Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4765/2565

พ.ศ. 2565 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทั้งสี่บรรยายคําฟ้องและมีคําขอมาในฟ้องให้กําจัดจำเลยมิให้รับมรดกของ ว. เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแทน ว. เมื่อ ว. ถึงแก่ความตายที่ดินจึงตกเป็นทรัพย์มรดก โจทก์ทั้งสี่ในฐานะผู้จัดการมรดก ว. แจ้งให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินและให้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์จากจำเลยเป็นโจทก์ทั้งสี่ในฐานะผู้จัดการมรดก แต่จำเลยไม่ดำเนินการ กลับนําที่ดินมรดกไปทำสัญญาจะซื้อจะขายกับบุคคลภายนอกแล้วรับเงินมัดจำไป การกระทำของจำเลยจึงเป็นการยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกมากกว่าส่วนที่ตนจะได้โดยรู้อยู่ว่าตนทำให้เสื่อมประโยชน์แก่ทายาท จำเลยจึงต้องถูกกําจัดมิให้รับมรดกของ ว ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1605 ซึ่งโจทก์ทั้งสี่ก็มีคำขอให้กำจัดจำเลยมิให้รับมรดกของ ว. มาในคำฟ้องแล้ว และในส่วนการขอออกใบแทนโฉนดที่ดิน โจทก์ทั้งสี่ก็มีคําขอมาในฟ้องแล้วด้วยว่า หากจำเลยไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์ทั้งสี่ ขอให้โจทก์ทั้งสี่ดำเนินการออกใบแทนโฉนดที่ดินได้ การขอให้เจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสี่เป็นเรื่องวิธีการในชั้นบังคับคดี ซึ่งหากจำเลยไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์ทั้งสี่โดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือมีเหตุอื่นใดให้จำเลยไม่สามารถส่งมอบโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสี่เพื่อดำเนินการนําที่ดินไปแบ่งปันแก่ทายาทได้ โจทก์ทั้งสี่มีสิทธิดำเนินการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายที่ดิน ดังนั้น กรณีจึงต้องพิพากษาให้กําจัดจำเลยมิให้รับมรดกของ ว. และพิพากษาว่าหากจำเลยไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์ทั้งสี่ ให้โจทก์ทั้งสี่ดำเนินการออกใบแทนโฉนดที่ดินได้ไว้ในคําพิพากษา อันเป็นการที่คําพิพากษาของศาลที่ชี้ขาดตัดสินคดีต้องตัดสินตามข้อหาในคําฟ้องทุกข้อหา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 246 และ 252

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 2953 เนื้อที่ 148 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของ นางแหวน เจ้ามรดก ให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 2953 แก่โจทก์ทั้งสี่ หากไม่ส่งมอบให้โจทก์ทั้งสี่สามารถออกใบแทนได้ ให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2953 เนื้อที่ 148 ตารางวา แก่โจทก์ทั้งสี่ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางแหวน หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา หากโอนไม่ได้ ให้ชดใช้เงินแก่โจทก์ทั้งสี่ 50,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้พิพากษาหรือมีคำสั่งกำจัดจำเลยมิให้รับมรดกของนางแหวน

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2953 เนื้อที่ 148 ตารางวา ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของนางแหวนให้แก่โจทก์ทั้งสี่ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางแหวน หากจำเลยไม่ดำเนินการให้ถือเอา คำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ทั้งสี่และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 2953 เนื้อที่ 148 ตารางวา แก่โจทก์ทั้งสี่ด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสี่ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ประการแรกว่า การที่จำเลยมีพฤติการณ์ยักย้ายหรือปิดปังทรัพย์มรดกมากกว่าส่วนที่ตนจะได้ โดยรู้อยู่แล้วว่าทำให้เสื่อมประโยชน์แก่ทายาทอื่น ต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดก โดยต้องระบุถึงการถูกกำจัดมิให้รับมรดกของจำเลยไว้ในคำพิพากษาด้วย และประการต่อมาว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการออกใบแทนโฉนดที่ดินเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่ดินที่จะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขแห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ศาลไม่มีอำนาจบังคับเจ้าพนักงานที่ดิน ซึ่งมิใช่คู่ความในคดี และเป็นเรื่องที่โจทก์ทั้งสี่ต้องไปดำเนินการในชั้นบังคับคดีนั้น โจทก์ทั้งสี่เห็นว่าเพื่อให้การบังคับคดีเป็นไปโดยความสะดวก จึงขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาแก้เพื่อการบังคับคดีต่อไปว่า

หากจำเลยไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์ทั้งสี่ ขอให้โจทก์ทั้งสี่ดำเนินการออกใบแทนโฉนดที่ดินได้นั้น เห็นว่า โจทก์ทั้งสี่บรรยายมาในคำฟ้องว่า จำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินแทนนางแหวน เมื่อนางแหวนถึงแก่ความตายที่ดินจึงตกเป็นทรัพย์มรดก โจทก์ทั้งสี่แจ้งให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 2953 และให้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์จากจำเลยเป็นโจทก์ทั้งสี่ แต่จำเลยไม่ดำเนินการ และการที่จำเลยนำที่ดินของนางแหวนไปทำสัญญาจะซื้อจะขายกับบริษัท อ. โดยได้รับเงินมัดจำค่าที่ดินมาแล้ว เป็นการทำให้เสื่อมประโยชน์แก่ทายาทต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดก ซึ่งโจทก์ทั้งสี่มีคำขอมาในฟ้องขอให้กำจัดจำเลยมิให้รับมรดก เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า

จำเลยมีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 2953 แทนนางแหวน เมื่อนางแหวนถึงแก่ความตายที่ดินจึงตกเป็นทรัพย์มรดก โจทก์ทั้งสี่ในฐานะผู้จัดการมรดกนางแหวนแจ้งให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินและให้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์จากจำเลยเป็นโจทก์ทั้งสี่ในฐานะผู้จัดการมรดกแต่จำเลยไม่ดำเนินการ กลับนำที่ดินมรดกนั้นไปทำสัญญาจะซื้อจะขายกับบริษัท อ. โดยได้รับเงินมัดจำค่าที่ดินมาแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นการยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกมากกว่าส่วนที่ตนจะได้โดยรู้อยู่ว่าตนทำให้เสื่อมประโยชน์แก่ทายาท จำเลยจึงต้องถูกกำจัดมิให้รับมรดกของนางแหวนเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1605 ซึ่งโจทก์ทั้งสี่ก็มีคำขอให้กำจัดจำเลยมิให้รับมรดกของนางแหวนมาในคำฟ้องแล้ว และในส่วนการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินนั้น

โจทก์ทั้งสี่ก็มีคำขอมาในคำฟ้องว่า หากจำเลยไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์ทั้งสี่ ขอให้โจทก์ทั้งสี่ดำเนินการออกใบแทนโฉนดที่ดินได้ จึงเห็นว่าการขอให้เจ้าพนักงานที่ดินออกใบแทนโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสี่เป็นเรื่องวิธีการในชั้นบังคับคดี ซึ่งหากจำเลยไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์ทั้งสี่โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือมีเหตุอื่นใดให้จำเลยไม่สามารถส่งมอบโฉนดที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสี่เพื่อดำเนินการนำที่ดินไปแบ่งปันแก่ทายาทได้ โจทก์ทั้งสี่ก็มีสิทธิดำเนินการขอออกใบแทนโฉนดตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายที่ดิน ดังนั้น กรณีจึงต้องพิพากษาให้กำจัดจำเลยมิให้รับมรดกของนางแหวน และพิพากษาว่าหากจำเลยไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินแก่โจทก์ทั้งสี่ ให้โจทก์ทั้งสี่ดำเนินการออกใบแทนโฉนดที่ดินได้ไว้ในคำพิพากษาอันเป็นการที่คำพิพากษาของศาลที่ชี้ขาดตัดสินคดีต้องตัดสินตามข้อหาในคำฟ้องทุกข้อตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่ง

ประกอบด้วยมาตรา 246 และ 252 ฎีกาโจทก์ทั้งสี่สองประการนี้ฟังขึ้น คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ประการสุดท้ายว่า โจทก์ทั้งสี่มีคำขอให้ศาลพิพากษาว่าหากจำเลยไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทคืนแก่กองมรดกของนางแหวนให้จำเลยชดใช้เงิน 50,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ เป็นกรณีที่อาจเกิดกรณีที่กฎหมายไม่เปิดช่องให้สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ตามคำพิพากษา จึงต้องมีการกำหนดให้ใช้ราคาเป็นค่าเสียหาย ซึ่งศาลอุทธรณ์มิได้กำหนดเป็นเงื่อนไขในกรณีที่จำเลยไม่สามารถปฏิบัติการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ตามคำพิพากษาได้ไว้นั้น เห็นว่า ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้นำเงินไปชำระหนี้ต่อธนาคาร

ก.และได้ปลอดจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 2953 มาแล้ว โดยต่อมาเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2558 จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเฉพาะส่วน เนื้อที่ 148 ตารางวา ของที่ดินโฉนดเลขที่ 2953 ให้แก่บริษัท อ. แต่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์แก่บริษัทผู้จะซื้อได้ เพราะทายาทของแหวนได้แจ้งอายัดที่ดินไว้ จำเลยจึงถูกฟ้องเรียกค่ามัดจำและค่าเสียหายต่อศาลจังหวัดปทุมธานีตามสำเนาคำพิพากษาศาลจังหวัดปทุมธานีฉบับลงวันที่ 29 มีนาคม 2561 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 147/2561 อันเป็นการแสดงว่า ปัจจุบันที่ดินโฉนดเลขที่ 2953 ยังมีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์อยู่ ซึ่งโจทก์ทั้งสี่ย่อมสามารถนำที่ดินนั้นกลับคืนสู่กองมรดก เพื่อนำไปแบ่งปันแก่ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนางแหวนได้

การที่โจทก์ทั้งสี่ขอให้ศาลพิพากษาว่าหากจำเลยไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2953 คืนแก่กองมรดกของนางแหวน ให้จำเลยชดใช้เงิน 50,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ จึงไม่จำเป็นในชั้นนี้ ฎีกาโจทก์ทั้งสี่ประการนี้ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้กำจัดจำเลยมิให้รับมรดกของนางแหวน และหากจำเลยไม่ส่งมอบโฉนดที่ดินเลขที่ 2953 แก่โจทก์ทั้งสี่ ให้โจทก์ทั้งสี่ดำเนินการขอออกใบแทนโฉนดที่ดินได้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิราวรรณ สุญาณวนิชกุล · สุทิน นาคพงศ์ · ชูศักดิ์ จำปา
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายจรัล เตชะวิจิตรา
ศาลอุทธรณ์ - นางอรพันธ์ เพ็ญตระการ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.314/2565
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ.1812/2563
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4759/2568

เมื่อศาลพิพากษาให้ผู้ถูกกล่าวหาชำระเงิน 10,000,000 บาท แทนการให้ทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของแผ่นดิน แม้จะถือว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ตามคำร้องของผู้ร้องและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการบั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3001/2568

การที่โจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทเป็นเวลา 3 ปี โดยอาศัยสิทธิคำพิพากษาตามยอมและข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความจนสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 แล้วโจทก์ทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งเป็นผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1649/2567

ป.พ.พ. มาตรา 1566 และมาตรา 1574 ให้อำนาจผู้ใช้อำนาจปกครองทำนิติกรรมใด ๆ อันเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้เยาว์ได้เว้นแต่นิติกรรมบางประเภทผู้ใช้อำนาจปกครองต้องได้รับอนุญาตจากศาลก่อนจึงจะทำนิติกรรมแทนผู้เยาว์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2567

บันทึกข้อตกลงท้ายทะเบียนการหย่าระบุสินสมรสที่ตกลงยกให้โจทก์เพียงบ้านเลขที่ 109/4 โดยไม่ได้กล่าวถึงที่ดินโฉนดเลขที่ 89706 อันเป็นที่ตั้งของบ้านดังกล่าว แม้โจทก์จะมีคำขอท้ายฟ้องให้จำเลยแบ่งที่ดังกล่าวอั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้