Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4813/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลจังหวัดเชียงรายพิพากษาลงโทษจำคุกผู้ร้อง 2 ปี ผู้ร้องถูกอายัดตัวมาดำเนินคดี และถูกฟ้องคดีอาญาที่ศาลจังหวัดนครปฐมไม่ใช่ผู้ร้องสมัครใจมายึดถิ่นที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญที่จังหวัดนครปฐม ต่อมาได้รับการปล่อยชั่วคราว ไม่ใช่กรณีถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลจังหวัดนครปฐมหรือตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่ถือว่าเรือนจำจังหวัดนครปฐมเป็นภูมิลำเนาตามมาตรา 47 ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดเชียงราย ถูกกล่าวหาว่าไม่มีสัญชาติไทยและถูกดำเนินคดีที่จังหวัดเชียงรายก่อน จึงถือว่ามูลคดีของผู้ร้องเกี่ยวกับการขอพิสูจน์สัญชาติเกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่ง ป.วิ.พ. มาตรา 4 (2) ให้ผู้ร้องเสนอคำร้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดหรือต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลซึ่งก็คือศาลจังหวัดเชียงราย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากผู้ร้องถูกดำเนินคดีต่อศาลชั้นต้นในข้อหาแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ผู้ร้องได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ร้องอ้างว่ามีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดนครปฐมจึงยื่นคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นรับคำร้องนัดไต่สวน ข้อเท็จจริงเบื้องต้นได้ความจากผู้ร้องว่า ผู้ร้องเกิดที่จังหวัดเชียงราย ศาลชั้นต้นจึงเพิกถอนคำสั่งที่รับคำร้องและมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับคำร้อง จำหน่ายคดีจากสารบบความ ผู้ร้องขออนุญาตอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีปกครองวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติต่อศาลจังหวัดนครปฐมซึ่งเป็นศาลชั้นต้นได้หรือไม่ ผู้ร้องอ้างเป็นประเด็นว่า ผู้ร้องถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำจังหวัดนครปฐม และผู้ร้องประกอบกิจการงานเป็นหลักแหล่งสำคัญอยู่จังหวัดนครปฐม ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดนครปฐมนั้น เห็นว่า ตามเอกสารท้ายอุทธรณ์ผู้ร้องเคยถูกฟ้องที่ศาลจังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2542 คำฟ้องระบุผู้ร้องอยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ 1 ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย ต่อมาผู้ร้องถูกฟ้องที่ศาลจังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2545 คำฟ้องระบุที่อยู่ผู้ร้องเช่นเดิม

ศาลจังหวัดเชียงรายพิพากษาลงโทษผู้ร้องจำคุก 2 ปี ตามอุทธรณ์ระบุผู้ร้องถูกอายัดตัวมาดำเนินคดีที่จังหวัดนครปฐม ไม่ใช่ผู้ร้องสมัครใจมายึดถิ่นที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญที่จังหวัดนครปฐม และข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าผู้ร้องประกอบอาชีพใดเป็นกิจลักษณะที่จังหวัดนครปฐมที่จะถือว่าเป็นแหล่งสำคัญของถิ่นที่อยู่ ส่วนข้อที่ว่าผู้ร้องถูกต้องขังนั้น ข้อเท็จจริงได้ความเพียงว่าผู้ร้องถูกฟ้องที่ศาลจังหวัดนครปฐมและได้รับการปล่อยชั่วคราว จึงไม่ใช่กรณีถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลหรือตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายที่จะถือว่าเรือนจำจังหวัดนครปฐมเป็นภูมิลำเนาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 47 ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดนครปฐม

เมื่อพิจารณาตามหลักฐานสำเนาฟ้องท้ายอุทธรณ์ทั้งสองฉบับดังกล่าวประกอบคำแถลงของผู้ร้องที่ว่า ผู้ร้องเกิดจังหวัดเชียงราย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดเชียงราย ผู้ร้องอ้างว่าเกิดที่จังหวัดเชียงรายแต่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนสำมะโนครัว ผู้ร้องถูกกล่าวหาว่าไม่มีสัญชาติไทยและถูกดำเนินคดีที่จังหวัดเชียงรายก่อน แสดงว่ามูลคดีของผู้ร้องเกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (2) ให้ผู้ร้องเสนอคำร้องต่อศาลที่มูลคดีเกิดหรือต่อศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลซึ่งก็คือศาลจังหวัดเชียงราย ไม่ใช่ศาลจังหวัดนครปฐม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมบัติ อรรถพิมล · วิชัย วิวิตเสวี · ธานิศ เกศวพิทักษ์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2561

แม้จำเลยที่ 2 มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีและได้แจ้งย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าวแล้วโดยไม่ปรากฏว่าได้แจ้งย้ายเข้าที่ใด แสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาย้ายถิ่นที่อยู่และจงใจจะเปลี่ยนภูมิลำเนาตาม ป.พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5684/2538

การที่จำเลยแจ้งย้ายออกจากบ้านเดิมแต่ยังไม่แจ้งย้ายเข้าที่ใดจึงไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยไปอยู่ณที่ใดแสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาย้ายถิ่นที่อยู่และจงใจจะเปลี่ยนภูมิลำเนาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา41ที่จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1824/2567

ในการเสนอคำฟ้องนั้น ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) บัญญัติว่า "คำฟ้อง ให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่" คำว่า "มูลค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 226/2567

จำเลยเป็นผู้ที่ถูกจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดอยู่ในเรือนจำกลางอุดรธานี ภูมิลำเนาของจำเลยในช่วงระยะเวลาที่จำเลยถูกจำคุกจึงเป็นเรือนจำกลางอุดรธานี มิใช่ที่อยู่ตามฟ้อง การที่ศาลชั้นต้นส่งหมายนัดและสำเนาอุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3412/2565

คำว่า มูลคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องแก่โจทก์ โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาประกันภัยต่อโจทก์โดยไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้