Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4873/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อผู้เช่าซื้อรถยนต์ผิดสัญญาและสัญญาเลิกกันแล้ว ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิริบค่าเช่าซื้อที่ผู้เช่าซื้อชำระไว้แล้ว และกลับเข้าครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 วรรคแรก หากผู้เช่าซื้อไม่ส่งมอบรถผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพราะการไม่ชำระหนี้ ซึ่งได้แก่ค่าใช้ทรัพย์ตลอดเวลาที่ผู้เช่าซื้อครอบครองอยู่ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรค 3 สัญญาเช่าซื้อข้อ 7 ระบุว่าถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ งวดหนึ่งงวดใดก็ดี หรือผู้เช่าซื้อจะต้องชำระเงินใด ๆ แก่เจ้าของ ตามสัญญาประการหนึ่งประการใดก็ดี หรือผู้เช่าซื้อจะต้องชดใช้ ค่าเสียหายอันเกิดจากการผิดสัญญาประการใดประการหนึ่งก็ดีผู้เช่าซื้อยอมเสียดอกเบี้ยสำหรับเงินที่ค้างชำระและหรือค่าเสียหาย นับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไปในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี เงินค่าขาดประโยชน์ จากการใช้รถดังกล่าวไม่อยู่ในความหมายของเงินใด ๆ หรือค่าเสียหาย ตามข้อสัญญาดังกล่าว ผู้ให้เช่าซื้อคงมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้เช่าซื้อใช้ดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 เท่านั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ได้เช่าซื้อรถยนต์ของโจทก์ไป ๑ คัน ค่าเช่าซื้อ ๘๘,๓๔๐ บาท ชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญา ๕,๐๐๐ บาท ที่เหลือจะชำระให้เป็นเวลา ๓๐ งวดงวดละเดือน จำเลยที่ ๒ ได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้ จำเลยที่ ๑ ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ ๒๒ เป็นต้นมาเกิน ๒ งวดติดต่อกัน ตามสัญญาถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันจำเลยที่ ๑ ไม่ส่งมอบรถคืนให้โจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย โจทก์ขอคิดค่าเสียหาย ๓๑,๕๐๐ บาท หากส่งมอบคืนไม่ได้จำเลยที่ ๑ ต้องชำระราคารถ ๒๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๓๑,๕๐๐ บาท และให้ใช้ค่าเสียหายนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งรถคืนหรือใช้ราคาเดือนละ ๑,๕๐๐บาท กับให้ร่วมกันชำระดอกเบี้ยในต้นเงิน ๓๑,๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี และให้จำเลยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเรียบร้อยคืนโจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ใช้เงิน ๒๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าให้จำเลยทั้งสองคืนรถกระบะเล็กที่เช่าซื้อให้โจทก์ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาเท่าค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ ๒๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปีจากจำนวนเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จคำขออื่นให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหาย (ที่ถูกค่าใช้ทรัพย์) ที่จำเลยที่ ๑ ไม่ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้โจทก์หรือไม่ เห็นว่าเมื่อจำเลยที่ ๑ ผู้เช่าซื้อผิดสัญญาและสัญญาเลิกกันแล้ว โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิริบเช่าซื้อที่จำเลยที่ ๑ ได้ชำระให้โจทก์ไว้แล้ว และกลับเข้าครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๔ วรรคแรก ซึ่งตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.๒ ข้อ ๘ จำเลยที่ ๑ ยอมส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้โจทก์โดยพลันโดยค่าใช้จ่ายของจำเลยที่ ๑ เอง เมื่อจำเลยที่ ๑ ไม่ส่งมอบรถที่เช่าซื้อให้โจทก์ โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพราะการไม่ชำระหนี้

ได้แก่ค่าใช้ทรัพย์ตลอดเวลาที่จำเลยที่ ๑ ครอบครองอยู่ ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๙๑ วรรค ๓ ที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองใช้ดอกเบี้ยในจำนวนค่าเสียหาย (ค่าใช้รถ) อัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.๒ ข้อ ๗ นั้น เห็นว่าสัญญาเช่าซื้อข้อ ๗ ระบุว่า ถ้าผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระ ค่าเช่าซื้องวดหนึ่งงวดใดก็ดีหรือผู้เช่าซื้อจะต้องชำระเงินใด ๆ แก่เจ้าของตามสัญญาประการหนึ่งประการใดก็ดีหรือผู้เช่าซื้อจะต้องชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการผิดสัญญาประการใดประการหนึ่งก็ดี ผู้เช่าซื้อยอมเสียดอกเบี้ยสำหรับเงินที่ค้างชำระและหรือค่าเสียหายนับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไปในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีนั้น เงินค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถดังกล่าวไม่อยู่ในความหมายของเงินใด ๆ หรือค่าเสียหายตามสัญญาข้อ ๗ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๑ ใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี คงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๑ ใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๔ เท่านั้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ถ้าคืน (รถที่เช่าซื้อ) ไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน ๒๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองชำระค่าใช้รถ ๒๒,๐๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จกับค่าใช้รถเดือนละ ๑,๐๕๐ บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าคืนรถหรือจนกว่าชำระเงิน ๒๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ แต่ไม่เกิน ๓ ปี นับแต่วันฟ้องแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อภินย์ ปุษปาคม · อำนวย อินทุภูติ · พิชัย วุฒิจำนงค์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายอรุณ น้าประเสริฐ
ศาลอุทธรณ์ - นายประสพชัย ยามาลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้