Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4724/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีมีประเด็นว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครอง หรือไม่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ครอบครองที่พิพาทแทนเจ้าของ ที่ดิน เป็นการชี้ให้เห็นว่าโจทก์อยู่ในที่พิพาทโดยไม่มีเจตนาเป็นเจ้าของจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ ทั้งจำเลยต่อสู้ไว้ด้วยว่าโจทก์ครอบครองที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของผู้อื่น คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงเป็นการวินิจฉัยในประเด็นพิพาท โจทก์ฟ้องและให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ซื้อที่ดินสองแปลงและโจทก์ครอบครองที่ดินทั้งสองแปลงมาโดยตลอดนับแต่วันซื้อ แต่โจทก์ฎีกาทำนองว่าโจทก์ซื้อที่ดินมาเพียงแปลงเดียว ฎีกาของโจทก์จึงเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น โจทก์เข้าอยู่ในที่พิพาทโดยการซื้อบ้านจากผู้เช่าที่พิพาทปลูกบ้านโจทก์จึงอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของผู้เช่า เป็นการครอบครองแทนเจ้าของ โจทก์ครอบครองที่พิพาทนานเท่าใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๔ บิดามารดาโจทก์ซื้อบ้านเลขที่ ๓๒๑ จากนายฮุย แซ่ตั้ง ซึ่งเช่าปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๘๓ ของนางแพ ประวัติวรวิชชุการี พ.ศ. ๒๕๐๐ นางแพได้ขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๘๓ และ ๓๔๘๒ ซึ่งมีที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๙๗ ของจำเลยคั่นกลางอยู่ให้แก่โจทก์ และโจทก์ได้ซื้อบ้านเลขที่ ๓๑๙ ของนายต้อมวงศ์เมือง ซึ่งเช่าปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๘๓ ไว้อีกโจทก์ได้รื้อบ้านทั้งสองหลังแล้วปลูกขึ้นใหม่เป็นหลังเดียว และเข้าครอบครองที่ดินโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาเป็นเวลา ๒๖ ปี ต่อมาปรากฏว่านางแพโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่๓๔๘๓ แก่นายยโต๊ะ อ่วมชีพ และ พ.ศ. ๒๕๒๕ นายโต๊ะกับจำเลยสมคบกันโอนขายให้จำเลยโดยไม่สุจริต ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ และเพิกถอนการโอนที่พิพาท

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า นางแพไม่ได้โอนขายที่พิพาทแก่โจทก์ แต่โอนขายแก่นายโต๊ะตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๗ และเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕จำเลยได้ซื้อที่พิพาทต่อจากนายโต๊ะโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนโจทก์ปลูกบ้านในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของนายโต๊ะ จำเลยแจ้งให้โจทก์ออกไปจากที่พิพาทแล้ว ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่พิพาทและชดใช้ค่าเสียหาย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทจากางแพและครอบครองอย่างเป็นเจ้าของตลอดมากว่า ๒๐ ปี จำเลบรับโอนที่พิพาทจากนายโต๊ะโดยรู้อยู่ว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครอง เป็นการโอนโดยไม่สุจริตโจทก์จึงเป็นผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิได้ก่อน จำเลยไม่เสียหาย ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้ขับไล่โจทก์พร้อมชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า คดีมีประเด็นว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองมาเกิน ๑๐ ปี หรือไม่ ดังนั้นการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ครอบครองที่พิพาทแทนเจ้าของที่ดินนั้น เป็นการชี้ให้เห็นว่าโจทก์อยู่ในที่พิพาทโดยไม่มีเจตนาเป็นเจ้าของ จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองทั้งจำเลยก็ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ครอบครองที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของนายโต๊ะ การวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงเป็นการวินิจฉัยในประเด็นข้อพิพาท ข้อต่อมาโจทก์ฎีกาว่า โจทก์เข้าครอบครองที่พิพาทคือที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๓๔๘๓ โดยเข้าใจผิดว่าเป็นที่ดินตามโฉนดเลขที่ ๓๔๘๒ที่โจทก์ซื้อจากนางแพ จึงเป็นการครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของโดยโจทก์ฎีกาทำนองว่า

โจทก์ซื้อที่ดินดังกล่าวมาเพียงแปลงเดียวนั้นโจทก์ฟ้องและให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ซื้อที่ดินจากนางแพรวม ๒แปลง คือที่พิพาทโฉนดเลขที่ ๓๔๘๓ และ ๓๔๘๒ และโจทก์ได้ครอบครองที่ดินทั้งสองแปลงมาโดยตลอดนับแต่วันซื้อ ดังนั้น ฎีกาของโจทก์จึงเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น ข้อสุดท้ายศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์เข้าอยู่ในที่พิพาทโดยการซื้อบ้านของนายฮุยและนายต้อม ซึ่งคนทั้งสองเช่าที่พิพาทปลูกบ้านโจทก์จึงอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิ์ของผู้เช่า จึงเป็นการครอบครองแทนเจ้าของกรรมสิทธิ์ มิใช่เป็นการยึดถือในฐานะเป็นเจ้าของ แม้โจทก์จะครอบครองที่พิพาทนานเท่าใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์ กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทเป็นของจำเลย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวิทย์ ธีรพงษ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
ศาลล่าง
ศาลแพ่งธนบุรี - นายโกษา ปิยสิรานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นายไพริน มะนุญพร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1821/2519

ที่พิพาทเป็นที่ดินส่วนหนึ่งของที่ดินที่บิดาโจทก์เคยฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท แล้วบิดาโจทก์กับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยบิดาโจทก์ยอมให้จำเลยกับลูกหลานมีสิทธิอาศัยอยู่ในที่พิพาทไปตลอดชีวิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12639/2553

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท จำเลยให้การว่าโจทก์รับโอนที่ดินมาจาก ห. โดยไม่สุจริต โดยไม่ปรากฏว่าไม่สุจริตอย่างไร และทางนำสืบของจำเลยก็ไม่ปรากฏเรื่องนี้ ถือว่าคดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทนี้ จำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 109353)

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องทั้งสองสำนวนโดยตั้งประเด็นใหม่ว่านิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นโมฆะซึ่งศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำร้องของโจทก์นั้นแล้ว และจำเลยทั้งห้าก็ได้ขอแก้ไขคำให้การทั้งสองสำน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3031/2545

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินแปลงพิพาทโดยจดทะเบียนซื้อมาจาก ส. จำเลยอยู่ในที่ดินส่วนพิพาทโดยอาศัย ส. ขอให้ขับไล่จำเลยให้การว่า จำเลยครอบครองที่ดินส่วนพิพาทด้วยความสงบ เปิดเผยและเจตนายึดถือเพื่อต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2540

หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ระบุถึง อ.มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกเป็นคดีนี้เท่านั้นการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้