Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4735/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้ในคดีก่อนจะมีการบรรยายฟ้องด้วยว่าจำเลยจัดพิมพ์เอกสารเดียวกันกับสิ่งพิมพ์ในคดีนี้ แต่ก็เป็นการบรรยายข้อเท็จจริงอันเป็นที่มาของการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดและขอให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นสมเด็จพระราชินีและรัชทายาทด้วยการโฆษณาด้วยการจำหน่ายจ่ายแจกเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ดังกล่าวเพื่อให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีเท่านั้น มิใช่เป็นการฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดและขอให้ลงโทษในฐานะที่เป็นผู้พิมพ์ การกระทำที่จำเลยถูกฟ้องคดีก่อนจึงต่างกรรมกับที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ว่าจำเลยพิมพ์เอกสารหรือสิ่งพิมพ์โดยฝ่าฝืนข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการพิมพ์ สิทธิในการนำคดีมาฟ้องสำหรับการกระทำนี้จึงไม่ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ส่วนการจ่ายแจกหรือเสนอจ่ายแจกเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ดังกล่าวโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยการพิมพ์ซึ่งเป็นอีกกรรมหนึ่งของฟ้องคดีนี้ เป็นการกระทำกรรมเดียวกันกับการโฆษณาด้วยการจำหน่ายจ่ายแจกเอกสารอันเป็นการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นสมเด็จพระราชินีและรัชทายาทตามฟ้องคดีก่อนซึ่งได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปแล้วสิทธิในการนำคดีมาฟ้องสำหรับการกระทำนี้ย่อมระงับไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเดียวกันดังกล่าวข้างต้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยเฉพาะข้อหาพิมพ์เอกสารหรือสิ่งพิมพ์โดยฝ่าฝืนข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการพิมพ์เท่านั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 39 พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 9 พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 19 พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 52 พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 มาตรา 57

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันกล่าวคือจำเลยพิมพ์สิ่งพิมพ์ชื่อ 'คำปราศรัยพันตำรวจตรีอนันต์ เสนาขันธ์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพจริงหรือ' โดยฝ่าฝืนข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการพิมพ์กับจำเลยจ่ายแจกหรือเสนอจ่ายแจกสิ่งพิมพ์ดังกล่าวซึ่งเจ้าพนักงานการพิมพ์ได้มีคำสั่งห้ามการขายหรือจ่ายแจกแก่ประชาชนทั่วไปให้แก่ผู้มีชื่อและประชาชนทั่วไปขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพิมพ์พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๙, ๑๙, ๕๒, ๕๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ และขอให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๓๙/๒๕๒๖ ของศาลทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา)

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพิมพ์พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๙, ๑๙, ๕๒, ๕๗ ลงโทษตามมาตรา ๕๒ ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก ๑ เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสำหรับฎีกาของโจทก์ที่ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองกรรมที่โจทก์ฟ้องคดีนี้มิใช่การกระทำเดียวกันกับการกระทำที่จำเลยถูกฟ้องคดีก่อนซึ่งมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นแล้วตามคดีหมายเลขแดงที่ ๑๔/๒๕๒๗ ของศาลทหารกรุงเทพ (ศาลอาญา) สิทธินำคดีนี้มาฟ้องของโจทก์ย่อมไม่ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔) นั้นปรากฏว่าคดีก่อนจำเลยถูกฟ้องว่าหมิ่นประมาทและดูหมิ่นสมเด็จพระราชินีและรัชทายาทด้วยการโฆษณาโดยจำเลยจำหน่ายจ่ายแจกเอกสารชื่อ 'คำปราศรัยพันตำรวจตรีอนันต์ เสนาขันธ์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพจริงหรือ' ที่จำเลยจัดพิมพ์จากคำปราศรัยของพันตำรวจตรีอนันต์ เสนาขันธ์ซึ่งปราศรัยหมิ่นประมาทและดูหมิ่นสมเด็จพระบรมราชินีและรัชทายาทต่อประชาชนที่ท้องสนามหลวงให้แก่ผู้มีชื่อและประชาชนทั่วไปที่บริเวณหน้ารัฐสภา

ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องว่าตามวันเวลาและสถานที่ซึ่งตรงกับฟ้องคดีก่อนจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือจำเลยเป็นผู้พิมพ์สิ่งพิมพ์เดียวกันกับเอกสารในคดีก่อนโดยฝ่าฝืนข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการพิมพ์คือไม่แสดงปีที่พิมพ์ชื่อและที่ตั้งของโรงพิมพ์หรือสถานที่พิมพ์ในเมื่อไม่มีที่ตั้งโรงพิมพ์และชื่อผู้โฆษณาหรือที่ตั้งสำนักงานของผู้โฆษณาไว้ที่ปกหน้าหรือหน้าสำหรับบอกชื่อสิ่งพิมพ์นั้นกับจำเลยจ่ายแจกหรือเสนอจ่ายแจกสิ่งพิมพ์ดังกล่าวซึ่งเจ้าพนักงานการพิมพ์ได้มีคำสั่งห้ามการขายหรือจ่ายแจกแก่ประชาชนทั่วไปให้แก่ผู้มีชื่อและประชาชนทั่วไปศาลฎีกาเห็นว่าในคดีก่อนนั้นแม้จะมีการบรรยายฟ้องด้วยว่าจำเลยจัดพิมพ์เอกสารหรือสิ่งพิมพ์ชื่อ

'คำปราศรัยพันตำรวจตรีอนันต์ เสนาขันธ์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพจริงหรือ' แต่ก็เป็นการบรรยายข้อเท็จจริงอันเป็นที่มาของการกระทำที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดและขอให้ลงโทษคือการหมิ่นประมาทและดูหมิ่นสมเด็จพระราชินีและรัชทายาทด้วยการโฆษณาด้วยการจำหน่ายจ่ายแจกเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ดังกล่าวเพื่อให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีเท่านั้น มิใช่เป็นการฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดและขอให้ลงโทษในฐานะที่เป็นผู้พิมพ์การกระทำดังกล่าวที่จำเลยถูกฟ้องในคดีก่อนจึงเป็นการกระทำต่างกรรมกับการกระทำที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ว่าจำเลยพิมพ์เอกสารหรือสิ่งพิมพ์ดังกล่าวโดยฝ่าฝืนข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการพิมพ์สิทธิในการนำคดีมาฟ้องสำหรับการกระทำนี้จึงไม่ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๔)

ส่วนการจ่ายแจกหรือเสนอจ่ายแจกเอกสารหรือสิ่งพิมพ์ดังกล่าวโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายว่าด้วยการพิมพ์ซึ่งเป็นอีกกรรมหนึ่งของฟ้องคดีนี้เห็นได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวกันกับการโฆษณาด้วยการจำหน่ายจ่ายแจกเอกสารอันเป็นการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นสมเด็จพระราชินีและรัชทายาทตามฟ้องคดีก่อนซึ่งได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปแล้วสิทธิในการนำคดีมาฟ้องสำหรับการกระทำนี้ย่อมระงับไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเดียวกันดังกล่าวข้างต้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยเฉพาะข้อหาพิมพ์เอกสารหรือสิ่งพิมพ์ดังกล่าวโดยฝ่าฝืนข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการพิมพ์เท่านั้น แต่ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงสำหรับข้อหาที่โจทก์มีอำนาจฟ้องนี้ว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้พิมพ์หรือจัดการพิมพ์สิ่งพิมพ์ชื่อ 'คำปราศรัยพันตำรวจตรีอนันต์ เสนาขันธ์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพจริงหรือ' การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามฟ้องและไม่อาจลงโทษจำเลยได้ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้องโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทิน นนทแก้ว · สหัส สิงหวิริยะ · เจริญ นิลเอสงฆ์
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายสนอง ยูถะสุนทร
ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย กันนะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3847/2536

การที่จำเลยนำใบใบ้หวยซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ที่เจ้าพนักงานการพิมพ์ได้ห้ามการขายหรือจ่ายแจก มาเสนอขายอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 9,52ก็โดยมีเจตนาเพื่อชักชวนให้ผู้อื่นเล่นการพนันสลา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3681/2568

การยอมความกันตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) หมายถึง การยอมความในทางอาญาเท่านั้น มิได้หมายความว่า เมื่อมีการยอมความกันไม่ว่าจะในเรื่องใดแล้ว จะทำให้คดีอาญาต้องระงับไปด้วย เมื่อผู้เสียหายแถลงต่อศาลชั้นต้นว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2568

ความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 335 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นความผิดที่ระบุไว้ใน ป.อ. มาตรา 71 วรรคสอง บัญญัติว่า ความผิดดังกล่าวถ้าเป็นการกระทำที่ผู้สืบสันดานกระทำต่อผู้บุพการี แม้กฎหมายมิได้บัญญัต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 508/2567

มูลหนี้ตามเช็คในคดีนี้เป็นเรื่องที่จำเลยออกเช็คพิพาทสั่งจ่ายเงิน 1,200,000 บาท เพื่อชำระหนี้กู้ยืม หลังจากธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยจึงได้ชำระเงินสด 300,000 บาท และนำเช็ค 3 ฉบับ ฉบับละ 75,00…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้