คำฟ้องและคำให้การ
เดิมจำเลยฟ้องโจทก์ คดีแดงที่ 309/2489 ขับไล่ออกจากที่เช่าศาลพิพากษาให้ขับไล่ โดยมติของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าฯ ซึ่งอนุญาตให้จำเลยเข้าอยู่อาศัยในที่เช่านั้นได้ ต่อมาโจทก์ยื่นฟ้องขอให้ศาลทำลายมติของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าฯ ศาลพิพากษาให้ทำลายมติของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าฯ นั้นเสีย โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ ขอให้เพิกถอนคำพิพากษาคดีแดงที่ 309/2489
จำเลยให้การรับในข้อเท็จจริงแต่ต่อสู้ตัดฟ้อง และต่อสู้ในข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าเหตุที่จะค้ำจุนคำพิพากษาคดีแดงที่ 309/2489 ขาดไป จึงพิพากษาให้งดการบังคับคดีนั้นเสีย
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ไม่มีเหตุจะให้งดการบังคับคดี พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 145คำพิพากษาของศาลย่อมผูกพันคู่ความจนกว่าคำพิพากษานั้น จะได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสีย ถ้าหากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกลับหรืองดเสียนี้ ตามปกติเป็นอำนาจของศาลสูงขึ้นไป คือศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้วแต่กรณี แต่ศาลชั้นต้นจะเพิกถอนคำพิพากษาของตัวเองที่โจทก์ขอในคดีนี้ หาได้ไม่ ทั้งนี้จะเห็นได้จากบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งให้มีการอุทธรณ์ ฎีกา และบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ที่ห้ามมิให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้น อันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว เว้นแต่จะเป็นกรณีที่อยู่ในข้อยกเว้นแห่งมาตรานั้น ประกอบกับมาตรา 148 ที่ห้ามมิให้คู่ความรายเดียวรื้อร้องฟ้องกันอีก ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน เว้นแต่กรณีอยู่ในข้อยกเว้นแห่งมาตรานั้น
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน