Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4813/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนี้อันเกิดแต่มูลละเมิดถือว่าจำเลยผิดนัดนับแต่เวลาที่ทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา206โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5ต่อปีนับแต่วันละเมิดเป็นต้นไปแม้ตามคำฟ้องของโจทก์ไม่ระบุชัดแจ้งว่าจำเลยกระทำละเมิดในวันใดแน่แต่โจทก์ขอดอกเบี้ยก่อนวันฟ้องในจำนวนน้อยกว่าสิทธิที่โจทก์ควรได้รับนับแต่วันที่จำเลยกระทำละเมิดวันสุดท้ายถึงวันฟ้องศาลย่อมกำหนดดอกเบี้ยก่อนวันฟ้องให้โจทก์ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญารับจ้างก่อสร้างพัฒนาแปลงเกษตรกรรมกับสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเมื่อวันที่9 กรกฎาคม 2530 และเสร็จสิ้นประมาณเดือนสิงหาคม 2531 ปรากฏว่าในระหว่างวันเวลาดังกล่าวจำเลยลำเลียงเครื่องมือวัสดุการก่อสร้างเข้าไปในบริเวณที่ก่อสร้างใช้รถยนต์บรรทุกสิบล้อ แล่นผ่านสะพานไม้บ้านโคกจุฬาของโจทก์ด้วยน้ำหนักบรรทุกเกินกว่า 10 ตันซึ่งโจทก์มีป้ายบอกน้ำหนักห้ามรถยนต์บรรทุกน้ำหนักรวมเกิน 10 ตันการกระทำของจำเลยเป็นการจงใจกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยทำสะพานไม้ข้ามคลองบ้านโคกจุฬาของโจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 108,710 บาท พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิดจนถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 16,753.25 บาท และให้จำเลยชดใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวน 108,710 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 108,710 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในข้อกฎหมายว่า โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยก่อนฟ้องได้หรือไม่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องและนำสืบแล้วว่า จำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยใช้รถบรรทุกสิบล้อขนวัสดุอุปกรณ์น้ำหนักเกินกว่ากำหนดที่จะข้ามสะพานไม้ได้ผ่านสะพานไม้ของโจทก์หลายครั้งระหว่างวันที่ 9 กรกฎาคม 2530 จนถึงประมาณเดือนสิงหาคม 2531ระยะเวลาดังกล่าวย่อมเป็นฐานให้โจทก์เริ่มคำนวณดอกเบี้ยไปถึงวันฟ้องได้ ทั้งดอกเบี้ยที่โจทก์ขอให้จำเลยชำระคำนวณถึงวันฟ้องเป็นเงิน 16,753.25 บาท

ก็ยังน้อยกว่าดอกเบี้ยที่คำนวณนับแต่วันที่จำเลยทำงานแล้วเสร็จตามสัญญาจ้างซึ่งเป็นวันสุดท้ายแห่งการทำละเมิดของจำเลย เพราะโจทก์คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่25 พฤศจิกายน 2531 ซึ่งเป็นวันหลังจากทำละเมิดแล้ว โจทก์จึงควรมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจำนวนดังกล่าวนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยใช้รถบรรทุกสิบล้อขนวัสดุอุปกรณ์ผ่านสะพานไม้ของโจทก์เป็นเหตุให้สะพานไม้ของโจทก์เสียหายคิดเป็นเงิน 108,710 บาทเหตุละเมิดเกิดระหว่างวันที่ 9 กรกฎาคม 2530 ซึ่งเป็นวันที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินว่าจ้างให้จำเลยเข้าไปพัฒนาแปลงเกษตรและงานแล้วเสร็จในปลายปี 2531 เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวเหตุละเมิดต้องเกิดระหว่างวันที่ 9 กรกฎาคม 2530 ถึงปลายปี 2531แต่ตามใบตรวจรับงานจ้างเอกสารหมาย

จ.6 ระบุว่างานแล้วเสร็จวันที่ 10 สิงหาคม 2531 ดังนั้น การกระทำละเมิดของจำเลยจึงเกิดขึ้นในระหว่างระยะเวลาดังกล่าว หรืออย่างน้อยเหตุละเมิดก็สิ้นสุดลงในวันที่ 10 สิงหาคม 2531 ซึ่งเมื่อมีการกระทำละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 206 ถือว่าจำเลยผิดนัดนับแต่เวลาที่ทำละเมิด โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันละเมิดเป็นต้นไป ส่วนปัญหาว่าตามคำฟ้องของโจทก์ไม่ระบุแจ้งชัดว่า จำเลยกระทำละเมิดในวันใดแน่ เมื่อพิจารณาจำนวนดอกเบี้ยที่โจทก์เรียกมาก่อนฟ้อง คำนวณแล้วน้อยกว่าสิทธิที่โจทก์ควรได้รับนับแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2531 ดอกเบี้ยในส่วนนี้จึงกำหนดให้โจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ได้นำสืบว่า เหตุละเมิดเกิดวันเดือนปีใด จึงไม่มีฐานที่จะคิดคำนวณดอกเบี้ยให้นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยก่อนฟ้องแก่โจทก์จำนวน 16,753.25 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ณรงค์ ตันติเตมิท · บุญธรรม อยู่พุก · ปรีชา บูรณะไทย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5689/2561

ดอกเบี้ยจากค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดจากการละเมิดลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดมาแต่เวลาทำละเมิด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 206 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามวินิจฉัยข้างต้นว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิคิดค่าเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4304/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตอกเสาเข็มในโครงการบ้านพักอาศัยของจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ติดกับอาคารพิพาทของโจทก์ แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องระบุเพียงว่าจำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4757/2549

การที่จำเลยยื่นคำขอรับเงินชดเชยค่าภาษีอากรโดยอ้างว่าเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชยค่าภาษีอากรสำหรับสินค้าส่งออก ซึ่งเป็นความเท็จ จนได้รับเงินชดเชยค่าภาษีอากรในรูปบัตรภาษีไปจากโจทก์นั้น เป็นการจงใจกระทำ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2548 (เลขอ้างอิง 266314)

คำฟ้องโจทก์บรรยายว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด มีผลประกอบการที่ดีและมีกำไรมาโดยตลอด แต่ต่อมาเมื่อกลางปี 2540 โจทก์เกิดขาดสภาพคล่องกะทันหันจนถูกศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการเมื่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5128/2546

เงินที่โจทก์ได้รับจากสำนักงานประกันสังคมเป็นค่าทดแทนที่โจทก์พึงมีสิทธิได้รับตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 มาตรา 18 ไม่ใช่ค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิด โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้อง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้