Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4794/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์และจำเลยทั้งห้าซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทขายทอดตลาดที่ดินพิพาทนำเงินที่ได้มาแบ่งปันกันตามส่วนคดีถึงที่สุดแล้วแต่จำเลยทั้งห้าไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงมายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาแบ่งปันกันตามส่วนตามคำพิพากษา คำพิพากษาศาลชั้นต้นดังกล่าวย่อมผูกพันจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็น คู่ความในคดีให้ต้องปฏิบัติตาม การที่จำเลยที่ 1 มาร้อง ในคดีนี้ว่าจำเลยที่ 5 ได้ขายที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของ จำเลยที่ 5 ให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้ครอบครองที่ดินส่วนนั้นมาจนที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1จึงขอให้ศาลไต่สวนคำฟ้องเพื่อมีคำสั่งว่าที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 5 เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 นั้นย่อมเป็นการที่จำเลยที่ 1 ตั้งประเด็นขึ้นใหม่พิพาทกับจำเลยที่ 5 และมีผลเท่ากับขอให้ศาลแก้ไขคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้ว ซึ่งไม่อาจกระทำได้ เพราะมิฉะนั้นแล้วคำพิพากษาของศาลแต่ละคดีก็จะไม่เป็นที่ยุติลงได้ กรณีเช่นนี้ หากจำเลยที่ 1 เห็นว่าตนมีสิทธิในที่ดินพิพาทที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้อย่างไร หรือจำเลยที่ 1ถูกโต้แย้งสิทธิตามกฎหมายประการใด จำเลยที่ 1 ชอบที่จะไป ดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นคดีใหม่ต่างหาก การที่โจทก์ขอหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทขายทอดตลาดคดีนี้ เป็นการกำหนดวิธีแบ่งทรัพย์สิน ระหว่างเจ้าของรวมเท่านั้น โจทก์ก็ดี จำเลยก็ดี หาใช่เป็น เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อกันและกันไม่กรณีจึงไม่ใช่เป็นการร้องขอให้บังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 จำเลยที่ 1จึงไม่อาจอ้างว่าคำร้องขอตนต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ได้ เพราะการร้องขอตามบทบัญญัติดังกล่าวจะต้องเป็นการร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด กรณีจึงไม่มีเหตุให้ต้องงดขายทอดตลาดที่ดินพิพาทและทำการไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งห้าขอแบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดิน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นำที่ดินพิพาทโฉนดตราจองที่ 351บ้านหาดสูง ตำบลไผ่ขวาง อำเภอเมืองพิจิตร (เดิมอำเภอในเมือง)จังหวัดพิจิตร (เดิมแขวงเมืองพิจิตร มณฑลพิษณุโลก) ออกขายทอดตลาดนำเงินที่ได้มาแบ่งกันตามส่วนแต่ละคน ทั้งนี้โดยให้หักค่าฤชาธรรมเนียมของทั้งสองฝ่ายจากเงินที่ขายได้นั้นก่อนค่าทนายความทั้งสองฝ่ายให้เป็นพับ คดีถึงที่สุด ศาลชั้นต้นออกคำบังคับแล้ว จำเลยทั้งห้าไม่ปฏิบัติตาม โจทก์ขอหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดินพิพาทเพื่อขายทอดตลาดแล้วจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 5 ได้ขายที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 5 เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน 9 ตารางวา ให้แก่จำเลยที่ 1แต่มิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์

จำเลยที่ 5 ได้ส่งมอบการครอบครองแล้วจำเลยที่ 1 ได้ครอบครองที่ดินนั้นโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเรื่อยมาเป็นเวลากว่า 30 ปีที่ดินดังกล่าวจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 ตามกฎหมายขอให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์นี้ไว้ชั่วคราวก่อน แล้วทำการไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งว่าที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 5เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1ผู้ร้องร้องว่า ทรัพย์ที่ถูกยึดไว้ในคดีนี้เฉพาะส่วนของจำเลยที่ 1 (ซึ่งรวมส่วนของจำเลยที่ 5 ด้วย) และเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 4 ผู้ร้องได้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 517/2532 ของศาลชั้นต้น แต่เจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ศาลมีคำสั่งปลดเปลื้องความรับผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 283 ซึ่งศาลได้อนุญาตแล้วแต่ผู้ร้องไม่เห็นพ้องด้วยได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลดังกล่าวตามสำเนาอุทธรณ์คำร้องที่ดินที่ยึดไว้ในคดีนี้และที่ผู้ร้องขอนำยึดเป็นที่ดินแปลงเดียวกันและไม่เป็นการแน่นอนว่า

ควรจะถูกยึดไว้ในคดีนี้ต่อไปหรือจะต้องเปลี่ยนแปลงการยึดเป็นในคดีหมายเลขแดงที่ 517/2532 เพราะคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ซึ่งอาจทำให้ผลแห่งการบังคับคดีเปลี่ยนแปลงไปได้ ขอให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์รายนี้ไว้เพื่อรอผลคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 เป็นคู่ความในคดีและร้องเกี่ยวข้องกับที่ดินที่จะบังคับคดีสืบเนื่องจากคู่ความในคดีเองไม่อนุญาตยกคำร้องกับมีคำสั่งให้บังคับคดีต่อไป ไม่อนุญาตตามคำขอของผู้ร้อง ยกคำร้องจำเลยที่ 1 และผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่าที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งและศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายืนตามให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ขอให้งดขายทอดตลาดที่ดินพิพาทไว้ชั่วคราวแล้วทำการไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1เพื่อมีคำสั่งว่าที่ดินพิพาท

