Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4751/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ไปขอถอนเงินจากบัญชีเงินฝากที่ธนาคารออมสินพบว่าสมุดฝากเงินของโจทก์ซึ่งเก็บไว้ที่ธนาคารมีเงินเหลืออยู่ น้อยกว่าที่ฝากไว้จริง และตรวจสอบสมุดฝากเงินของ ฉ. ภริยาโจทก์ และสมุดฝากเงินของ จ. บุตรโจทก์ก็พบว่าเงินในสมุดฝากเงินเหลือน้อยผิดปกติเช่นกัน โจทก์จึงขอตรวจสอบ ใบถอนเงินจากบัญชีเงินฝากทั้งสามบัญชีดังกล่าว แต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นพนักงานของธนาคารออมสินปฏิเสธไม่ยอมให้โจทก์ตรวจสอบใบถอนเงินตามที่โจทก์ขอตามสิทธิและความจำเป็น อันเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ใน ระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 123 ว่าด้วยวินัยของของพนักงานธนาคารออมสิน ข้อ 13 โดยมิชอบ เพื่อให้โจทก์ภริยาและบุตรเสียหาย เพราะโจทก์ไม่อาจทราบได้ว่าเงินในบัญชีเงินฝากของโจทก์ ภริยาและบุตรถูกคนร้ายปลอมลายมือชื่อถอนเงินจากบัญชีหรือไม่เพียงใด และไม่อาจเอาผิดกับผู้รับผิดชอบของธนาคารออมสินได้ จำเลยที่ 2 และที่ 3จึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 83 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 11ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 11 จำคุกคนละ 1 ปี ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยกระทำความผิดมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2537 โจทก์ไปขอถอนเงินจากบัญชีเงินฝากที่ธนาคารออมสิน

สาขาหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี พบว่าสมุดฝากเงินของโจทก์ซึ่งเก็บไว้ที่ธนาคารมีเงินเหลืออยู่เพียง 430 บาทอันเป็นจำนวนเงินน้อยกว่าที่ฝากไว้จริง และตรวจสอบสมุดฝากเงินของนางฉลวย กล้าธัญกรณ์ ภริยาโจทก์ และสมุดฝากเงินของเด็กชายจตุรงค์ กล้าธัญกรณ์ บุตรโจทก์ก็พบว่าเงินในสมุดฝากเงินเหลือน้อยผิดปกติเช่นกัน โจทก์จึงขอตรวจสอบใบถอนเงินจากบัญชีเงินฝากทั้งสามบัญชีดังกล่าว จำเลยที่ 3 ผู้จัดการธนาคารออมสิน สาขาหนองฉาง ปฏิเสธโดยบอกให้โจทก์ทำคำร้องขอตรวจสอบใบถอนเงินก่อน ต่อมาวันที่ 1 ธันวาคม 2537 โจทก์ทำคำร้องขอตรวจสอบใบถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ นางฉลวยและเด็กชายจตุรงค์ของปี 2537 หลังจากนั้นวันที่ 15 ธันวาคม 2537โจทก์

นางฉลวยและเด็กชายจตุรงค์มาตรวจสอบใบถอนเงินปรากฏว่ามีผู้ทุจริตปลอมลายมือชื่อโจทก์ นางฉลวยและเด็กชายจตุรงค์ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ นางฉลวยและเด็กชายจตุรงค์รวมเป็นเงิน 35,700 บาท โจทก์จึงขอตรวจสอบใบถอนเงินจากบัญชีเงินฝากทั้งสามบัญชีของปี 2536 ต่อไป แต่ไม่อาจตรวจสอบได้คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2และที่ 3 กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นลูกค้าฝากเงินไว้กับธนาคารออมสิน สาขาหนองฉาง มาเป็นเวลาหลายปีมาขอถอนเงินจากบัญชี แต่พบว่าจำนวนเงินในสมุดฝากเงินซึ่งเก็บไว้ที่ธนาคารเหลือน้อยผิดปกติโจทก์เกิดความสงสัยจึงขอตรวจสอบใบถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ ภริยาและบุตรแต่แทนที่จะได้รับความสนใจจากจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้จัดการหรือจากพนักงานอื่นที่เกี่ยวข้องของธนาคารในการช่วยเหลือให้ความสะดวกและให้ความสงเคราะห์เพื่อให้โจทก์ได้รับความกระจ่างหมดข้อสงสัยโดยบริการให้โจทก์ได้ตรวจสอบใบถอนเงินตามต้องการหรือหากมีข้อขัดข้องด้วยระเบียบประการใดก็น่าจะแนะนำและชี้แจงโดยมุ่งให้โจทก์ได้รับผลสำเร็จโดยรวดเร็ว ตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 123 ว่าด้วยวินัยของพนักงานธนาคารออมสินข้อ 13 ตามเอกสารหมาย

