Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4763/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(7) บังคับให้ผู้เรียงและผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้อง ลงลายมือชื่อไว้ด้วย ถ้าผู้เรียงและผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้องเป็นคนละคน ต้องแยกกันลงลายมือชื่อตามที่แบบพิมพ์คำขอท้ายคำฟ้องอาญาได้กำหนดไว้ แต่หากเป็นบุคคลเดียวกันก็ไม่จำต้องแยกลงลายมือชื่อให้ตรงแบบพิมพ์และย่อมลงลายมือชื่อไปในคราวเดียวกันโดยเติมคำว่า "และพิมพ์"ต่อท้ายคำว่าผู้เรียงได้ เมื่อเติมคำว่า "และพิมพ์" แล้ว แม้ผู้ตกเติมจะไม่ได้ลงลายมือชื่อกำกับข้อความที่เติมไว้ ก็ไม่ทำให้ฟ้องไม่สมบูรณ์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนบิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุก 3 ปีจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาแรกมีว่า ฟ้องของโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158 บัญญัติว่า ฟ้องต้องทำเป็นหนังสือและมี (7) ลายมือชื่อโจทก์ ผู้เรียง ผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้อง แต่ผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้องหาได้ลงชื่อไว้ไม่ การที่ผู้เรียงได้พิมพ์ข้อความเพิ่มเติมว่า"และพิมพ์" ต่อจากคำว่าผู้เรียงโดยมิได้ลงชื่อหรือชื่อย่อไว้ริมกระดาษแสดงข้อความตกเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 46 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15จึงถือว่าไม่มีลายมือชื่อผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้องเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(7) บังคับให้ผู้เรียงและผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้องลงลายมือชื่อไว้ด้วย ถ้าผู้เรียงและผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้องเป็นคนละคนกันก็ย่อมแยกกันลงลายมือชื่อตามที่แบบพิมพ์คำขอท้ายฟ้องคดีอาญาได้กำหนดไว้ แต่ถ้าผู้เรียงและผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้องเป็นบุคคลคนเดียวกันแล้วก็ไม่จำต้องแยกลงลายมือชื่อให้ตรงตามแบบพิมพ์นั้นโดยผู้เรียงและผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้องย่อมลงลายมือชื่อไปในคราวเดียวกันโดยเติมคำว่าและพิมพ์ต่อท้ายคำว่าผู้เรียงได้ ส่วนกรณีที่ไม่มีผู้ลงลายมือชื่อกำกับคำว่า "และพิมพ์" ที่เติมไว้นั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 46 ซึ่งนำมาใช้ในการพิจารณาคดีอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15มีความบัญญัติไว้ในวรรคสองว่า

ถ้ามีข้อความตกเติม ให้ผู้ตกเติมลงลายมือชื่อหรือลงชื่อย่อไว้เป็นสำคัญ นั้น เป็นบทบัญญัติที่ให้ผู้ตกเติมลงลายมือชื่อหรือลงชื่อย่อไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่าได้มีการตกเติมข้อความนั้นโดยบุคคลใดเพื่อมิให้เกิดข้อโต้แย้งต่อกันว่าได้มีการตกเติมข้อความกันขึ้นจริงหรือไม่ มิใช่เป็นบทบังคับเด็ดขาดว่า ถ้าไม่ลงลายมือชื่อผู้ตกเติมแล้ว จะมีผลเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์แต่อย่างใด ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาต่อไปมีว่า จำเลยได้กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้จากพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยว่า ในถนนซอยที่เกิดเหตุเป็นซอยแคบ มีพ่อค้าแม่ค้าตั้งแผงลอยและวางของขายกันมาก แม้จำเลยได้ขับรถยนต์โดยใช้ความเร็วต่ำก็ตามนายพนอ

เจริญสุข นางนภาพร แซ่อึ้งและนายชุมพลหรือกำพร้า โกสุม พยานโจทก์ต่างเบิกความยืนยันว่ารถยนต์คันที่จำเลยขับก็ได้ชนผู้ตายตรงด้านหน้าซ้ายมือของตัวถังและกระจกส่องหลังด้านซ้ายมือซึ่งยืนออกนอกตัวถังกระแทกบริเวณใบหน้าของผู้ตายจนล้มลง มีโลหิตที่ปากและจมูก มีอาการหมดสติ เมื่อมีผู้นำผู้ตายส่งโรงพยาบาลสมุทรสงครามแล้วผู้ตายพูดว่า เจ็บที่อก นายแพทย์อรัญ นิพัฒน์ศิริผล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและไขข้อแห่งโรงพยาบาลพญาไท ซึ่งตรวจรักษาผู้ตายในวันเกิดเหตุเบิกความว่า ได้ตรวจฟิล์มเอ็กซ์เรย์แล้วพบว่า มีรอยร้าวของกระดูกหน้าอก จึงทำรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของผู้ตายไว้ตามเอกสารหมาย จ.3 ว่า กระดูกหน้าอกหัก จะใช้เวลารักษาประมาณ4 สัปดาห์

