Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4856/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้คัดค้านเป็นผู้ค้ายาเสพติดซึ่งได้ดำเนินการมาหลายครั้งแล้ว จำนวนยาเสพติดที่ถูกดำเนินคดีและศาลพิพากษาลงโทษมีจำนวนมาก คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ถึง30,653 กรัม แสดงว่าผู้คัดค้านเป็นผู้ค้ารายใหญ่ จำนวนเงินในบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านทั้งสองบัญชีที่มีการนำเงินเข้าฝากครั้งละตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไป โดยเงินดังกล่าวโอนมาจากจังหวัดซึ่งเป็นแหล่งที่ผู้คัดค้านส่งเฮโรอีนไปจำหน่ายการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านหลายรายการก็กระทำในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการขนเฮโรอีน ดังนี้ เงินที่โอนเข้าบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านจึงมีข้อเท็จจริงเชื่อมโยงแสดงให้เห็นว่าเป็นเงินที่ได้รับมาเนื่องจากกระทำความผิดเกี่ยวกับการจำหน่ายเฮโรอีนต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ มาตรา 29 วรรคสอง จึงเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 3

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 มาตรา 3 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 มาตรา 29

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เงินฝากในบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี 537-0-10429-0 ชื่อบัญชีนางธิดาวรรณ วรรณสาร และเงินฝากในบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพจำกัด (มหาชน) สาขาถนนประดิพัทธ์ เลขที่บัญชี 113-4-38523-4 ชื่อบัญชีนางรัศมีวรรณสาร เป็นทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เนื่องจากผู้ถูกตรวจสอบหรือผู้อาจอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกตรวจสอบไม่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จึงมีคำสั่งให้อายัดบัญชีเงินฝากดังกล่าวข้างต้นพร้อมดอกเบี้ยตามคำสั่งของคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินที่ 159/2542 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2542 ขอให้ริบทรัพย์สินทั้ง 2 รายการ ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดพ.ศ. 2534 มาตรา 3, 15, 22, 27, 29, 31พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้บุคคลซึ่งอาจอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินของกลางยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำหน่ายแพร่หลายในท้องถิ่นรวม 2 วัน

ติดต่อกันแล้วผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านและเจ้าของทรัพย์สินได้แสดงหลักฐานแจ้งชัดแล้วว่า ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นของผู้อื่นและไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดแต่อย่างใด ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินดังกล่าว ขอให้ยกคำร้องและสั่งคืนทรัพย์สินของกลางแก่ผู้คัดค้านศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ริบเงินฝากพร้อมดอกเบี้ยในบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาห้าแยกพ่อขุนเม็งราย เลขที่บัญชี537-0-10429-0 ชื่อบัญชีนางธิดาวรรณ วรรณสาร และเงินฝากพร้อมดอกเบี้ยในบัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนประดิพัทธ์เลขที่บัญชี 113-4-38523-4 ชื่อบัญชีนางรัศมี

วรรณสาร ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดผู้คัดค้านฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "... เห็นว่า คดีนี้ผู้ร้องมีนายศิริชัย เทพนรินทร์ และนายสุนทรศิริแสง เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดประจำจังหวัดสงขลา มาเบิกความว่า ได้สืบสวนและติดตามพฤติการณ์ของผู้คัดค้านจนทราบว่าผู้คัดค้านเป็นผู้ค้ายาเสพติดจึงได้ดำเนินการจับกุมผู้คัดค้านนายมานิตย์และนายนิทัศน์และดำเนินคดีต่อมาในข้อหาร่วมกันมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จนศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษบุคคลทั้งสาม ในการจับกุมผู้คัดค้านได้ตรวจค้นบ้านผู้คัดค้านพบบันทึกตามเอกสารหมาย ร.10 ซึ่งเป็นรหัสที่ใช้ติดต่อกับผู้ค้ายาเสพติดด้วยกันด้วยข้อเท็จจริงจากคำเบิกความและพยานหลักฐานดังกล่าวแสดงว่าผู้คัดค้านเป็นผู้ค้ายาเสพติดซึ่งได้ดำเนินการมาหลายครั้งแล้ว และเมื่อจำนวนยาเสพติดที่ผู้คัดค้านถูกดำเนินคดีและศาลพิพากษาลงโทษในคดีดังกล่าวมีจำนวนมาก

คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ถึง 30,653 กรัม ก็แสดงว่าผู้คัดค้านเป็นผู้ค้ารายใหญ่ ดังนั้น จำนวนเงินในบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านทั้งสองบัญชีที่มีการนำเงินเข้าฝากครั้งละตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป โดยเงินดังกล่าวโอนมาจากจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นแหล่งที่ผู้คัดค้านส่งเฮโรอีนไปจำหน่าย การโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านหลายรายการก็กระทำในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการขนเฮโรอีนตามที่นายมานิตย์และนายนิทัศน์ให้การไว้ต่อพนักงานสอบสวนว่าได้มีการขนเฮโรอีนให้แก่ผู้คัดค้าน 4 ครั้ง ดังนี้ เงินที่โอนเข้าบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านจึงมีข้อเท็จจริงเชื่อมโยงแสดงให้เห็นว่าเป็นเงินที่ได้รับมาเนื่องจากการกระทำความผิดเกี่ยวกับการจำหน่ายเฮโรอีน และต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามมาตรา 29 วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ด้วย จึงเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่ผู้คัดค้านอ้างว่าผู้ร้องไม่มีประจักษ์พยานว่าผู้คัดค้านมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ผู้คัดค้านมีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ตลอดทั้งมีรายได้ต่าง ๆ จากการค้าเพชร พลอย เป็นตัวแทนประกันของบริษัทรับประกันภัย ค้าขายปุ๋ยเคมีตลอดจนมีสวนลิ้นจี่และสวนเชอรี่ถึง 400 ไร่ มีบ้านพักอาศัยให้ผู้อื่นและนักศึกษาเช่าถึง 21 ห้อง และรายได้ปลีกย่อยอื่น ๆ เกี่ยวกับนายหน้าค้าที่ดินและค้าขายของชำย่อมแสดงถึงสถานะของผู้คัดค้านเกี่ยวกับรายได้ต่าง

ๆ ในตัวถึงแม้ผู้คัดค้านจะเบิกความโดยไม่มีเอกสารอื่นใดมาประกอบก็ตาม เห็นว่า พยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบมาฟังได้ว่าผู้คัดค้านเป็นผู้ค้ายาเสพติดดังได้วินิจฉัยมาแล้วส่วนที่ผู้คัดค้านอ้างว่ามีอาชีพต่าง ๆ และมีรายได้นั้น ปรากฏตามเอกสารหมาย ร.12 ว่าเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งให้ผู้คัดค้านอ้างสิทธิและพิสูจน์การได้มาของทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดไว้ ผู้คัดค้านก็ไม่ประสงค์จะชี้แจงและไม่ขอลงลายมือชื่อ ในชั้นพิจารณาผู้คัดค้านคงเบิกความว่ามีอาชีพต่าง ๆ แต่มิได้มีหลักฐานอื่นใดที่แสดงถึงรายได้ที่ได้รับมาเป็นจำนวนมากครั้งละ 1,000,000 บาท ขึ้นไป ผู้คัดค้านเบิกความเพียงว่าได้เดินทางไปจังหวัดสงขลาเดือนละครั้งนำสินค้ามูลค่าประมาณ 3,000,000 ถึง 4,000,000 บาทไปขายและโอนเงินจากจังหวัดสงขลาเข้าบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านเนื่องจากไม่ประสงค์จะถือเป็นเงินสด แต่ก็ไม่มีพยานหลักฐานอื่นไม่ว่าพยานบุคคลหรือพยานเอกสารที่แสดงถึงการซื้อขายสินค้ามาสืบประกอบเลย ข้อเท็จจริงจึงไม่อาจรับฟังได้ว่าเงินที่โอนจากจังหวัดสงขลาไปเข้าบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านเป็นเงินที่ได้มาจากการซื้อขายสินค้าดังที่อ้าง เมื่อผู้คัดค้านไม่อาจแสดงให้ศาลเห็นได้ว่าเงินในบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านนั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ริบจึงชอบแล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกษมสันต์ วิลาวรรณ · พูนศักดิ์ จงกลนี · ปัญญา สุทธิบดี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้