ล.2 แต่จำเลยที่ 3 กลับมีพฤติการณ์ในเชิงปฏิเสธโดยแจ้งให้โจทก์ทราบว่าจะต้องยื่นคำร้องขอตรวจสอบใบถอนเงินก่อนแต่แล้วกลับปล่อยให้โจทก์นั่งรอ โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 หรือพนักงานของธนาคารคนใดมาสอบถามหรือให้ความสะดวกแก่โจทก์ซึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดาในการทำคำร้องจำเลยนำสืบรับว่าเป็นสิทธิของโจทก์หรือผู้เป็นเจ้าของบัญชีที่จะขอตรวจสอบใบถอนเงินจากบัญชีเงินฝากได้โดยไม่จำต้องระบุไว้ในระเบียบการธนาคารออมสิน ว่า เจ้าของบัญชีจะต้องทำคำร้องก่อนด้วยแล้ว ย่อมเห็นได้ว่าจำเลยที่ 3 ต้องการปัดภาระของโจทก์ให้พ้นไป มิฉะนั้นเพียงแต่การขอตรวจสอบใบถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของปี 2537 คงไม่ต้องใช้เวลาตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2537 จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2537 โจทก์

ภริยา และบุตรจึงได้ตรวจสอบใบถอนเงินดังกล่าวและเมื่อผลการตรวจสอบโจทก์ ภริยาและบุตรทราบว่าเงินฝากในบัญชีของตนทั้งสามบัญชีมีผู้ทุจริตปลอมลายมือชื่อ เจ้าของบัญชีและลายมือชื่อผู้มอบฉันทะลักลอบถอนเงินออกจากบัญชีรวมเป็นเงิน35,700 บาท แล้ว โจทก์จึงขอตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2536 ต่อไป แทนที่จำเลยที่ 3 จะทำบันทึกความต้องการของโจทก์ไว้แล้วนัดให้โจทก์ ภริยาและบุตรมาตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2536ก็คงไม่เกิดปัญหาเป็นคดีนี้ขึ้น จำเลยที่ 3 กลับบอกโจทก์ว่าต้องทำทีละขั้นตอน อันเป็นการยากที่จะให้โจทก์ผู้มีปัญหาเงินหายจากบัญชีเงินฝากเข้าใจความหมายและวิธีการว่า จำเลยที่ 3หมายถึง ให้โจทก์ทำคำร้องขอตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2536เข้ามาใหม่

ทั้งการที่โจทก์ไม่ได้ทำคำร้องก็ไม่เป็นเหตุให้จำเลยที่ 3 ยกเว้นข้ออ้างและละเลยไม่นัดวันให้โจทก์ ภริยาและบุตรมาตรวจสอบใบถอนเงินตามที่ร้องขอในเมื่อปรากฏว่าวันที่โจทก์ทำคำร้องขอตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2537 โจทก์เขียนคำร้องโดยเขียนตามคำบอกของนายกิตติภูมิ แพ่งพิพัฒน์ ผู้ทำหน้าที่แทนผู้จัดการในวันที่จำเลยที่ 3 ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่เป็นการแสดงแจ้งชัดว่าโจทก์เขียนคำร้องเองไม่เป็น และที่โจทก์ขอตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2536 ต่อปี หลังจากตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2537เสร็จแล้วนายกิตติภูมิก็เป็นผู้ควบคุมการตรวจสอบใบถอนเงินดังกล่าวแสดงว่า นายกิตติภูมิอยู่กับโจทก์ ภริยาและบุตรโจทก์ตลอดเวลา เชื่อว่านายกิตติภูมิต้องทราบถึงความประสงค์ดังกล่าวของโจทก์ ซึ่งนายกิตติภูมิก็สามารถรับเรื่องของโจทก์และจัดการให้โจทก์ได้

หากจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้จัดการ มีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานของพนักงานได้ช่วยเหลือให้ความสะดวกแก่ลูกค้าตามระเบียบการของธนาคารออมสิน ฉบับที่ 123 ว่าด้วยวินัยของพนักงานธนาคารออมสิน ข้อ 13 แต่การที่จำเลยที่ 3 บอกให้โจทก์ทำทีละขั้นตอนอันแสดงว่าจำเลยที่ 3 ไม่อนุญาตให้โจทก์ตรวจสอบต่อไปเนื่องจากเหตุที่โจทก์จะให้ธนาคารออมสิน สาขาหนองฉางต้องรับผิดชดใช้เงินที่หายไปจากบัญชีเงินฝากตามที่โจทก์ตรวจพบดังกล่าว ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของจำเลยที่ 3 เป็นเหตุให้โจทก์ต้องว่าจ้างนายสมใจ จันทวัฒน์ ทนายความมีหนังสือตามเอกสารหมาย จ.7 ไปยังจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้อำนวยการธนาคารออมสินขอให้สั่งการให้จำเลยที่ 3 อนุญาตให้โจทก์ตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2536 หากพบความเสียหายจริงก็ขอให้สั่งการให้ผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

ภริยาและบุตรตามความประสงค์ของโจทก์ด้วยจำเลยที่ 2 เป็นหัวหน้าสำนักงานกฎหมาย ธนาคารออมสินมีหนังสือตามเอกสารหมาย จ.8 มายังนายสมใจตอบปฏิเสธว่าไม่สามารถดำเนินการตามประสงค์ของนายสมใจ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานที่แสดงว่านายสมใจได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ ภริยาและบุตรให้เป็นผู้ทวงถามจากธนาคารออมสิน ซึ่งหนังสือดังกล่าวของจำเลยที่ 2 มุ่งปฏิเสธไม่ดำเนินการตามที่โจทก์ร้องขอไว้ในหนังสือตามเอกสารหมาย จ.7 เพราะเหตุผลที่ปฏิเสธนั้นไม่ตรงตามคำร้องขอของโจทก์แต่ประการใด กล่าวคือโจทก์เพียงขอให้จำเลยที่ 1สั่งการให้จำเลยที่ 3 อนุญาตให้โจทก์ตรวจสอบใบถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ ภริยาและบุตรในปี 2536 ข้อนี้ในหนังสือของจำเลยที่ 2 ก็มิได้ให้เหตุผลของการปฏิเสธว่าเหตุใดจึงไม่สั่งให้จำเลยที่ 3 ดำเนินการให้โจทก์ได้ตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2536ตามที่โจทก์ร้องขอ

นอกจากนั้นในหนังสือตามเอกสารหมาย จ.7 ระบุว่าโจทก์ตรวจพบว่าในปี 2537 มีผู้ปลอมลายมือชื่อเจ้าของบัญชีถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของโจทก์ ภริยาและบุตรเป็นเงิน 35,700 บาทขอให้จำเลยที่ 1 สั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบความเสียหายดังกล่าวหากพบความเสียหายจริงก็ขอให้สั่งให้ผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ภริยาและบุตรเท่านั้นซึ่งไม่มีข้อความใดในหนังสือตามเอกสารหมาย จ.7 ระบุให้นายสมใจทวงถามค่าเสียหายจากธนาคารออมสินแทนโจทก์ ภริยาและบุตรตามที่จำเลยที่ 2ยกขึ้นอ้างเพื่อปฏิเสธไม่ดำเนินการให้ตามที่โจทก์ขอแต่อย่างใดที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำสืบต่อสู้ว่า หลังจากโจทก์ ภริยาและบุตรมาตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2537 แล้ว จำเลยที่ 3 บอกโจทก์ว่าหากต้องการตรวจสอบเอกสารใดอีก

