Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4786/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความหมายของคำว่า "ในทางการที่จ้าง" มิได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะในเวลาทำงานของนายจ้างหรือระหว่างเวลาที่ต่อเนื่องคาบเกี่ยวใกล้ชิดกันกับการปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างดังที่จำเลยที่ 3 กล่าวอ้างมาเท่านั้น หากแต่เมื่อลูกจ้างที่มีหน้าที่ขับรถและได้กระทำไปในทางการที่จ้างแล้ว หลังจากนั้นแม้ลูกจ้างจะได้ขับรถไปทำธุรกิจส่วนตัวหรือประการใดก็ตาม ตราบใดที่ลูกจ้างยังมิได้นำรถกลับคืนสู่ความครอบครองของนายจ้าง ก็ยังคงถือว่าอยู่ในระหว่างทางการที่จ้างหรือต่อเนื่องกับทางการที่จ้างซึ่งนายจ้างยังคงต้องรับผิดในการกระทำละเมิดของลูกจ้าง ดังนั้น แม้ขณะเกิดเหตุคดีนี้จะเป็นเวลา 2 นาฬิกา นอกเวลาทำงานปกติและ ว. ขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุออกไปเที่ยว ก็ถือได้ว่า ว. ขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 3 เป็นนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความเสียหายที่เกิดจากการกระทำละเมิดของ ว. นั้นด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 551,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 389,036.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 4 พฤษภาคม 2555) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ทั้งนี้ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 รับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกของนายวิศวะ ที่ตกทอดแก่จำเลยที่ 1 และที่ 2 กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 3 ว่า นายวิศวะขับรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด หมายเลขทะเบียน บต 9370 ปทุมธานี คันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 อันทำให้จำเลยที่ 3 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาหรือไม่ ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า จำเลยที่ 3 มอบรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุดังกล่าวให้นายวิศวะ ใช้ในขณะไปทำการควบคุมงานที่บริษัทไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) สาขาหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามคำสั่งของจำเลยที่ 3 แต่นายวิศวะก็จะต้องนำรถยนต์กระบะดังกล่าวไปใช้ปฏิบัติงานเพื่อให้เป็นไปตามที่จำเลยที่ 3 มอบหมายหรือใช้ในระหว่างเวลาที่ต่อเนื่องคาบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 ตามพฤติการณ์ที่ควรจะเป็น

เนื่องจากขณะเกิดเหตุพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้นายวิศวะส่งมอบรถยนต์กระบะดังกล่าวและกุญแจรถคืนแก่จำเลยที่ 3 ภายหลังเวลาเลิกงานได้ การที่นายวิศวะนำรถยนต์กระบะคันดังกล่าวไปใช้เที่ยวเตร่สถานบันเทิงและเชิงชู้สาวภายหลังจากเลิกงานแล้วนานถึง 9 ชั่วโมง จึงเป็นการกระทำในเรื่องส่วนตัวของนายวิศวะโดยแท้ไม่เกี่ยวกับการทำงานตามที่จำเลยที่ 3 ว่าจ้าง จำเลยที่ 3 ไม่จำต้องร่วมรับผิดด้วยแต่อย่างใดนั้น เห็นว่า ตามทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าขณะจำเลยที่ 3 มอบรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุของจำเลยที่ 3 ดังกล่าวให้นายวิศวะนำไปใช้ขณะไปทำการควบคุมงานที่จังหวัดสงขลาตามคำสั่งของจำเลยที่ 3 ได้มีการกำหนดให้นายวิศวะนำรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุไปเก็บรักษาไว้

ณ สถานที่ใด อย่างไร หรือมีการมอบหมายให้บุคคลใดเป็นผู้ทำหน้าที่ดูแลเก็บรักษารถยนต์กระบะคันเกิดเหตุ ภายหลังเวลาเลิกงานแล้ว แต่อย่างใด ทั้งตามคำเบิกความของนายทวี ผู้จัดการแผนกของบริษัทไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) พยานจำเลยที่ 3 ที่ตอบคำถามค้านทนายโจทก์ว่า ตลอดระยะเวลาตามสัญญาจ้าง พยานเห็นนายวิศวะใช้รถยนต์กระบะคันหมายเลขทะเบียน บต 9370 ปทุมธานี ในการรับส่งพนักงานและขนส่งสินค้าด้วย ตามคำเบิกความของนายทวีดังกล่าว นายวิศวะซึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงานที่จังหวัดสงขลาตามคำสั่งจำเลยที่ 3 ย่อมมีสิทธิปฏิบัติงานนอกเวลาในเวลากลางคืนได้ และตามพฤติการณ์ระหว่างจำเลยที่ 3 กับนายวิศวะดังกล่าวเท่ากับจำเลยที่ 3 มอบรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุให้นายวิศวะเป็นผู้ครอบครองใช้และเก็บรักษารถภายหลังเลิกงานโดยสามารถนำรถออกปฏิบัติงานได้ตลอดเวลาของการทำงานที่จังหวัดสงขลา

