก็ถูกจำเลยชักจูงไปทำงานที่โรงแรมพูลผล จังหวัดภูเก็ตเช่นเดียวกัน เมื่อไปทำงานที่โรมแรมพูผล นางสาวสุทินก็ถูกบังคับให้ค้าประเวณี

จำเลยเองก็นำสืบรับว่า เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2531จำเลยกับผู้เสียหายได้เดินทางไปจังหวัดภูเก็ตจริง แม้จำเลยนำสืบแก้ตัวว่าจำเลยตามผู้เสียหายไปจังหวัดภูเก็ตและได้สมัครทำงานที่โรงแรมพูลผลแต่ทางโรงแรมไม่รับเพราะจำเลยอายุมากแล้วจำเลยจึงกลับบ้าน ข้อนำสืบแก้ตัวของจำเลยไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ เพราะผู้เสียหายยังเป็นผู้เยาว์อยู่ไม่เคยไปจังหวัดภูเก็ตมาก่อน เป็นไปไม่ได้ที่จะนำจำเลยไปจังหวัดภูเก็ต จำเลยมีสามีและเปิดร้านชำค้าขายอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี เป็นไปไม่ได้ที่อยู่ ๆ จำเลยก็ไปสมัครทำงานที่จังหวัดภูเก็ต พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบมาไม่อาจรับฟังเป็นขอแก้ตัวได้ แต่กลับเป็นการเจือสมกับพยานโจทก์ รับฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำการเพื่อให้สำเร็จวความใคร่ของผู้อื่นและเป็นธุระจัดหา

ล่อไปหรือชักพาผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจาร อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 282 ตามที่โจทก์ฟ้องจริง ฎีกาของจำเลยที่ว่าไม่ได้กระทำความผิดตามมาตรา 282 จึงฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปว่า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายมีอายุเท่าใดตามคำฟ้องโจทก์ระบุว่าผู้เสียหายอายุ 17 ปีเศษ แต่ในทางพิจารณาโจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าผู้เสียหายมีอายุ 17 ปีตามที่กล่าวอ้างในคำฟ้องจริง คงมีแต่ผู้เสียหายที่เบิกความตอบศาลว่า เกิดวันที่14 ตุลาคม 2515 โจทก์ไม่ได้นำสืบหลักฐานที่น่าเชื่อถือ เช่นใบสูติบัตร ทะเบียนบ้าน หรือบัตรประจำตัวประชาชนให้เห็นว่าผู้เสียหายมีวัน เดือน ปีเกิดตามที่กล่าวอ้าง แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า

ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายมีสามีและได้เลิกกับสามีแล้วจำเลยนำสืบว่าผู้เสียหายมีอายุประมาณ 20 ปี เป็นการโต้แย้งว่าผู้เสียหายไม่ใช่มีอายุ 17 ปี ตามที่กล่าวอ้าง เห็นว่า คดีนี้อายุของผู้เสียหายมีความสำคัญเพราะเป็นองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 282 วรรคสอง และความผิดฐานพรากผู้เยาว์ตามมาตรา 319 โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบอายุของผู้เสียหายให้เข้าองค์ประกอบความผิดในบทมาตราดังกล่าวว่า ผู้เสียหายมีอายุไม่เกิน 18 ปี ศาลจึงจะพิพากษาลงโทษจำเลยได้ ทางพิจารณาโจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นชัดแจ้งว่าผู้เสียหายมีอายุไม่เกิน 18 ปี จึงลงโทษจำเลยตามมาตรา 282 วรรคสองไม่ได้ จำเลยคงมีความผิดตามมาตรา 282 วรรคหนึ่ง และจำเลยไม่มีความผิดฐานพรากผู้เยาว์อายุไม่เกิน 18 ปีตามมาตรา 319 ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา 282 วรรคสอง และมาตรา 319 มาด้วยศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 282 วรรคหนึ่ง จำคุก 4 ปี ข้อหาอื่นของโจทก์ให้ยก.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · สวิน อักขรายุธ · ชาติศักดิ์ ธรรมศักดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3512/2552

คำเบิกความของผู้เสียหายที่ 1 ที่ยืนยันว่าถูกจำเลยข่มขืนกระทำชำเรามีพิรุธไม่น่าเชื่อถือ เพราะเมื่อแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวบรรยายฟ้องไว้ ย่อมแสดงว่าคำเบิกความของผู้เสียหายที่ 1 ต่อศาลในชั้นพิจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1627/2539

ถึงแม้ผู้เสียหายจะไม่ได้พักอาศัยอยู่กับมารดาเนื่องจากมารดานำไปฝากให้อยู่กับผู้อื่นก็ตามกรณีก็ยังถือว่าอยู่ในอำนาจปกครองของมารดาการที่จำเลยที่1พาผู้เสียหายไปโดยมารดาของผู้เสียหายมิได้ยินยอมย่อมเป็นการล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2820/2536

แม้คำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายจะเป็นพยานบอกเล่าแต่กฎหมายก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้รับฟัง เพียงแต่ลำพังมีน้ำหนักน้อยจึงรับฟังคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายประกอบกับพยานบุคคลและพยานเอกสารลงโทษจำเลยที่ 1 ได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้