Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4723/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีมีข้อสัญญาว่า เมื่อครบกำหนด12 เดือนแล้วไม่มีการต่ออายุสัญญากันใหม่ให้ถือว่าต่อสัญญากันอีกคราวละ 6 เดือนก็ตาม แต่หลังจากครบกำหนด 12 เดือนแล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เบิกเงินเกินบัญชีหรือโจทก์ยินยอมให้เบิกได้ คงมีแต่รายการโจทก์นำยอดดอกเบี้ยเข้าทบต้นเดือนละครั้ง จำเลยไม่ได้เบิกเงินหรือนำเงินเข้าฝากในบัญชีเลย จึงถือได้ว่าคู่กรณีได้ตกลงเลิกสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีโดยปริยายตั้งแต่วันครบกำหนดตามสัญญาและโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นได้ถึงวันดังกล่าวแล้วเท่านั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2521 จำเลยที่ 1ทำสัญญากู้เงินไปจากโจทก์จำนวน 50,000 บาท โดยมีจำเลยที่ 2ทำสัญญาค้ำประกันยินยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม และจำเลยทั้งสองร่วมกันจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นประกันหนี้ดังกล่าว ต่อมาวันที่ 3 สิงหาคม 2522 จำเลยได้เปิดบัญชีกระแสรายวันเลขที่ 287 ไว้กับโจทก์ และได้ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีในวงเงินไม่เกิน 35,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี มีกำหนด 12 เดือนเมื่อครบกำหนดแล้วไม่มีการต่อสัญญากันใหม่ ตกลงกันว่าให้ต่ออายุสัญญาไปอีกคราวละ 6 เดือนตลอดไป จำเลยที่ 1 ได้ผ่อนชำระหนี้เงินกู้ให้โจทก์ได้เพียงบางส่วน ยังคงเป็นหนี้เงินกู้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย 98,997.60 บาท

ส่วนหนี้เบิกเงินเกินบัญชีดังกล่าวปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เดินสะพัดบัญชีกับโจทก์เรื่อยมา จนครั้งสุดท้ายจำเลยที่ 1 มีเงินเข้าบัญชีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2524 จำนวน2,436.48 บาท หักทอนบัญชีแล้วจำเลยที่ 1 ยังคงเป็นหนี้ต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยทบต้นซึ่งคิดจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 107,879.24 บาทรวมแล้วจำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์อยู่ 2 จำนวน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น206,876.84 บาท โจทก์ทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองแล้ว จำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 206,876.84 บาทพร้อมดอกเบี้ย ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกันหรือแทนกันกับจำเลยที่ 1ชำระเงินจำนวน 98,997.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยหากจำเลยทั้งสองไม่ชำระเงินดังกล่าวให้ยึดที่ดินโฉนดที่ 5800 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์

ถ้าได้เงินไม่พอก็ขอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วนจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันสัญญากู้เงินเพียง 87,500 บาท นอกจากหนี้จำนวนนี้แล้วจำเลยที่ 2 ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดในหนี้อื่นที่โจทก์ฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระต้นเงินกู้ 49,000 บาทดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวคิดตั้งแต่วันที่1 กรกฎาคม 2524 จนถึงวันชำระเสร็จให้โจทก์ และให้จำเลยที่ 1ชำระต้นเงินเบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 43,965 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ19 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวคิดตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2524และขึ้นลงตามประกาศอัตราใหม่

จนถึงวันชำระเสร็จให้โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 เฉพาะหนี้เงินกู้โดยให้ร่วมรับผิดในดอกเบี้ยคิดตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2524 จนถึงวันชำระเสร็จถ้าจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้ยึดที่ดินจำนองพร้อมสิ่งปลูกสร้างขายทอดตลาดแล้วแบ่งเงินสุทธิเป็น 2 ส่วนเท่ากัน ส่วนของจำเลยที่ 2ให้จัดชำระหนี้เงินกู้ร่วมกับจำเลยที่ 1 อีกกึ่งหนึ่งเป็นของจำเลยที่ 1 ให้จัดชำระหนี้เงินกู้และหนี้เบิกเงินเกินบัญชีของจำเลยที่ 1 ให้สิทธิจำนองครอบต้นเงินจำเลยทั้งสองคนละ 25,000 บาทรวมทั้งดอกเบี้ยด้วย ส่วนที่เกินจากนั้นถือเป็นหนี้สามัญที่ไม่มีจำนองเป็นประกันซึ่งเจ้าหนี้อื่นมีสิทธิร้องขอเฉลี่ยได้ ถ้าไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองชำระหนี้จนครบจำนวนโจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า

ถ้าจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้ยึดที่ดินที่จำนองพร้อมสิ่งปลูกสร้างขายทอดตลาดชำระหนี้เงินกู้49,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจนกว่าชำระเสร็จ ส่วนหนี้เบิกเงินเกินบัญชีถือเป็นหนี้สามัญไม่มีที่ดินจำนองเป็นประกัน หากจำเลยที่ 1ไม่ชำระหนี้ก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 1 ชำระหนี้จนครบจำนวนโจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2522ในวงเงิน 35,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ทบต้นตามประเพณีธนาคาร มีกำหนด 12 เดือน เมื่อครบกำหนดแล้วไม่มีการต่ออายุสัญญากันใหม่ให้ถือว่าได้ตกลงให้มีการเบิกเงินเกินบัญชีตามสัญญานี้ต่อไปอีกคราวละ 6 เดือนตลอดไป

เห็นว่า แม้มีข้อสัญญาว่าเมื่อครบกำหนด 12 เดือนแล้วไม่มีการต่ออายุสัญญากันใหม่ให้ถือว่าต่อสัญญากันอีกคราวละ 6 เดือนก็ตาม แต่หลังจากครบกำหนด 12 เดือนเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2523 แล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เบิกเงินจากบัญชีหรือโจทก์ยินยอมให้เบิกได้ ตามบัญชีกระแสรายวันเอกสารหมายจ.8 ปรากฏว่ามีแต่รายการโจทก์นำยอดดอกเบี้ยเข้าทบต้นเดือนละครั้งจนถึงปี พ.ศ. 2529 จำเลยที่ 1 ไม่ได้เบิกเงินหรือนำเงินเข้าฝากในบัญชีเลย มีการโอนเงิน (TR) เข้าบัญชีเพียงครั้งเดียว เมื่อวันที่30 มิถุนายน 2524 จำนวน 2,436.48 บาท ก็ไม่ชัดแจ้งว่าจำเลยที่ 1เป็นผู้โอนเข้าบัญชีโดยประสงค์จะเดินสะพัดทางบัญชีต่อไปจึงถือได้ว่าคู่กรณีได้ตกลงเลิกสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีโดยปริยายตั้งแต่วันครบกำหนดตามสัญญา

คือวันที่ 3 สิงหาคม 2523 และโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นได้ถึงวันดังกล่าวแล้วเท่านั้นแต่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 รับผิดในดอกเบี้ยทบต้นถึงวันที่30 ธันวาคม 2524 จำเลยมิได้ฎีกาในปัญหานี้ จำเลยจึงต้องรับผิดในดอกเบี้ยทบต้นไม่เกินกว่าที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวรรณ ตระการพันธุ์ · นิเวศน์ คำผอง · ปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้