Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4725/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนเรือซาอุดี เย็นโบ ในการลากจูงเรือออกจากท่าเรือของโจทก์ จำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นผู้ครอบครองเรือไม่ได้เป็นผู้ควบคุมและสั่งการเดินเรือเมื่อเกิดเหตุเรือชนท่าเรือของโจทก์ กรณีละเมิดดังกล่าวมิได้เกิดจากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวแทนจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิด ปรากฏตามคำร้องขอเช่าเรือลากจูงจากโจทก์ของจำเลยที่ 2 ว่า"ข้าพเจ้ายอมเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องในการลากจูงนี้ และไม่เรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากการท่าเรือแห่งประเทศไทยในกรณีที่มีการเสียหายเกิดขึ้นแก่เรือที่ถูกลากจูง ไม่ว่าในกรณีใด ๆ" ซึ่งหมายความว่า หากการลากจูงนั้นเกิดความเสียหายอย่างใด ๆ ขึ้นแก่โจทก์ จำเลยที่ 2 ยอมรับผิดชอบแต่ถ้าหากการลากจูงนั้นเกิดความเสียหายอย่างใด ๆ ขึ้นแก่เรือที่ถูกลากจูงซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนอยู่ จำเลยที่ 2 ก็ดีฝ่ายเรือที่ถูกลากจูงก็ดี ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายใด ๆ จากโจทก์ฉะนั้น การที่จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์หรือไม่จึงต้องดูที่ว่าความเสียหายเกิดจากการลากจูงหรือไม่เมื่อปรากฏว่าความเสียหายเกิดขึ้นขณะที่เรือลากจูงดันเรือซาอุดี เย็นโบ เข้าเทียบท่าเนื่องจากเครื่องยนต์ดับ การลากจูงยังไม่เสร็จสิ้นยังไม่พ้นจากท่าเรือของโจทก์ ขณะดัน เรือเข้าเทียบท่ายังอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบของเรือลากจูง ฉะนั้น การที่เรือลากจูงดันเรือซาอุดี เย็นโบเข้าเทียบท่าไปกระทบปั้นจั่นและโรงพักของโจทก์เสียหาย ความเสียหายที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องในการลากจูงซึ่งจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดชอบตามคำร้องขอเช่าหรือลากจูงซึ่งโจทก์ตกลงด้วยแล้ว คำร้องดังกล่าวถือเป็นสัญญาผูกพันจำเลยที่ 2 ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ยื่นคำร้องขอนำเรือสินค้าชื่อเน็ดลอยด์โคเรีย (M.S.NEDLLOYD KOREA) เข้าท่าภายในบริเวณท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งเป็นเขตในความควบคุมของโจทก์ จำเลยที่ ๑ได้นำเรือเข้าเทียบท่าดังกล่าวแล้ว จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาเช่าเรือลากจูงกับโจทก์โดยยื่นคำร้องขอเช่าเรือลากจูงของ โจทก์เพื่อทำการลากจูงเรือเน็ดลอยด์โคเรีย อันเป็นยานพาหนะซึ่งเดินด้วยเครื่องจักรกลที่จอดอยู่ออกจากท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งขณะนั้นเปลี่ยนชื่อเป็นซาอุดีเย็นโบ (SADI YENBO)ในคำร้องระบุว่าจำเลยที่ ๒ ยอมรับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการลากจูง โจทก์ได้ตอบสนองคำร้องขอของจำเลยที่ ๒ โดยตกลงให้จำเลยที่ ๒ เช่าเรือลากจูงตามคำขอของจำเลยที่ ๒ และในขณะที่เรือลากจูงของโจทก์กำลังลากจูงเรือซาอุดีเย็นโบ เพื่อออกจากท่าเรือกรุงเทพนายเรือและช่างเรือซึ่งจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ตรวจสอบและดูแลได้ควบคุมเรือด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังไม่ได้ตรวจตราเครื่องยนต์ของ

เรือให้อยู่ในสภาพพร้อมที่จะใช้งานได้เป็นอย่างดีทำให้เครื่องยนต์ของเรือเกิดดับขณะแล่นออกจากท่า เรือลากจูงของโจทก์ซึ่งได้เข้าลากจูงไม่สามารถบังคับเรือซึ่งเครื่องยนต์ดับใช้การไม่ได้ให้อยู่ในทิศทางที่ต้องการได้ เรือจึงลอยเข้าฝั่งและชนปะทะปั้นจั่นและโรงพักสินค้าของโจทก์ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเสียหายและโจทก์ขาดประโยชน์จากการให้เช่าปั้นจั่น ดังกล่าวตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันซ่อมเสร็จ ค่าเสียหายและขาดประโยชน์รวม ๑,๐๕๖,๐๘๕ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันละเมิดวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๒๖ ถึงวันฟ้องเป็นเงิน๘๕,๘๐๖.๙๐ บาท ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายและดอกเบี้ยนับแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๒๖ ถึงวันฟ้องรวม ๑,๑๔๑,๘๙๑.๙๐ บาท แก่โจทก์

พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน๑,๐๕๖,๐๘๕ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำคำร้องขอนำเรือสินค้าชื่อเน็ดลอยด์โคเรีย (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นเรือซาอุดีเย็นโบ) เข้ามาในอาณาบริเวณท่าเรือกรุงเทพจริง โดยขณะนั้นจำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนของเรือเน็ดลอยด์โคเรีย และในช่วงเวลาดังกล่าวก็มิได้เกิดความเสียหายใด ๆ แก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ติดต่อกับโจทก์และทำสัญญาเช่าเรือลากจูงของโจทก์ในฐานะตัวแทนเจ้าของเรือซาอุดีเย็นโบ เท่านั้น มิได้เป็นผู้ครอบครองหรือเกี่ยวข้องกับการควบคุม หรือสั่งการเดินเรือแต่เป็นอำนาจหน้าที่ของนายเรือและขณะเกิดเหตุเจ้าพนักงานนำรอง

กรมเจ้าท่าเป็นผู้ควบคุมและสั่งการเดินเรือ เหตุเกิดจากการสั่งการของเจ้าพนักงานนำร่องที่สั่งให้ทิ้งสมออย่างกะทันหันและโจทก์จัดเรือลากจูงที่กำลังไม่เพียงพอไม่ได้เกิดเพราะเครื่องยนต์ไม่ดีหรือนายเรือหรือช่างเครื่องยนต์จำเลยที่ ๒ ทำสัญญารับผิดต่อโจทก์ในความเสียหายที่เรือสินค้าที่จำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนทำแก่เรือลากจูงของโจทก์เท่านั้น ไม่เคยให้สัญญาว่าจะรับผิดชอบในความเสียหายทุกกรณี จึงไม่ต้องรับผิดในความเสียหายของโจทก์ตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๓๘๕,๘๓๕ บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๒๖ จนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๑ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยที่ ๑ กำหนดค่าทนายความ๔,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ประการแรกว่า จำเลยที่ ๒จะต้องรับผิดชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์หรือไม่ ปรากฏว่า จำเลยที่ ๒เป็นตัวแทนเรือซาอุดีเย็นโบ ตามภาพถ่ายคำร้องขอเช่าเรือลากจูงเอกสารหมาย จ.๑๑ ขณะที่เรือเข้าเทียบท่าหรือออกจากท่าจำเลยที่ ๒ไม่ได้เป็นผู้ครอบครองเรือ ไม่ได้เป็นผู้ควบคุมและสั่งการเดินเรือบริษัทซาอุดี อินเตอร์เนชั่นแนล ชิปปิ้ง หรือเรียกว่า เอส.ไอ.เอส.เป็นผู้ซื้อเรือลำนี้ ได้ส่งนายแอนเดรส เมตาซาส มาเป็นผู้รับมอบเรือศาลฎีกาเห็นว่ากรณีละเมิดตามฟ้องมิได้เกิดจากจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นตัวแทนเรือซาอุดี เย็นโบ จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดนั้น

ปัญหาต่อไปมีว่า จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น ตามคำร้องขอเช่าเรือลากจูง เอกสารหมาย จ.๑๑ หรือไม่เห็นว่า ตามคำร้องขอเช่าเรือลากจูง เอกสารหมาย จ.๑๑ มีข้อความว่า"ข้าพเจ้ายอมเป็นผู้รับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องในการลากจูงนี้ และจะไม่เรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากการท่าเรือแห่งประเทศไทย ในกรณีที่มีการเสียหายเกิดขึ้นแก่เรือที่ถูกลากจูง ไม่ว่าในกรณีใด ๆ" หมายความว่า หากการลากจูงนั้นเกิดความเสียหายอย่างใด ๆ ขึ้นแก่โจทก์ จำเลยที่ ๒ ยอมรับผิดชอบ แต่ถ้าหากการลากจูงนั้นเกิดความเสียหายอย่างใด ๆ ขึ้นแก่เรือที่ถูกลากจูง ซึ่งจำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนอยู่ จำเลยที่ ๒ ก็ดีฝ่ายเรือที่ถูกลากจูงซึ่งจำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนอยู่ก็ดี

ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายใด ๆ จากโจทก์ ฉะนั้นการที่จำเลยที่ ๒ จะต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่โจทก์หรือไม่จึงต้องดูที่ว่าความเสียหายนั้นเกิดขึ้นเนื่องในการลากจูงหรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าขณะที่เรือลากจูงทั้งสองลำดัน เรือซาอุดีเย็นโบ เข้าเทียบท่าแล้วท้ายเรือซาอุดี เย็นโบ ไปกระทบปั้นจั่นและโรงพักสินค้าของโจทก์เสียหายนั้น เรือลากจูงทั้งสองลำดัน เรือซาอุดี เย็นโบออกจากหลักที่จอดเรือแล้ว และได้ล่วงหน้าไปรอตรงจุดที่เรือซาอุดี เย็นโบ จะกลับลำ แต่เนื่องจากเรือซาอุดี เย็นโบ เครื่องยนต์ดับ และลอยไปจนน่ากลัวว่าจะเกิดอันตราย นาวาโทชวลิต วรวิทย์จึงได้วิทยุให้เรือลากจูงทั้งสองลำมาดัน เรือซาอุดี เย็นโบ

เข้าเทียบท่าเสียก่อน ดังนี้ จะเห็นได้ว่าขณะที่เรือลากจูงทั้งสองลำดัน เรือซาอุดี เย็นโบ เข้าเทียบท่านั้น การลากจูงยังไม่เสร็จสิ้นเพราะเรือลากจูงยังจะต้องไปดัน เรือซาอุดี เย็นโบ กลับลำอีกเรือซาอุดี เย็นโบ ยังไม่พ้นไปจากท่าเรือของโจทก์ ขณะที่ดัน เรือเข้าเทียบท่านั้นยังอยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบของเรือลากจูง ฉะนั้น เมื่อเรือลากจูงทั้งสองลำดัน เรือซาอุดี เย็นโบเข้าเทียบท่าแล้วท้ายเรือซาอุดี เย็นโบ ไปกระทบกับปั้นจั่นและโรงพักสินค้าของโจทก์เสียหาย ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นถือได้ว่าเป็นความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องในการลากจูง ซึ่งจำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดชอบตามคำร้องขอเช่าเรือลากจูง เอกสารหมาย

จ.๑๑ซึ่งเอกสารหมาย จ.๑๑ ดังกล่าวโจทก์ตกลงด้วยแล้ว เป็นสัญญาผูกพันจำเลยที่ ๒ ได้ คำร้องขอเช่าเรือลากจูง เอกสารหมาย จ.๑๑ ไม่มีข้อความตอนใดที่หมายความว่าจำเลยที่ ๒ จะต้องรับผิดเฉพาะในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเรือที่ถูกลากจูงทำความเสียหายแก่เรือลากจูงเท่านั้นตามที่จำเลยที่ ๒ เข้าใจและฎีกาขึ้นมา ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายประดิษฐ์ เอกมณี
ศาลอุทธรณ์ - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4814/2533

จำเลยที่ 1 ขับรถของจำเลยที่ 2 โดยมีจำเลยที่ 2 ซึ่งเมาสุรานั่งไปด้วย ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ขับรถอันเป็นกิจการของจำเลยที่ 2แทนจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 จึงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการ โจทก์บรรยายฟ้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2649/2529

การเช่าซื้อนั้นกรรมสิทธิ์จะยังไม่โอนไปจนกว่าจะได้ชำระค่าเช่าซื้อครบ และในระหว่างเช่าซื้อผู้เช่าซื้อเป็นผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ทรัพย์สินที่เช่าซื้อฉะนั้น แม้จะเกิดเหตุผู้ให้เช่าซื้อมีชื่อเป็นผู้ถือกรรมส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3489/2527

จำเลยที่ 4 เป็นพนักงานของโจทก์ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกการเงินมีหน้าที่รับผิดชอบในการรับเงินและจ่ายเงินให้ถูกต้อง ตลอดจนการฝากเงิน ถอนเงินธนาคาร และรวบรวมเงินที่คงเหลือทุกวันส่งผู้ช่วยหัวหน้ากองบัญชีและก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2562

แม้จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของเรือ แต่บุคคลที่จะรับผิดชอบเพื่อการเสียหายอันเกิดแต่ยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกลจะต้องเป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลซึ่งหมายถึงผู้ใช้ยานพาหนะนั้นในฐานะเป็นผู้ยึดถือในข…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้