อันถือได้ว่า จำเลยที่ 3 ยินยอมให้นายวิศวะนำรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุออกไปใช้งานได้ตลอดเวลาแม้ในเวลากลางคืนนอกเวลาทำงานตามปกติข้อที่จำเลยที่ 3 ยกขึ้นกล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 3 มอบหมายให้นายวิศวะไปทำการควบคุมงานที่จังหวัดสงขลาซึ่งอยู่คนละจังหวัดกับสถานประกอบกิจการค้าของจำเลยที่ 3 ทำให้ไม่เปิดช่องที่จะให้นายวิศวะส่งมอบรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุและกุญแจรถคืนแก่จำเลยที่ 3 ภายหลังเวลาเลิกงานได้ ก็หาใช่เหตุจะอ้างเอาเป็นข้อปัดความรับผิดได้ไม่ เพราะเป็นเรื่องภายในระหว่างพนักงานของจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 3 ที่สามารถกำหนดมาตรการในการควบคุมดูแลการใช้รถนอกเขตสถานประกอบกิจการของจำเลยที่ 3 ได้ ที่สำคัญความหมายของคำว่า "ในทางการที่จ้าง"

มิได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะในเวลาทำงานของนายจ้างหรือระหว่างเวลาที่ต่อเนื่องคาบเกี่ยวใกล้ชิดกันกับการปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างดังที่จำเลยที่ 3 กล่าวอ้างมาเท่านั้น หากแต่เมื่อลูกจ้างที่มีหน้าที่ขับรถและได้กระทำไปในทางการที่จ้างแล้วหลังจากนั้นแม้ลูกจ้างจะได้ขับรถไปทำธุรกิจส่วนตัวหรือประการใดก็ตาม ตราบใดที่ลูกจ้างยังมิได้นำรถกลับคืนสู่ความครอบครองของนายจ้าง ก็ยังคงถือว่าอยู่ในระหว่างทางการที่จ้างหรือต่อเนื่องกับทางการที่จ้างซึ่งนายจ้างยังคงต้องรับผิดในการกระทำละเมิดของลูกจ้างดังนั้น แม้ขณะเกิดเหตุคดีนี้จะเป็นเวลา 2 นาฬิกา นอกเวลาทำงานปกติและนายวิศวะขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุออกไปเที่ยว ก็ถือได้ว่านายวิศวะขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 ซึ่งจำเลยที่ 3 ผู้เป็นนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในความเสียหายที่เกิดจากการกระทำละเมิดของนายวิศวะนั้นด้วยที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีการะหว่างโจทก์และจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อรรณพ จุฬาพิมพ์พันธุ์ · ประพาฬ อนมาน · ณฤทธิ์ บุญปริอาทร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสงขลา - นางบกวรรณ ธีระมงคลกุล
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางนพวรรณ ทองวิทูโกมาลย์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.862/2558
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ593/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1194/2556
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2567

กรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 6 ระบุเหตุที่โจทก์สละสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยว่า ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4382/2566

ตามคำพิพากษาในคดีก่อนศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในส่วนความรับผิดของโจทก์เพียงข้อหาเดียวว่า โจทก์เป็นนายจ้างของ ป. และ ป. ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 361/2563

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเฉพาะคดีส่วนอาญาเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในคดีส่วนแพ่งได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อคดีส่วนอาญาฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธมีดแทงทำร้ายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ดังนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2563

จำเลยที่ 2 ประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่ มีรถแท็กซี่ให้เช่ามากถึง 60 คัน จำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้ประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่รายใหญ่ จำเลยที่ 2 เช่าซื้อรถแท็กซี่คันเกิดเหตุจากโจทก์ซึ่งจดทะเบียนประเภทรถยนต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5323/2562

แม้จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ทำนองว่า การที่โจทก์ที่ 3 ไม่บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 6 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างจึงขาดสาระสำคัญและศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ ทำให้การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้