Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 488/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญามีใจความว่า เจ้าของที่ดินให้จำเลยสร้างอาคารในที่ดินแล้วเรียกค่าก่อสร้างจากผู้เช่าอาคารอาคารที่สร้างขึ้นยอมให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้สร้าง สัญญานี้เป็นสัญญาต่างตอบแทนแม้ต่อมาผู้ให้สร้างจะตายตามกฎหมายหรือโดยสภาพก็ไม่ใช่เป็นการเฉพาะตัวของผู้ตายโดยแท้ สิทธิและหน้าที่ตามสัญญาย่อมตกทอดยังทายาท ทายาทต้องผูกพันตามสัญญานั้น ผู้จัดการมรดกถูกฟ้องตามสัญญาได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ปฏิบัติตามสัญญาศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ชั้นอุทธรณ์

จำเลยอุทธรณ์อ้างเหตุเป็นประเด็นหลายประการ ศาลอุทธรณ์ยกประเด็นที่ว่าสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาระหว่างโจทก์กับนางสาวสงวนศรี สามัคคีนนท์ ตกทอดมายังทายาทและผูกพันให้จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ต้องปฏิบัติตามสัญญานั้นหรือไม่ชั้นพิจารณาก่อนโดยวินิจฉัยว่า ตามฟ้องและข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบปรากฏว่าโจทก์ยังไม่ได้ลงมือก่อสร้างตึกแถวและตลาดที่โจทก์จะต้องก่อสร้างตามสัญญาที่โจทก์ทำไว้กับนางสงวนศรี สามัคคีนนท์ จึงถือไม่ได้ว่าการดำเนินกิจการของโจทก์อยู่ในระหว่างก่อสร้าง สิทธิและหน้าที่ตามสัญญาจึงไม่ตกไปยังทายาทดังที่กำหนดไว้ตามสัญญาข้อ 11 ฉะนั้นเมื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับมรดกที่ดินโจทก์จะปลูกสร้างตามสัญญาโดยพินัยกรรม

จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องผูกพันปฏิบัติตามสัญญาหมาย จ.3 ส่วนจำเลยที่ 1 เป็นเพียงผู้ให้ความยินยอมให้นางสงวนศรี สามัคคีนนท์ ทำสัญญไม่ใช่คู่สัญญากับโจทก์ จึงไม่ต้องปฏิบัติตามสัญญาหมาย จ.3 ทั้งในฐานะส่วนตัวและใน ฐานะผู้จัดการมรดก ฯลฯ สิทธิอันเกิดจากสัญญาเป็นสิทธิผูกพันเฉพาะตัวนางสงวนศรี สามัคคีนนท์ เท่านั้น เมื่อโจทก์ยังมิได้ลงมือก่อสร้างตึกแถวและตลาดสดบนที่ดินของนางสงวนศรี สามัคคีนนท์ อันมีผลทำให้ตึกแถวและตลาดกลายเป็นส่วนควบของที่ดินในภายหน้าตามสัญญา ทั้งไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินไว้ด้วย สิทธิตามสัญญาหมาย จ.3 ของนางสงวนศรี สามัคคีนนท์ จึงเป็นการเฉพาะตัว ไม่เป็นมรดกตกทอดไปยังทายาท โจทก์จึงฎีกาขึ้นมาเป็นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่าสิทธิตามสัญญาเอกสารหมาย

จ.3 เป็นสิทธิเฉพาะตัวของนางสงวนศรี สามัคคีนนท์ ผู้ตายโดยแท้หรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์กับนางสงวนศรี สามัคคีนนท์ ได้ทำสัญญาหมาย จ.3 ไว้เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2510 นางสงวนศรี สามัคคีนนท์ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2514 จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกนางสงวนศรี สามัคคีนนท์ ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์รวมทั้งที่พิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 สัญญาหมาย จ.3 มีใจความว่า ผู้ให้สร้าง(คือนางสงวนศรี สามัคคีนนท์) เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 1498 ตำบลโสนลอย (หนองเชียงโคตร) อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ยอมให้ผู้รับสร้าง (คือโจทก์) มีสิทธิปลูกตึกแถว ตลาดสดและตลาดขายผ้าบนที่ดินโฉนดดังกล่าวโดยไม่เรียกร้องเอาค่าหน้าดิน

เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ผู้รับสร้างมีสิทธิเรียกค่าก่อสร้างได้แต่ผู้เดียว ถ้าผู้รับสร้างเรียกค่าก่อสร้างยังไม่ครบทุนการก่อสร้าง ผู้ให้สร้างยินยอมให้ผู้รับสร้างเรียกค่าเช่าได้อีกต่อไปจนกว่าจะครบทุนการก่อสร้างสิทธิเรียกค่าเช่าจึงจะตกเป็นของผู้ให้สร้าง ผู้รับสร้างตกลงออกค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้เช่าผู้อาศัยปลูกอาคารอยู่เดิมในที่ดินในราคาพอสมควรที่ผู้รับสร้างจะพอใจ แล้วแต่ผู้ให้สร้างจะดำเนินการโดยวิธีหนึ่งวิธีใดเพื่อให้ที่ดินอยู่ในสภาพว่างเปล่า ตึกแถวและตลาดที่สร้างขึ้น ผู้รับสร้างยอมให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้สร้างต่อเมื่อผู้รับสร้างได้เก็บเงินค่าก่อสร้างจากผู้เช่าเรียบร้อยแล้ว ผู้ให้สร้างจะเป็นผู้ทำสัญญาเช่าโดยตรงกับผู้เช่าโดยมีกำหนดการเช่า 30 ปี ในระหว่างก่อสร้างถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่กรรมลงไป

สัญญานี้โอนให้ผู้รับมรดกตกทอดดำเนินการตามสัญญาต่อไปได้ ผู้รับสร้างจะทำการก่อสร้างตึกแถวและตลาดให้เสร็จภายใน 3 ปี นับจากวันได้รับมอบที่ดินในสภาพว่างเปล่าจากผู้ให้สร้างแล้วเป็นต้นไป ถ้าไม่เสร็จภายใน 3 ปี ยอมให้ผู้ให้สร้างปรับวันละ 100 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาหมาย จ.3 ดังกล่าว เป็นสัญญาต่างตอบแทนระหว่างโจทก์และนางสงวนศรี สามัคคีนนท์ กล่าวคือ โจทก์และนางสงวนศรีสามัคคีนนท์ ต่างมีหนี้ที่จะต้องปฏิบัติการชำระต่อกันตามที่กำหนดไว้ในสัญญา สัญญาเช่นนี้ตามกฎหมายหรือว่าโดยสภาพแล้วไม่ใช่เป็นการเฉพาะตัวของนางสงวนศรี สามัคคีนนท์ ผู้ตายโดยแท้ สิทธิและหน้าที่ตามสัญญย่อมตกทอดแก่ทายาท ข้อความในสัญญาข้อ 11 ที่ว่า "ในระหว่างก่อสร้าง ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่กรรมลง สัญญานี้โอนให้ผู้รับมรดกตกทอดดำเนินการตามสัญญานี้ต่อไปได้" ไม่มีความหมายบังคับว่า ถ้ายังไม่มีการก่อสร้าง สัญญาจะต้องระงับไปโดยความตายของคู่สัญญา ฉะนั้นเมื่อนางสงวนศรี สามัคคีนนท์ ตาย สิทธิและหน้าที่ตามสัญญาหมาย

จ.3 ย่อมตกทอดแก่ทายาทตามบทบัญญัติของกฎหมาย คือจำเลยที่ 2 (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1600) จำเลยที่ 2 ต้องผูกพันตามสัญญานั้น จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสงวนศรี สามัคคีนนท์ ผู้ตายย่อมมีหน้าที่ต้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามสัญญาด้วยเพราะผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ที่จะทำการอันจำเป็นเพื่อให้การเป็นไปตามคำสั่งแจ้งชัดหรือโดยปริยายแห่งพินัยกรรมและเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไปหรือเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1719) ทั้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1737 ก็บังคับว่า ในกรณีที่เจ้าหนี้กองมรดกเรียกร้องให้บังคับสิทธิเรียกร้องต่อทายาท ถ้ามีผู้จัดการมรดก ให้เจ้าหนี้เรียกเข้ามาในคดีด้วย

สำหรับจำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดหรือไม่เพียงใดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงอีกส่วนหนึ่ง และโดยที่ยังมีประเด็นอีกหลายข้อที่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัย สมควรส่งสำนวนคืนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อให้พิพากษาใหม่ในประเด็นอื่น ๆ ที่จำเลยอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ตามนัยที่กล่าวข้างต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นศาลฎีกาให้ศาลอุทธรณ์รวมสั่งเมื่อพิพากษาใหม่"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร · สุไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้