Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2503 (เลขอ้างอิง 47965)

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สำนักงานของจำเลยรับจัดหางานให้แก่ผู้มาสมัครเข้ารับการอบรมวิชาชีพโดยรับจะฝากเข้าทำงานในสำนักงาน องค์การหรือห้างร้านบริษัทต่างๆ การกระทำเช่นนี้ย่อมได้ชื่อว่าเป็นคนกลางระหว่างนายจ้างผู้ต้องการลูกจ้างกับลูกจ้างผู้ต้องการหางานทำโดยคนกลางจะทำให้เปล่าหรือคิดสินจ้างก็ตามหรือแม้จำเลยจะตั้งชื่อสำนักงานนี้เพี้ยนไปว่า'สำนักงานส่งเสริมอาชีพ' ก็ตามหรือแม้ถึงว่าจำเลยจะอ้างว่าสำนักงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทจำกัด สำนักงานนี้ก็คงเป็น 'สำนักงานจัดหางาน' ตามความหมายใน มาตรา 3 แห่ง พระราชบัญญัติว่าด้วยสำนักงานจัดหางาน พ.ศ.2475 จำเลยวางแผนหลอกลวงเพื่อฉ้อโกงเอาเงินประชาชนทั่วๆ ไปโดยพิมพ์ใบปลิวโฆษณาข้อความอันเป็นเท็จให้ประชาชนหลงเชื่อเพื่อมาสมัครรับการอบรมวิชาชีพโดยทุกคนต้องส่งมอบเงินให้แก่จำเลยด้วยเมื่อมีผู้หลงเชื่อมาสมัครจำเลยก็ให้ส่งมอบเงินให้แก่จำเลย แล้วจำเลยก็หาได้ทำการอบรมเป็นกิจลักษณะอย่างใดไม่จนเป็นที่เห็นว่าผู้สมัครเหล่านั้นจะไม่ได้งานทำตามที่จำเลยโฆษณาไว้ให้หลงเชื่อครั้นขอเงินคืน จำเลยก็ไม่มีเงินจะคืนให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยสำนักงานจัดหางาน พ.ศ.2475 มาตรา 3 ป.อ. มาตรา 341

คำฟ้องและคำให้การ

คดี 2 สำนวนนี้ พิจารณาพิพากษารวมกันได้ความว่า จำเลยวางแผนหลอกลวงเพื่อฉ้อโกงเอาเงินประชาชนทั่ว ๆ ไป โดยพิมพ์ใบปลิวโฆษณาข้อความอันเป็นเท็จให้ประชาชนหลงเชื่อเพื่อมาสมัครรับการอบรมวิชาชีพโดยต้องส่งมอบเงินให้แก่จำเลยทุกคนด้วยเมื่อมีผู้หลงเชื่อมาสมัคร จำเลยก็ให้ส่งมอบเงินแล้วจำเลยก็หาได้ทำการอบรมเป็นกิจลักษณะอย่างใดไม่จนเป็นที่เห็นว่าผู้สมัครเหล่านั้นจะไม่ได้งานทำตามที่จำเลยโฆษณาไว้ให้หลงเชื่อ ครั้นขอเงินคืน จำเลยก็ไม่มีเงินจะคืนให้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลทั้งสองว่า จำเลยผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343, 83 จำคุกคนละ 1 ปี และผิดฐานประกอบกิจการในทางสำนักงานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยสำนักงานจัดหางาน

พ.ศ. 2475 มาตรา 15, 16 (ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2476)ปรับคนละ 600 บาท คำเบิกความของจำเลยชั้นพิจารณามีประโยชน์อยู่บ้าง ลดโทษลงคนละ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 8 เดือน และปรับคนละ 400 บาท ถ้าไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตาม มาตรา 29, 30 กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้เงิน 5,600 บาท แก่เจ้าทรัพย์ด้วย ข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาว่า สำนักงานส่งเสริมอาชีพที่จำเลยจัดตั้งขึ้น ไม่เป็นสำนักงานจัดหางานตามความหมายใน พระราชบัญญัติว่าด้วยสำนักงานจัดหางาน พ.ศ. 2475 เพราะจำเลยมิได้มุ่งหวังผลตอบแทนเป็นบำเหน็จหรือเป็นค่านายหน้า เงินที่เรียกจากผู้มาสมัครก็เพื่อเป็นประกันความเสียหายในระหว่างอบรมการปฏิบัติงาน

ทั้งสำนักงานนี้หาเป็นเอกเทศไม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทธนกิจจำกัด นั้น ศาลฎีกาเห็นชอบด้วยคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่าสำนักงานของจำเลยที่จัดตั้งขึ้นนี้เป็น "สำนักงานจัดหางาน" ตามความหมายใน มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยสำนักงานจัดหางาน พ.ศ. 2475 เพราะแม้จำเลยจะตั้งชื่อสำนักงานนี้เพี้ยนไปว่า"สำนักงานส่งเสริมอาชีพ" ก็ตาม ข้อเท็จจริงก็ปรากฏว่า สำนักงานของจำเลยนี้ รับจัดหางานให้แก่ผู้มาสมัครเข้ารับการอบรมวิชาชีพโดยรับจะฝากเข้าทำงานในสำนักงาน องค์การหรือห้างร้านบริษัทต่าง ๆ ซึ่งการกระทำเช่นนี้ย่อมได้ชื่อว่าเป็นคนกลางระหว่างนายจ้างผู้ต้องการลูกจ้าง กับลูกจ้างผู้ต้องการหางานทำ โดยคนกลางจะทำให้เปล่าหรือคิดสินจ้างก็ต้องด้วยบทบัญญัติของกฎหมายให้รวมอยู่ในความหมายอันเดียวกัน

ส่วนที่จำเลยอ้างว่าสำนักงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทธนกิจจำกัด ก็ไม่เป็นข้อแก้ตัวได้อีก เพราะนอกจากข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าบริษัทนี้ยังหาได้ก่อตั้งขึ้นเป็นบริษัทจำกัดสำเร็จไม่แล้ว ตามกฎหมายว่าด้วยสำนักงานจัดหางานก็มิได้ยกเว้นว่า บริษัทจำกัดจะประกอบกิจการในทางสำนักงานจัดหางานได้โดยมิต้องขอรับอนุญาตส่วนฎีกาของจำเลยอีกข้อหนึ่งที่ว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ดังกล่าวข้างต้น ก็จะลงโทษฐานฉ้อโกงในทางอาญามิได้ เป็นเพียงความรับผิดทางแพ่งนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยครบองค์ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ทุกประการแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
การุณย์นราทร · ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงและมีคำขอให้จำเลยคืนเงิน 135,000 บาท แก่โจทก์ร่วม แม้ในคดีอาญาข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยกระทำผิดฐานฉ้อโกงและคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ซึ่ง ป.วิ.อ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2568

จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2567

เดิมโจทก์ใช้ชื่อกลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นชื่อคู่ความ ต่อมาแก้ฟ้องใช้ชื่อ ส. กับพวก ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจดำเนินการแทนกลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นคู่ความแทน เมื่อกลุ่มออมทรัพย์ฯ ไม่เป็นบุคคลตาม ป.พ.พ. จึงไม่สามา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5793/2567

แม้ฟ้องโจทก์บรรยายครบองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) ซึ่งถูกยกเลิกไปแล้ว อันเป็นบทหนักที่บัญญัติให้ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษสูงขึ้น และ พ.ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยโดยทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จผ่านทางโปรแกรมเฟซบุ๊กตามฟ้อง เสนอขายสินค้าซึ่งความจริงแล้วจำเลยไม่มีเจตนาขายสินค้าดังกล่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้