เฉพาะส่วนของจำเลยที่ 5 เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 นั้นเป็นการชอบแล้วหรือไม่ จำเลยที่ 1 ฎีกาใจความว่าการที่ศาลไม่ดำเนินการตามที่จำเลยที่ 1 ร้องขอนั้น เป็นการไม่ชอบเพราะหากมีการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทไปแล้วจะมีปัญหาเกี่ยวกับการแบ่งเงินกัน และคำร้องของจำเลยที่ 1 ก็ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 แล้ว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 1 และศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายืนตามจึงเป็นการไม่ชอบ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นให้โจทก์และจำเลยทั้งห้าซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาทขายทอดตลาดที่ดินพิพาทนำเงินที่ได้มาแบ่งปันกันตามส่วนคดีถึงที่สุดแล้วแต่จำเลยทั้งห้าไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาโจทก์จึงมายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาแบ่งปันกันตามส่วนตามคำพิพากษา คำพิพากษาศาลชั้นต้นดังกล่าวย่อมผูกพันจำเลยที่ 1ซึ่งเป็นคู่ความในคดีให้ต้องปฏิบัติตาม การที่จำเลยที่ 1มาร้องในคดีนี้ว่าจำเลยที่ 5 ได้ขายที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 5 ให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้ครอบครองที่ดินส่วนนั้นมาจนที่ดินตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 จึงขอให้ศาลไต่สวนคำฟ้องเพื่อมีคำสั่งว่า ที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของจำเลยที่ 5 เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 นั้น

ย่อมเป็นการที่จำเลยที่ 1 ตั้งประเด็นขึ้นใหม่พิพาทกับจำเลยที่ 5 และมีผลเท่ากับขอให้ศาลแก้ไขคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้ว ซึ่งไม่อาจกระทำได้เพราะมิฉะนั้นแล้วคำพิพากษาของศาลแต่ละคดีก็จะไม่เป็นที่ยุติลงได้กรณีเช่นนี้หากจำเลยที่ 1 เห็นว่าตนมีสิทธิในที่ดินพิพาทที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้อย่างไรหรือจำเลยที่ 1 ถูกโต้แย้งสิทธิตามกฎหมายประการใด จำเลยที่ 1 ชอบที่จะไปดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นคดีใหม่ต่างหาก

อนึ่ง ที่โจทก์ขอหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทขายทอดตลาดกรณีเป็นการกำหนดวิธีแบ่งทรัพย์สินระหว่างเจ้าของรวมเท่านั้น โจทก์ก็ดีจำเลยก็ดี หาใช่เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาต่อกันและกันไม่กรณีจึงไม่ใช่เป็นการร้องขอให้บังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 จำเลยที่ 1 จึงไม่อาจอ้างว่าคำร้องของตนต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ดังที่จำเลยกล่าวอ้างมาในฎีกาได้ เพราะการร้องขอตามบทบัญญัติดังกล่าวจะต้องเป็นการร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด กรณีจึงไม่มีเหตุให้ต้องงดขายทอดตลาดที่ดินพิพาทและทำการไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 1 และศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายืนตามนั้นชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วินัย กันนะ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1079/2539

คำสั่งศาลชั้นต้นที่แสดงว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1382ยังผูกพันอยู่แต่ผู้ร้องไม่สามารถจดทะเบียนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ได้เนื่องจากศาลชั้นต้นได้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2018/2533

เมื่อโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยยอมออกจากตึกพิพาท และศาลมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว แม้จะได้ความว่า โจทก์ทำสัญญายอมความกับจำเลยไว้อีกฉบับหนึ่งในวันเดียวกัน โดยโจทก์ยอมให้จำเลยอยู่ในตึกพิพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1686/2530

คำสั่งศาลเกี่ยวกับการบังคับคดี เช่น การออกคำบังคับหากออกไปไม่ถูกต้อง ย่อมแก้ไขใหม่ให้ถูกต้องได้ เพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาและการแก้ไขนี้เป็นเรื่องแก้ไขคำบังคับ ไม่ใช่เป็นการแก้ไขคำพิพากษาโจทก์จึงมีสิท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2690/2529

การนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ตามคำพิพากษาถือเป็นการใช้สิทธิทางศาลจะเป็นการกระทำละเมิดต่อเจ้าของทรัพย์ที่ยึดเมื่อเป็นการกระทำโดยไม่สุจริตมีเจตนากลั่นแกล้งให้เจ้าของได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1701/2524

ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ค่าซ่อมรถ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดรถยนต์คันที่จำเลยมาซ่อมกับโจทก์และยังมิได้รับคืนไป ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ ในคดีเรื่องร้องขัดทรัพย์ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า รถยนต์คันพิพาทเป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้