กระดูกหน้าอกของผู้ตายไม่เคยร้าวหรือหักมาก่อนลักษณะบาดแผลดังกล่าวจึงเชื่อได้ว่าเกิดจากการที่จำเลยขับรถยนต์โดยมิได้ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอแล้วเฉี่ยวหรือชนผู้ตายจนเป็นเหตุให้ผู้ตายล้มลงหาใช่เป็นเรื่องที่ผู้ตายเดินชนรถยนต์ที่จำเลยเป็นผู้ขับและจอดแล้วดังข้อนำสืบของจำเลยไม่ หลังเกิดเหตุแล้ว ผู้ตายรักษาตัวที่โรงพยาบาลพญาไท กรุงเทพมหานคร แล้วออกมารักษาต่อที่บ้านของบุตรผู้ตายอีกคนหนึ่งในกรุงเทพมหานครแต่อาการไม่ดีขึ้นจึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ากรุงเทพมหานคร จนถึงแก่ความตาย รวมเป็นเวลาที่ต้องรับการรักษา 39 วัน แม้นายแพทย์อรรณพ นาคปฐม ได้เบิกความว่า ผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะระบบหายใจล้มเหลว ก็เห็นได้ว่าสาเหตุเกิดขึ้นจากการกระทำของจำเลย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยได้ขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายดังโจทก์ฟ้อง ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกันปัญหาข้อสุดท้ายมีว่า มีเหตุอันควรปรานีรอการลงโทษตามฎีกาของจำเลยหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า นายแพทย์อรรณพเบิกความว่าผู้ตายเคยรับการรักษาที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อพ.ศ. 2524 ด้วยอาการลิ้นหัวใจรั่วและโรคปอด มีอาการแน่นหน้าอกเป็นประจำอาจมีอาการของหัวใจล้มเหลว ต้องกินยาอยู่เสมอ ซึ่งเป็นโรคประจำตัวของผู้ตายส่วนจำเลยเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ขณะนี้ดำรงตำแหน่งศึกษาธิการอำเภอเมืองราชบุรีจังหวัดราชบุรี ได้รับราชการเป็นระยะเวลานานด้วยดีจนใกล้วาระเกษียณอายุราชการ เหตุแห่งความประมาทของจำเลยมิใช่กรณีร้ายแรง ประกอบกับจำเลยไม่เคยกระทำความผิดอาญามาก่อนกรณีจึงมีเหตุอันควรลงโทษสถานเบาและได้รับความปรานีโดยรอการลงโทษให้ แต่ควรลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 จำคุก 2 ปี และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ · เจริญ นิลเอสงฆ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2563

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยเป็นครูกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 6 ปีเศษ และเป็นศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล โดยระบุเวลาในการกระทำความผิดระหว่างเดือนใดถึงเดือนใด ปี พ.ศ. อะไร เวลากลางวัน เพราะไม่อาจทราบวันกระทำความผิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5581/2562

โจทก์บรรยายฟ้องระบุช่วงเวลาซึ่งจำเลยกระทำผิด ช่วงแรกระหว่างเดือนพฤษภาคม 2559 ถึงเดือนกันยายน 2559 และช่วงที่สองระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2559 ถึงเดือนมีนาคม 2560 แม้จะรวมช่วงปิดภาคการศึกษาในวันที่ 1 ถึง 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8379/2557

พยานหลักฐานที่ศาลมีอำนาจสืบพยานเพิ่มเติมตาม ป.วิ.อ. มาตรา 228 และพยานหลักฐานที่ศาลยอมให้คู่ความฝ่ายที่อ้างว่าคำเบิกความของพยานคนใดที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งอ้างมาไม่ควรเชื่อฟังนำมาสืบสนับสนุนข้ออ้างของตนต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10758/2556

ป.วิ.อ. มาตรา 196 บัญญัติห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญและมีอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นด้วย โดยมิได้บัญญัติให้คู่ความต้องโต้แย้งไว้ดังที่บัญญัติไว้ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21848/2555

จำเลยแต่งตั้ง บ. เป็นทนายความดำเนินคดีแทนจำเลยเฉพาะในศาลชั้นต้นเท่านั้น การที่ บ. ลงชื่อเป็นผู้อุทธรณ์ ผู้เรียง และผู้พิมพ์เป็นเรื่องฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยไม่ชอบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (7) ประกอบมาตรา 215…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้