Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 477/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยตามภูมิลำเนาในคำฟ้องตามที่จำเลยระบุไว้ในสัญญากู้เงิน แต่การส่ง ณสถานที่ดังกล่าวไม่อาจกระทำได้เพราะจำเลยย้ายภูมิลำเนาและโจทก์ไม่อาจค้นหาภูมิลำเนาใหม่ได้ เพราะไม่ปรากฎว่าจำเลยได้แจ้งย้ายเข้าและย้ายออกจากบ้านที่แจ้งไว้โดยทางทะเบียนจึงเป็นกรณีที่ไม่อาจส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยได้ การที่ศาลมีคำสั่งให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องตลอดจนแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลย โดยวิธีประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ตามที่โจทก์ขอ จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาโดยจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ให้จำเลยที่ 1 กับพวกชำระหนี้เงินกู้แก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ อ้างว่าจำเลยที่ 1 ไม่มีภูมิลำเนาตามที่โจทก์ฟ้อง แต่มีภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านเลขที่ 96 ถนนราชบุตร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี การที่โจทก์แถลงต่อศาลขอให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องแก่จำเลยที่ 1 โดยวิธีการประกาศหนังสือพิมพ์ จึงเป็นการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไม่ชอบถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ทราบฟ้องโจทก์แล้ว ทั้งปรากฎว่าจำเลยที่ 1 มาทราบเรื่องนี้เมื่อมีประกาศยึดทรัพย์ของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งกระทำแทนศาลจังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันที่ 18ธันวาคม 2528 จำเลยที่ 1 จึงไม่ได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาทั้งคดีมีเหตุผลตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่จะชนะได้ เพราะความจริงไม่ใช่เรื่องกู้เงินแต่เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 นำเช็คที่จำเลยอื่นลงลายมือชื่อเป็นผู้สั่งจ่ายไปขายลดให้โจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องโดยอาศัยมูลหนี้สัญญากู้เงินและคดีขาดอายุความแล้ว โจทก์แถลงคัดค้านว่า ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง เป็นภูมิลำเนาที่จำเลยแจ้งต่อโจทก์ขณะกู้เงิน จำเลยที่ 1 ไม่เคยแจ้งภูมิลำเนาตามที่ได้กล่าวในคำร้องต่อโจทก์ การพิจารณาคดีของศาลเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ ทั้งการพิจารณาคดีใหม่ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่จำเลยที่ 1 เพราะจำเลยที่ 1 จะอ้างว่าไม่ได้กู้เงินแต่เป็นเรื่องขายลดเช็คไม่ได้ เพราะเป็นการนำสืบหักล้างพยานเอกสารต้องห้ามตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในการทำสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2519 จำเลยที่ 1 ระบุในสัญญาว่า มีภูมิลำเนาที่บ้านเลขที่ 389/4 ถนนสุรนารี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ในการฟ้องคดีเพื่อให้จำเลยที่ 1 ปฏิบัติตามสัญญาที่กล่าวแล้ว เมื่อวันที่13 พฤศจิกายน 2521 โจทก์นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ 1 ณ บ้านเลขที่ตามที่ระบุในสัญญา ปรากฎว่าจำเลยที่ 1ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีเป็นเวลาหลายเดือนแล้วเจ้าพนักงานศาลจึงส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยที่ 1ไม่ได้ โจทก์ยืนยันว่าจำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนา ณ บ้านเลขที่ดังกล่าว ขอให้ส่งใหม่ ถ้าส่งไม่ได้ไม่ว่าเพราะเหตุใดขอให้ปิดหมาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แสดงสำเนาทะเบียนบ้านต่อศาลก่อนแล้วจะมีคำสั่งใหม่ ต่อมาโจทก์แถลงต่อศาลว่า โจทก์ไม่อาจสืบหาที่อยู่ของจำเลยที่ 1 ได้ว่าย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ณ ที่ใด ขอให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยวิธีประกาศหนังสือพิมพ์ ศาลชั้นต้นอนุญาต เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎตามทะเบียนบ้านเอกสารหมาย ล. 2 ว่า ขณะที่โจทก์ยื่นคำฟ้อง จำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนา ณ บ้านเลขที่ 96 ถนนราชบุตร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี จึงมีปัญหาตามที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องดังกล่าวมาแล้วชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่าภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1ตามคำฟ้อง จำเลยที่ 1 เป็นผู้ที่แจ้งให้โจทก์ทราบ ดังนี้ จำเลยที่ 1 จะฎีกาว่าไม่ชอบที่จะถือว่าจำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาณ สถานที่ดังกล่าวหาได้ไม่ เมื่อการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ณ สถานที่นั้นไม่อาจกระทำได้เพราะจำเลยที่ 1 ย้ายภูมิลำเนา และโจทก์ไม่อาจค้นหาภูมิลำเนาใหม่ได้ เพราะไม่ปรากฎว่าจำเลยที่ 1 ได้แจ้งย้ายเข้า และย้ายออกจากบ้านหลังนั้นโดยทางทะเบียนแต่ประการใด ทั้งคดีไม่ได้ความว่าโจทก์ทราบอยู่แล้วว่าจำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาตามที่จำเลยกล่าวในคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ กรณีจึงไม่อาจส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 1 ณ ภูมิลำเนาดังที่จำเลยที่ 1 ฎีกาได้ การที่ศาลมีคำสั่งให้ส่งหมายเรียก

สำเนาคำฟ้องตลอดจนแจ้งวันนัดสืบพยานโจทก์ให้จำเลย โดยวิธีประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ตามที่โจทก์ขอจึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 กรณีจึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จะยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ตามที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอไม่ได้...'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขาปุณณพันธ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1001/2568

การแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านทราบ ศาลชั้นต้นชอบที่จะส่งหมายนัดไปยังภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของผู้คัดค้านหรือทนายความของผู้คัดค้าน ซึ่งถือว่าเป็นการส่งโดยวิธีธรรมดาก่อนตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา ๗…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2629/2562

การปิดหมาย เจ้าพนักงานศาลผู้ส่งต้องปิดหมายไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของจำเลย การที่ผู้ส่งหมายเพียงแต่วางหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ที่โต๊ะของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบริเวณชั้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1516/2559

โจทก์ฟ้องจำเลยให้ล้มละลายโดยอาศัยมูลหนี้ตามคำพิพากษาศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องอันตั้งหลักฐานขึ้นโดยคำพิพากษาที่ถึงที่สุด มีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/32 วันที่คำพิพากษาที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1815/2559

โจทก์ฟ้องจำเลยให้ล้มละลายโดยอาศัยมูลหนี้ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดอุบลราชธานี คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1526/2544 ซึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดอันมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6718/2558

หนี้ตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 1958/2539 ของศาลแพ่งที่เจ้าหนี้นำมาขอรับชำระหนี้ ศาลแพ่งมีคำพิพากษาวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2539 และเป็นคดีที่ลูกหนี้ (จำเลย) อาจขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้เนื่องจากลูกหนี้ขาดนั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้