Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4857/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การก่อสร้างสะพานลอยพิพาทริเริ่มขึ้นเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมโดยตรงเพราะในขณะนั้นมิได้เป็นจุดที่มีประชาชนเดินข้ามถนนเป็นจำนวนมากแต่อย่างใด ลำพังการคาดการณ์ว่าเมื่อสร้างสะพานลอยพิพาทแล้วย่อมต้องมีประชาชนใช้ประโยชน์เป็นจำนวนยังไม่พอฟังว่าการสร้างสะพานลอยพิพาทเป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์โดยแท้จริง ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมร่วมกันกำหนดจุดก่อสร้างสะพานลอยพิพาทเพื่อประโยชนในทางธุรกิจการค้าของจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมอันเป็นการใช้สิทธิของตนเป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติหรือเหตุอันควร อันเป็นละเมิดต่อโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนสะพานลอยข้ามถนนดังกล่าวออกไปด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสอง และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อสะพานลอยออกไป จำเลยที่ 1 ให้การ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทราชสีมาชอปปิ้งคอมเพล็กซ์ จำกัด เข้าเป็นจำเลยร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยร่วมให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ถึงแก่ความตาย นางกิมเฮียงทายาทและผู้จัดการมรดกของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต และต่อมานางกิมเฮียงถึงแก่ความตาย นางสาวนฤมลทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 300,000 บาท โดยให้จำเลยที่ 1 รับผิดเพียง 1 ใน 4 ส่วน กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ 5,000 บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน แต่ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมใช้ค่าทนายความชั้นศาลชั้นต้น 3,000 บาท แทนโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ที่เรียกเก็บเกินมาให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วม ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติได้ว่า

โจทก์เป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์บนที่ดินโฉนดเลขที่ 29350 ตำบลในเมืองนครราชสีมา (หนองจะบก) อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา อยู่ริมถนนมิตรภาพหรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 ตอนสระบุรี - นครราชสีมา ซึ่งอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมเป็นเจ้าของอาคารหลายหลังรวมทั้งอาคารห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ที่เรียกว่าราชสีมาชอปปิ้งคอมเพล็กซ์ริมถนนมิตรภาพฝั่งตรงข้ามอาคารพาณิชย์ของโจทก์ เมื่อประมาณเดือนเมษายน 2543 จำเลยร่วมขออนุญาตจากจำเลยที่ 1 ดำเนินการก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้ามถนนมิตรภาพระหว่างอาคารพาณิชย์ของโจทก์กับอาคารห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วม จำเลยที่ 1 อนุญาต จำเลยร่วมก่อสร้างสะพานลอยพิพาทซึ่งมีเสาจำนวน 5 ต้น

ตั้งบนทางเท้าตรงกับหน้าอาคารพาณิชย์ของโจทก์ ห่างประมาณ 3 เมตร เสาต้นกลางกว้าง 1.20 เมตร และหนา 50 เซนติเมตร อีกสี่ต้นที่ล้อมรอบมีขนาด 50 x 50 เซนติเมตร มีฐานสูงประมาณ 25 เซนติเมตร รวมกับตัวสะพานลอยสูงประมาณ 6 เมตร ตัวสะพานลอยกว้าง 3 เมตร ตามแบบก่อสร้าง และภาพถ่ายส่วนฝั่งตรงข้ามมีการเชื่อมทางเดินจากสะพานลอยดังกล่าวเข้าสู่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ของจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วม คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมว่า การสร้างสะพานลอยพิพาทเป็นการใช้สิทธิอันเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติหรือเหตุอันควรเป็นละเมิดต่อโจทก์ตามคำพิพากษาศาลล่างหรือไม่ ที่จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมฎีกาในทำนองเดียวกันว่า

จำเลยร่วมก่อสร้างสะพานลอยพิพาทตามแบบมาตรฐานของจำเลยที่ 1 แล้ว เพียงแต่ตกแต่งให้สวยงาม มิได้มีขนาดใหญ่จนปิดบังแสงแดดและลมผ่านเข้าสู่อาคารของโจทก์ ทั้งอยู่ในจุดที่เหมาะสมและเพื่อประโยชน์ของสาธารณชนนั้น ในเรื่องสภาพของสะพานลอยพิพาท ข้อเท็จจริงจากนายบัณฑิตพยานจำเลยที่ 1 เบิกความเจือสมพยานโจทก์ว่า สะพานลอยพิพาทมีขนาดใหญ่กว่าสะพานลอยในสถานที่อื่นเช่นตามภาพถ่าย แม้ว่าจำเลยที่ 1 จะมีแบบก่อสร้างสะพานลอยคนเดินข้ามอันเป็นมาตรฐานอยู่หลายแบบแต่มีขนาดไม่เท่ากัน เมื่อพิจารณาจากภาพถ่าย ก็เห็นได้ชัดว่ามีการก่อสร้างเสาอีกสี่ต้นล้อมรอบเสากลาง ที่น่าเชื่อว่าไม่ใช่เสาที่รับน้ำหนักหัวสะพาน แต่เพื่อรับน้ำหนักซุ้มหลังคา

