คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่า ที่ดินและเรือนรายพิพาทเป็นของโจทก์ โดยได้รับมฤดกมาจากนางนุ่ม ผู้ตาย ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารอย่าให้เกี่ยวข้องต่อไป
จำเลยให้การต่อสู้ว่า ที่พิพาทและบ้านเรือนเป็นของจำเลย ๆครอบครองมาช้านาน ผู้ตายไม่มีสิทธิ์ทำพินัยกรรม์ยกทรัพย์เหล่านี้ให้โจทก์ พินัยกรรม์ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ศาลฎีกาคงฟังข้อเท็จจริงว่า ทรัพย์รายพิพาทนี้เป็นของนางนุ่มผู้ตายในขณะทำพินัยกรรม์ และการที่ผู้ตายยกทรัพย์ให้โจทก์นั้นเป็นสิ่งที่เชื่อได้ ชอบด้วยเหตุผล ข้อที่จำเลยให้การว่า พินัยกรรม์ไม่สมบูรณ์ แล้วนำสืบว่า นางนุ่มไม่ได้ทำพินัยกรรม์ นอกเหนือประเด็นไม่ชอบที่จะรับฟัง คดีปรากฎว่า พินัยกรรม์นี้ได้ทำขึ้นเป็นตัวพิมพ์ เว้นช่องว่างไว้ตรอกวันเดือนปี และเขตต์ที่พิพาทผู้ทำพินัยกรรม์ ผู้ตายได้บอกให้คนอื่นตรองรายละเอียด แล้วจึงลงนาม การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่ตกเติมข้อความในพินัยกรรม์ที่ต้องลงลายมือชื่อรับรองตามความในมาตรา ๑๖๕๖ แห่ง ป.ม.แพ่ง ฯ อ้างฎีกาที่ ๔๗๘/๒๔๘๓
ศาลฎีกาวินิจฉัย
อนึ่งพินัยกรรม์ฉะบับนี้ก็ปรากฎว่า ได้ลงวันในพินัยกรรม์ไว้ก่อนวันตรอก แต่ศาลฎีกาเห็นว่าความประสงค์ของกฎหมายที่ให้ลงวันเดือนปี ก็เพื่อรู้เวลาทำ และในกรณีที่มีพินัยกรรม์หลายฉะบับ ฉะบับหลังย่อมลบล้างฉะบับก่อนเท่านั้น ทั้งคดีเรื่องนี้ก็ไม่มีข้อโต้เถียงว่า มีพินัยกรรม์ฉะบับอื่นอีก เพียงไม่ได้แก้วันที่ ยังไม่เป็นเหตุให้กระทำให้พินัยกรรม์เป็นโมฆะ สรุปแล้วมิได้มีข้อความใด ๆ ควรฟังหักล้างเจตนาของผู้ตาย
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลล่าง ให้ทรัพย์รายพิพาทเป็นของโจทก์