ก็ให้มาติดต่อขอตรวจสอบได้แต่โจทก์ก็มิได้มาติดต่อกับธนาคารออมสิน สาขาหนองฉางอีกเลยอันเป็นการกล่าวอ้างว่าโจทก์มิได้ขอตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2536 ซึ่งจำเลยที่ 2 ก็เชื่อตามคำกล่าวอ้างของจำเลยที่ 3ดังกล่าว จึงมีหนังสือปฏิเสธไม่ดำเนินการให้โจทก์ได้ตรวจสอบตามที่โจทก์ขอ ซึ่งถ้าเป็นความจริงตามที่จำเลยที่ 3 กล่าวอ้างก็ไม่เป็นการยากที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะเรียกโจทก์มาตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2536 ได้ แม้เป็นการเรียกหลังจากได้รับหนังสือตามเอกสารหมาย จ.7 แล้ว เหตุใดจึงต่างอ้างแต่เรื่องที่ให้ธนาคารออมสินชดใช้เงินที่หายไปจากบัญชีของโจทก์ ภริยาและบุตรขึ้นเป็นข้อปฏิเสธไม่ดำเนินการให้โจทก์ ทั้งที่เป็นเรื่องที่ไม่ได้ระบุไว้ในหนังสือตามเอกสารหมาย

จ.7 แต่อย่างใดเมื่อฟังประกอบกับความยุ่งยากที่โจทก์กว่าจะได้ตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2537 ซึ่งโจทก์ต้องเสียเวลากว่า 1 เดือน และเป็นการยื่นคำร้องต่อนายกิตติภูมิเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2537อันเป็นวันที่จำเลยที่ 3 ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากไปอบรมหากจำเลยที่ 3 อยู่ด้วยในวันนั้นก็ไม่แน่ว่าโจทก์จะมีโอกาสทำคำร้องขอตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2537 ได้ เพราะโจทก์สามารถทำคำร้องยื่นได้ก็เพราะนายกิตติภูมิช่วยบอกให้โจทก์เขียนตามคดีจึงมีเหตุผลเชื่อได้ว่า เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2537หลังจากโจทก์ ภริยาและบุตรตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2537 แล้วโจทก์ขอตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2536 ต่อปี แต่ได้รับปฏิเสธจากจำเลยที่ 3 จริง มิฉะนั้นโจทก์คงไม่ต้องไปเสียเงินจ้างนายสมใจทนายความให้ทำหนังสือตามเอกสารหมาย

จ.7 ไปยังจำเลยที่ 1 ขอให้สั่งการในเรื่องดังกล่าว การที่จำเลยที่ 2และที่ 3 เป็นพนักงานของธนาคารออมสินปฏิเสธไม่ยอมให้โจทก์ตรวจสอบใบถอนเงินของปี 2536 ตามที่โจทก์ขอตามสิทธิและความจำเป็นจึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 123 ว่าด้วยวินัยของพนักงานธนาคารออมสินข้อ 13 ตามเอกสารหมาย ล.2 โดยมิชอบ เพื่อให้โจทก์ ภริยาและบุตรเสียหายเพราะไม่อาจทราบได้ว่าเงินในบัญชีเงินฝากของโจทก์ภริยาและบุตรถูกคนร้ายปลอมลายมือชื่อถอนเงินจากบัญชีของปี 2536หรือไม่เพียงใด และไม่อาจเอาผิดกับผู้รับผิดชอบของธนาคารออมสินสาขาหนองฉางได้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงมีความผิดตามฟ้องพิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชิน สุขนทีธรรม · สมมาตร พรหมานุกูล · ไพศาล เจริญวุฒิ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3555/2568

จำเลยที่ 1 ได้รับแต่งตั้งจาก อ. ให้ไปปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าคลังสินค้ากลาง มีหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง และตามคู่มือโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554 จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2568

การที่โจทก์ทั้งสองโอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการเชื่อจากกลอุบายการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ต้นโดยใช้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูงเป็นเครื่องล่อใจเป็นวิธีการหลอกลวงอย่างหนึ่งและจำเลยทั้งสองยัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2568

จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 428/2567

แม้จะไม่มีพยานเห็นขณะจำเลยร่วมกับ บ. ยกถังสแตนเลสของโจทก์ร่วมขึ้นรถกระบะ แต่จากพฤติการณ์ที่จำเลยและ บ. ร่วมนั่งมาในรถกระบะคันเดียวกันโดยขาออกจากไร่มีถังดังกล่าวบรรทุกอยู่ที่กระบะท้าย ครั้นเมื่อกลับเข้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้