ระหว่างเสาทั้งสี่ต้นยังทำแผงปิดเป็นซุ้มเพื่อให้เกิดความสวยงาม อันเป็นการตกแต่งสะพานลอยพิพาทตามที่จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมนำสืบเองว่า สาเหตุเพราะผู้ว่าราชการจังหวัดต้องการให้สะพานลอยพิพาทสวยงามเสมือนเป็นประตูสู่ภาคอีสานจึงรับฟังได้ว่าสะพานลอยพิพาทถูกก่อสร้างตกแต่งเพิ่มขึ้นจากแบบก่อสร้างที่เป็นปกติหรือเป็นมาตรฐาน สิ่งตกแต่งที่เพิ่มขึ้นก็เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นเหตุให้ปิดบังแสงแดดและทางลมผ่านเข้าสู่อาคารของโจทก์มากยิ่งขึ้นตามไปด้วย จนปัจจุบันเมื่อมองจากถนนมิตรภาพ ซุ้มเสา สะพานลอยพิพาทและซุ้มหลังคาสะพานลอยแทบจะปิดบังอาคารของโจทก์ไปหมดสิ้นตามภาพถ่าย ส่วนเรื่องจุดหรือตำแหน่งของสะพานลอยพิพาทเหมาะสมหรือไม่นั้น ที่โจทก์นำสืบว่า

ริมถนนมิตรภาพฝั่งเดียวกับอาคารของโจทก์ห่างไปเพียง 100 เมตร มีที่ดินว่างซึ่งจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมใช้เป็นที่จอดรถของลูกค้าและมีทางม้าลายให้คนเดินข้ามถนนมิตรภาพตามแผนที่ปรากฏว่าทางม้าลายตรงกับทางรถเข้าออกห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ อันเป็นจุดที่สร้างสะพานลอยคนข้ามได้โดยไม่ปิดบังหน้าอาคารใด ๆ นั้น จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมมิได้นำสืบพยานหลักฐานโต้แย้งให้เห็นเป็นประการอื่น จึงต้องรับฟังข้อเท็จจริงว่ามีจุดหรือตำแหน่งอื่นที่เหมาะสมในการสร้างสะพานลอยคนเดินข้ามถนนมิตรภาพในบริเวณนั้นไม่ใช่มีลำพังแค่จุดที่สร้างสะพานลอยพิพาทเท่านั้น อาคารพาณิชย์ของโจทก์มีอยู่ก่อนจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมก่อสร้างราชสีมาชอปปิ้งคอมเพล็กซ์ และไม่ปรากฏว่ามีป้ายจอดรถโดยสารประจำทางและทางม้าลายอยู่ในบริเวณนั้นแต่เดิมอันจะเป็นเหตุให้มีคนเดินข้ามถนนมากเป็นพิเศษในจุดนั้น

การก่อสร้างสะพานลอยพิพาทจึงริเริ่มขึ้นเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมโดยตรง เพราะในขณะนั้นมิได้เป็นจุดที่มีประชาชนเดินข้ามถนนเป็นจำนวนมากแต่อย่างใด ลำพังการคาดการณ์ว่าเมื่อสร้างสะพานลอยพิพาทแล้ว ย่อมต้องมีประชาชนใช้ประโยชน์เป็นจำนวนมาก ยังไม่พอฟังว่าการสร้างสะพานลอยพิพาทเป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์โดยแท้จริง ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และจำเลยร่วมร่วมกันกำหนดจุดก่อสร้างสะพานลอยพิพาทเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจการค้าของจำเลยที่ 2 และจำเลยร่วมอันเป็นการใช้สิทธิของตนเป็นเหตุให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติหรือเหตุอันควร อันเป็นละเมิดต่อโจทก์ตามที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อภิรัตน์ ลัดพลี · นพวรรณ อินทรัมพรรย์ · ธนฤกษ์ นิติเศรณี
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้