Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4799/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีเดิมศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่า พ. ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทกับ ท.ครั้นพ.ถึงแก่กรรมท. ได้อาศัยสิทธิตามสัญญาดังกล่าว เรียกร้องให้จำเลยที่ 5 ทายาทของ พ. ไปจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทให้แก่ตน แต่เมื่อจำเลยที่ 5ไม่ยอมไปจดทะเบียนโอนให้ ท. ก็หาได้ใช้สิทธิฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 5 โอนให้ไม่ ท. จึงเป็นเพียงผู้ครอบครองที่ดินพิพาทแทนทายาทของ พ. จนกว่าจะได้จดทะเบียนโอน สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทยังเป็นของทายาทของ พ. ซึ่งรวมถึงจำเลยที่ 5 อยู่ท.ไม่มีสิทธิยกที่ดินพิพาทให้แก่ว.ว. จึงไม่มีสิทธิในที่ดินพิพาท การที่ ว. โอนขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ไม่ทำให้โจทก์ผู้รับโอนมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่า ว. ผู้โอน โจทก์จึงไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์และลักทรัพย์ในที่ดินพิพาทของโจทก์ดังโจทก์ฟ้อง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335,358, 362, 365, 83, 91 และนับโทษจำเลยที่ 2 กับที่ 5 ต่อจากโทษในคดีอาญาของศาลชั้นต้นด้วยศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 และที่ 5 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งหกมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 365, 335 แต่การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษตามมาตรา335 จำคุกจำเลยทั้งหกมีกำหนดคนละ 1 ปี แต่เนื่องจากจำเลยที่ 3 เป็นนักศึกษา โทษจำคุกจึงให้รอไว้มีกำหนด 2 ปี ให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 2ที่ 5 ต่อจากคดีอาญาจำเลยทั้งหกอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า

เดิมนายพวงสามีจำเลยที่ 5เป็นเจ้าของที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 179 ตำบลยะวิก อำเภอชุมพลบุรีจังหวัดสุรินทร์ เนื้อที่ 40 ไร่ อาณาเขตทิศเหนือจดที่ดินนายบรรจบบรรณประสิทธิ์ ทิศใต้และทิศตะวันตกจดหัวโค้งแม่น้ำมูล ทิศตะวันออกจดที่ดินที่ดินนายเกษม ต่อมานายพวงแบ่งขายที่ดินด้านทิศใต้ให้แก่นายเทพ 2 ครั้ง ครั้งแรกเนื้อที่ 8 ไร่ 3 งาน ตาม น.ส.3 เลขที่205/179 ครั้งที่สองเนื้อที่ 15 ไร่ ตาม น.ส.3 เลขที่ 206/174 ส่วนที่ดินที่เหลือ 16 ไร่ 1 งาน นายพวงทำสัญญาจะซื้อจะขายไว้กับนายเทพอีกเมื่อปี พ.ศ. 2513 แต่นายพวงได้ถึงแก่กรรมเสียก่อน จดทะเบียนโอนให้แก่นายเทพ ต่อมานายเทพได้เป็นโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 5 และบริวารออกจากที่ดินที่เหลือดังกล่าว

ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า ที่ดินส่วนที่เหลือ 16 ไร่ 1 งาน ที่นายเทพเคยเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 5 และบริวารดังกล่าวเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ดินที่เกิดเหตุ ในคดีนี้หรือไม่ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติต่อไปว่า ที่ดินส่วน ที่เหลือ 16 ไร่1 งาน ที่ นายเทพเคยเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยที่ 5 กับบริวารเป็นแปลงเดียวกันกับที่ดินที่เกิดเหตุคดีนี้ ซึ่งต่อมา ศาลฎีกาได้พิพากษาในคำพิพากษาฎีกาที่ 4567/2528 ให้ ยกฟ้อง คดีถึง ที่สุด โดยวินิจฉัยว่า เมื่อนายพวงถึงแก่กรรม นายเทพได้อาศัยสิทธิ เรียกร้องตามสัญญาจะซื้อจะขายเรียกร้องให้จำเลยที่ 5 ไปจดทะเบียน โอนสิทธิครอบครองในที่ดินที่เหลือดังกล่าวให้แก่ตน แต่เมื่อจำเลย ที่ 5 ไม่ยอมไปจดทะเบียนโอนให้

นายเทพก็หาได้ใช้สิทธิดังกล่าวฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยที่ 5 ในฐานะทายาทของนายพวงโอนสิทธิครอบครองใน ที่ดินให้แต่อย่างใดไม่ นายเทพจึง เป็น เพียงผู้ครอบครองที่ดิน ดังกล่าวแทนทายาทของนายพวงจนกว่าครองใน ที่ดิน จึงยังเป็นของทายาท ของนายพวงซึ่งรวมถึงจำเลยที่ 5 อยู่ คำพิพากษาของศาลฎีกาดังกล่าว มีผลผูกพันนายเทพกับจำเลยที่ 5 ในฐานะคู่ความ แสดงว่าที่ดินที่เกิดเหตุในคดีนี้ยังเป็นของจำเลยที่ 5 และทายาทอื่นของนายพวง หาใช่ เป็นของนายเทพไม่ โจทก์อ้างว่านายเทพได้ยกที่ดินดังกล่าวนี้ให้แก่ ร้อยตำรวจเอกวีรากร จึงเป็นการยกให้โดยไม่มีสิทธิ ร้อยตำรวจเอกวีรากร หามีสิทธิในที่ดินที่เกิดเหตุไม่ การที่ร้อยตำรวจเอกวีรากร โอนขายต่อให้แก่โจทก์ ย่อมไม่ทำให้โจทก์ผู้รับโอนมีสิทธิในที่ดิน ที่เกิดเหตุดีกว่าร้อยตำรวจเอกวีรากร ผู้โอน โจทก์จึงไม่มีสิทธิ ครอบครองในที่ดินที่เกิดเหตุแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยทั้งหก จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้องพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุม สุกแสงเปล่ง · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · มนู วงศ์แสงจันทร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2556 (เลขอ้างอิง 554991)

สัญญาเช่าระหว่างโจทก์ร่วมที่ 1 กับจำเลยที่ 1 มีข้อความระบุชัดเจนว่ามีกำหนดอายุของสัญญาเช่าเป็นเวลา 15 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2529 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2544 ซึ่งเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์เกิน 3 ป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11810/2553

จำเลยที่ 1 กับพวกเข้าไปในบริเวณโรงงานซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายแล้วทุบอิฐบล็อกและคอนกรีตที่ก่อสร้าง กับรื้อเหล็กโครงสร้างของอาคารห้องพักคนงานของผู้เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ แล้วเอาเหล็กโครง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2526 (เลขอ้างอิง 62538)

ข้อโต้เถียงที่ว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะที่ประชาชน ใช้ประโยชน์ร่วมกันหรือไม่ ศาลชั้นต้นไม่ได้ตั้งเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ การที่โจทก์กล่าวในฎีกาว่าทางพิพาทเป็นทางสาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน จำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1185/2561

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดตาม ป.อ. 358, 365 (3) ประกอบมาตรา 362 ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ระหว่างกำหนดระยะเวลาฎีกา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 สำหรับความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ เป็นความผิด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10319/2558

การที่จำเลยทั้งสามร่วมกันนำยาฆ่าแมลงใส่ในผลมะละกอให้ช้างกิน ช้างได้รับสารพิษทำให้ล้มลงกับพื้น ขณะที่ยังไม่ถึงแก่ความตายจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เลื่อยเหล็กตัดงาช้าง เป็นเหตุให้ช้างได้รับทุกขเวทนาอันไม่จำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้