Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4876/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ขณะเกิดกรณีพิพาทโจทก์ไม่ได้ทำนาในที่ดินพิพาทแล้ว แต่ได้ขุดบ่อเลี้ยงปลาจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้เช่านาตามความหมายในพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 เป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น จึงต้องนำมาตรา 63 มาใช้บังคับ ซึ่งมีใจความว่าในกรณีที่การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทใดนอกจากการเช่านาเมื่อรัฐบาลเห็นสมควรกำหนดให้การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทนั้นมีการควบคุมก็ให้มีอำนาจกระทำการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา เมื่อปรากฏว่ายังไม่มีพระราชกฤษฎีกาควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น ดังนั้น โจทก์จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และศาลพิพากษายกฟ้องแล้วฟ้องแย้งย่อมต้องตกไปเพราะการฟ้องแย้งนั้นจะมีได้ต้องมีฟ้องเดิมและตัวโจทก์เดิมที่จะเป็นจำเลยของฟ้องแย้งอยู่ด้วย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 177 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 4 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 21 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 63 ป.วิ.พ. มาตรา 55

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่านาจากจำเลยที่ 1 และได้เข้าทำนาในที่ดินดังกล่าวแต่เนื่องจากน้ำทะเลเข้าถึง การทำนาไม่ได้ผล จึงขอแปรสภาพทำเป็นที่เลี้ยงปลาส ลิด จำเลยที่ 1 ยินยอม โจทก์จึงลงทุนเลี้ยงปลาส ลิดมาจนปัจจุบัน โจทก์ในฐานะผู้เช่าที่นาได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ซึ่งบัญญัติให้โจทก์มีสิทธิซื้อที่นาที่โจทก์ครอบครองและทำอยู่ก่อนผู้ใดขอให้บังคับจำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่นาโฉนดเลขที่ 5040ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ให้แก่โจทก์ และรับเงินค่าที่ดินจำนวน 300,000 บาท ไปจากโจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยและให้ถือว่าสัญญาจะซื้อจะขายระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2ไม่มีผลบังคับจำเลยที่ 1 ให้การและฟ้องแย้งกับแก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งว่าโจทก์ไม่เคยเช่าที่พิพาทจากจำเลยที่ 1 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ไม่เคยทำนาหรือพืชไร่ในที่พิพาท

เพราะที่พิพาทเป็นบ่อเลี้ยงปลามาก่อน โจทก์ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความและเคลือบคลุมการกระทำของโจทก์เป็นการละเมิด ทำให้จำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหายขอให้ยกฟ้องโจทก์ และให้บังคับโจทก์อพยพขนย้ายรื้อถอนบ้านเลขที่ 72ออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 5040 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าโจทก์จะออกไปและมอบที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์(น่าจะเป็นจำเลยที่ 1) เสร็จ หากโจทก์ไม่รื้อถอนและออกไป ขอให้ศาลออกหมายจับ หรือยอมให้จำเลยที่ 1 เข้าทำการรื้อถอนบ้านดังกล่าวโดยโจทก์เป็นฝ่ายเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนให้แก่จำเลยที่ 1จำนวน 2,000 บาทจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาโจทก์ให้การฟ้องแย้งว่า

โจทก์อยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิการเช่า โจทก์จึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 โจทก์ไม่ได้ละเมิดต่อจำเลยที่ 1และไม่ทำให้จำเลยที่ 1 เสียหาย จำเลยที่ 1 เป็นผู้นำที่พิพาทไปขายให้บุคคลอื่น จึงไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหาย ไม่มีสิทธิฟ้อง และฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์และบริวารรื้อถอนขนย้ายบ้านของโจทก์ออกไปจากที่ดินของจำเลยที่ 1 โฉนดเลขที่ 5040ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยที่ 1 เดือนละ 250 บาท นับแต่วันฟ้องแย้ง (27 ธันวาคม 2528)จนกว่าจะออกและส่งมอบที่พิพาท ถ้าโจทก์ไม่รื้อถอนขนย้ายบ้านออกไปให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนขนย้ายโดยให้โจทก์เสียค่าใช้จ่ายแก่จำเลยที่ 1จำนวน 2,000 บาทโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของจำเลยที่ 1 ในส่วนที่ให้จำเลยที่ 1 รื้อถอนขนย้ายบ้านของโจทก์ โดยให้โจทก์เสียค่าใช้จ่าย2,000 บาท ให้จำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

การฟ้องขอให้เจ้าของนาและผู้รับโอนนาโอนขายนาให้แก่ผู้เช่า จะต้องพิจารณาว่าโจทก์ทำนาหรือไม่ก่อนและตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 21บัญญัติว่า "นา" หมายความว่า ที่ดินที่เช่าเพื่อทำนาทั้งหมดหรือเป็นส่วนใหญ่ "ทำนา" หมายความว่า การเพาะปลูกข้าวหรือพืชไร่คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าที่นาจากจำเลยที่ 1 ทำนาเพียงปีเดียวหลังจากนั้นโจทก์ได้ขุดบ่อเลี้ยงปลาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 จนถึงวันฟ้อง ตามคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวขณะเกิดกรณีพิพาทโจทก์หาได้ทำนาในที่พิพาทไม่ จึงถือไม่ได้ว่า โจทก์เป็นผู้เช่านาตามความหมายในพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แต่เป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น

กรณีจึงต้องนำพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 63 มาใช้บังคับซึ่งมาตราดังกล่าวบัญญัติมีใจความว่า ในกรณีที่การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทใด นอกจากการเช่านา เมื่อรัฐบาลเห็นสมควรกำหนดให้การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทนั้นมีการควบคุมตามพระราชบัญญัตินี้เพื่อขจัดปัญหา ก็ให้มีอำนาจกระทำการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่ปรากฏว่าขณะนี้ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น ดังนั้นโจทก์จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนฟ้องแย้งของจำเลยนั้น เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และศาลพิพากษายกฟ้องแล้ว ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ต้องตกไป เพราะการฟ้องแย้งนั้นจะมีได้จะต้องมีฟ้องเดิมและตัวโจทก์เดิมที่จะเป็นจำเลยของฟ้องแย้งอยู่ด้วยพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · ตัน เวทไว · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1077/2540

จำเลยเช่าที่ดินจากโจทก์ทำนาต่อมาจำเลยได้เปลี่ยนลักษณะการเช่านามาทำเป็นบ่อเลี้ยงปลาอันเป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมอย่างอื่นซึ่งยังไม่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ผู้เช่าได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8370/2538

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละสี่พันบาท จึงห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์หรือฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสองและมาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1570/2556

การฟ้องคดีล้มละลายเป็นการฟ้องเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั่วไป เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 22 (3) บัญญัติให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวที่มีอำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11043/2553

จำเลยทั้งสองฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความค่าเสียหายที่เกิดแก่รถบรรทุกของจำเลยที่ 2 จากการกระทำละเมิดของโจทก์เท่านั้น จำเลยที่ 1 มิได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในส่วนของจำเลยที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4799/2552

จำเลยมิได้เป็นผู้สร้างตึกแถวพร้อมกันสาด แต่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเดิมเป็นผู้สร้างในที่ดินของตนเองโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่มีกฎหมายที่ยกมาปรับคดีได้จึงต้องนำ ป.พ.พ. มาตรา 4 มาใช้บังคับโดยอาศัยเทียบบทกฎห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้