คำฟ้องและคำให้การ
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2537นางสาวสุนันท์ ตันจิตตกุล หรือตันจิตติกุล ถึงแก่ความตายด้วยอุบัติเหตุ ก่อนตายผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องและนางสาวณัฎฐิมา บุญยานนท์ กับให้บุคคลทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกัน ผู้ตายไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่มีพี่น้องบิดามารดาของผู้ตายถึงแก่ความตายไปก่อนแล้ว นางสาวณัฎฐิมาให้ความยินยอมและไม่ประสงค์ที่จะร่วมเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม และผู้ร้องไม่เป็นบุคคลวิกลจริต ไม่เคยถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถหรือบุคคลล้มละลายขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายตามพินัยกรรมผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้ตายไม่เคยทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ร้องหรือนางสาวนัฎฐิมา
ลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมในเอกสารท้ายคำร้องเป็นลายมือชื่อปลอม พินัยกรรมดังกล่าวจึงไม่มีผลใช้บังคับ และทรัพย์สินที่ระบุไว้ในพินัยกรรมบางส่วนเป็นทรัพย์มรดกของนายจุยและนางกี ตันจิตตกุล ซึ่งเป็นตาและยายของผู้ตาย ดังนั้น ทรัพย์สินส่วนนี้รวมทั้งทรัพย์มรดกตามคำร้องจึงต้องนำมาแบ่งปันในระหว่างทายาท ผู้คัดค้านเป็นบุตรนายจุยและนางกีและเป็นน้าของผู้ตาย จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียมีสิทธิได้รับมรดก ผู้คัดค้านไม่เป็นบุคคลวิกลจริต ไม่เคยถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย ขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องแล้วตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายระหว่างสืบพยาน คู่ความตกลงท้ากันให้ส่งพินัยกรรมเอกสารหมาย
ร.11 และ ร.12 กับเอกสารใบถอนเงินเอกสารหมาย ค.2(16 ฉบับ) ใบฝากเงินเอกสารหมาย ค.3 (27 ฉบับ)เช็คเอกสารหมาย ค.5 (28 ฉบับ) บัตรตัวอย่างลายมือชื่อเอกสารหมาย ค.16 การ์ดบันทึกรายการการฝากถอนเงินเอกสารหมาย ค.17หนังสือสัญญาขายที่ดินเอกสารหมาย ค.18 และหนังสือสัญญาขายฝากที่ดินเอกสารหมาย ค.19 ให้ผู้เชี่ยวชาญของกองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจเพื่อตรวจพิสูจน์ว่าลายมือชื่อในช่องลงชื่อ "ผู้ทำพินัยกรรม"(นางสาวสุนันท์ ตันจิตตกูล) ตามเอกสารหมาย ร.11 และ ร.12กับตัวอย่างลายมือชื่อของนางสาวสุนันท์ผู้ตายในเอกสารหมาย ค.2ค.3 ค.5 และ ค.16 ถึง ค.19 ว่าจะเป็นลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกันหรือไม่ โดยให้กองพิสูจน์หลักฐานตั้งคณะกรรมการผู้ตรวจพิสูจน์หรือผู้เชี่ยวชาญขึ้น 5 คน และถือความเห็นของเสียงส่วนใหญ่เกินกึ่งหนึ่งเป็นความเห็นของคณะกรรมการถ้าคณะกรรมการมีความเห็นว่าเป็นลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกันให้ถือว่าผู้คัดค้านยอมรับข้อเท็จจริงตามคำร้องขอของผู้ร้องผู้คัดค้านยอมแพ้คดี แต่หากคณะกรรมการมีความเห็นว่าไม่ใช่ลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกันให้ถือว่า ผู้ร้องยอมรับข้อเท็จจริงตามคำร้องคัดค้าน ผู้ร้องยอมแพ้คดี
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ดำเนินการตามคำท้า ผลการตรวจพิสูจน์คณะกรรมการผู้ตรวจพิสูจน์หรือผู้เชี่ยวชาญรายงานว่า ลายมือชื่อช่องลงชื่อ "ผู้ทำพินัยกรรม"ในพินัยกรรมเอกสารหมาย ร.11 และ ร.12 เปรียบเทียบกับตัวอย่างลายมือชื่อของนางสาวสุนันท์ที่กาดอกจันสีน้ำเงินในเอกสารหมาย ค.2 ค.3 ค.5 และ ค.16 ถึง ค.19 ลงความเห็นว่ามีคุณสมบัติของการเขียน รูปร่างลักษณะของตัวอักษรแตกต่างกันแต่เนื่องจากตัวอย่างลายมือชื่อ มีลักษณะการเขียนไม่คงที่ในกรณีนี้จึงความเห็นว่า น่าจะไม่ใช่ลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกันแต่เปรียบเทียบกับตัวอย่างลายมือชื่อของนางสาวสุนันท์ที่กาดอกจันสีแดงในเอกสารดังกล่าวแล้ว ปรากฏว่า มีลักษณะการเขียนรูปร่างลักษณะของตัวอักษรคล้ายกัน แต่เนื่องจากมีตัวอักษรบางตัวเขียนคนละแบบกันประกอบกับตัวอย่างลายมือชื่อในกลุ่มนี้มีลักษณะการเขียนเป็นหลายแบบและไม่คงที่ในกรณีนี้จึงไม่อาจลงความเห็นยืนยันให้เป็นหลักฐานได้ศาลชั้นต้นเห็นว่าความเห็นของคณะกรรมการตรวจพิสูจน์ที่ว่าลายมือชื่อในช่องผู้ทำพินัยกรรมในเอกสารหมาย
ร.11 และ ร.12กับตัวอย่างลายมือชื่อของนางสาวสุนันท์ น่าจะไม่ใช่ลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกัน ตรงตามคำท้าของคู่ความ ผู้ร้องจึงเป็นฝ่ายแพ้คดี พิพากษายกคำร้องขอของผู้ร้อง และตั้งนางสมเสนอ วรรณพงษ์ ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวสุนันท์ ตันจิตตกุล ผู้ตายผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องข้อแรกว่า คณะกรรมการผู้ตรวจตรวจพิสูจน์หรือผู้เชี่ยวชาญของกองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจได้ตรวจพิสูจน์ตรงตามคำท้าของผู้ร้องและผู้คัดค้านหรือไม่ เห็นว่า ตามคำท้ามีความหมายว่าผู้เชี่ยวชาญสามารถตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อในช่องผู้ทำพินัยกรรมเอกสารหมาย ร.11 และ ร.12 เปรียบเทียบกับลายมือชื่อนางสาวสุนันท์ ตันจิตตกุล ผู้ตาย ในเอกสารหมาย ค.2 ค.3 ค.5และ ค.16 ถึง ค.19 ได้ทุกลายมือชื่อว่าเป็นของบุคคลคนเดียวกันหรือไม่ แต่ปรากฏตามรายงานการตรวจพิสูจน์ว่า ลายมือชื่อนางสาวสุนันท์ในเอกสารหมาย ค.2 ค.3 ค.5 และ ค.16 ถึง ค.19บางส่วนที่กาดอกจันสีน้ำเงินสามารถตรวจพิสูจน์ได้ โดยมีความเห็นว่ามีคุณสมบัติของการเขียนรูปร่างลักษณะของตัวอักษรคล้ายกันแต่เนื่องจากมีตัวอักษรบางตัวเขียนเป็นคนละแบบประกอบกับตัวอย่างลายมือชื่อในกลุ่มนี้มีลักษณะการเขียนเป็นหลายแบบและไม่คงที่ในกรณีจึงไม่อาจลงความเห็นยืนยันให้เป็นหลักฐานได้ดังนี้ ผลการตรวจพิสูจน์จึงไม่เป็นไปตามคำท้า เพราะไม่สามารถตรวจพิสูจน์ได้ทุกลายมือชื่อ ชอบที่จะศาลจะต้องรับฟังพยานหลักฐานของผู้ร้องและผู้คัดค้านต่อไป แต่เนื่องจากได้สืบพยานผู้ร้องเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนผู้คัดค้านสืบพยานได้ 2 ปาก ต่อมาได้แถลงงดสืบพยานที่เหลือภายหลังจากที่ทราบผลการตรวจพิสูจน์แล้วจึงอาจเป็นการแถลงเนื่องจากเข้าใจว่า ผลการตรวจพิสูจน์ตรงตามคำท้า เมื่อผลการตรวจพิสูจน์ไม่เป็นไปตามคำท้า จะถือว่าผู้คัดค้านไม่ติดใจสืบพยานที่เหลือหาได้ไม่จึงเห็นสมควรให้สืบพยานผู้คัดค้านที่เหลือต่อไปพิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานผู้คัดค้านต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี