Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4892/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องอ้างว่าโจทก์ทั้งสี่มีสัญชาติไทย ถูกจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสัญชาติและพระราชบัญญัติบัตรประจำตัว ประชาชนเพิ่มชื่อโจทก์ทั้งสี่ลงในทะเบียนบ้านญวนอพยพ และปฏิเสธไม่รับคำร้องขอของโจทก์ที่ 2ที่ขอมีบัตรประจำตัวประชาชน ดังนี้มีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิของโจทก์ทั้งสี่ตามกฎหมายแพ่ง โจทก์ทั้งสี่จึงมีอำนาจฟ้องจำเลย โจทก์ที่ 1 เป็นบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยโดยมารดาเป็นคนต่างด้าว แต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย ในขณะที่เกิดมารดาเป็นผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง โจทก์ที่ 1 จึงย่อมเป็นผู้ถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1 โจทก์ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เกิดในราชอาณาจักรไทย ส่วนมารดาคือโจทก์ที่ 1 ได้สัญชาติไทยโดยการเกิด โจทก์ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4จึงได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508มาตรา 7(3) เมื่อขณะที่โจทก์ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เกิดนั้นโจทก์ที่ 1 ยังมีสัญชาติไทย มิใช่คนต่างด้าว โจทก์ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 จึงหาถูกเพิกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ข้อ 1 ไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 มาตรา 7 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 มาตรา 1

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นคนสัญชาติไทย จำเลยที่ ๑เป็นหัวหน้าสำนักงานกิจการญวนอพยพจังหวัดอุบลราชธานี จำเลยที่ ๒เป็นนายอำเภอเมืองอุบลราชธานี จำเลยที่ ๓ เป็นผู้อำนวยการกองบัตรประจำตัวประชาชน กรมการปกครอง และจำเลยที่ ๔ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จำเลยที่ ๑ อ้างโจทก์ทั้งสี่เป็นคนต่างด้าว และได้เพิ่มชื่อโจทก์ทั้งสี่ลงในทะเบียนบ้านญวนอพยพจำเลยที่ ๒ อ้างว่าโจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๔ เป็นคนญวนอพยพ และไม่ยอมออกบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่โจทก์ที่ ๒ การกระทำของจำเลยที่ ๑และที่ ๒ เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายและเป็นการกระทำตามหน้าที่ราชการ จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จึงต้องร่วมรับผิดด้วย ขอให้พิพากษาว่าโจทก์ทั้งสี่เป็นคนสัญชาติไทยให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๔ ร่วมกรับออกบัตรประจำตัวประชาชนให้แก่โจทก์ที่ ๒

จำเลยทั้งสี่ให้การว่า จำเลยทั้งสี่ไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์จำเลยที่ ๑ ไม่เคยเพิ่มชื่อโจทก์ทั้งสี่ลงในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ไม่เคยปฏิเสธการขอมีบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ที่ ๒ ถึงแม้ว่าโจทก์ที่ ๑ จะเกิดในราชอาณาจักรไทยแต่บิดามารดาของโจทก์ที่ ๑ เป็นคนญวนอพยพ โจทก์ที่ ๑ ถึงที่ ๔จึงต้องถูกถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗ลงวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๑๕ จำเลยที่ ๔ เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติสัญชาติ ไม่มีอำนาจที่จะปฏิเสธคำร้องขอมีบัตรประจำตัวประชาชน การได้สัญชาติของโจทก์ทั้งสี่ย่อมเป็นไปตามกฎหมายไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ขอให้ยกฟ้อง ในระหว่างการพิจารณา จำเลยที่ ๓ ถึงแก่กรรม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๓

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นคนสัญชาติไทย ให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๔ ร่วมกันออกบัตรประจำตัวประชาชนแก่โจทก์ที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔มีสัญชาติไทยให้ยกฟ้องของโจทก์ที่ ๑ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่โจทก์ทั้งสี่อ้างว่าโจทก์ทั้งสี่มีสัญชาติไทย จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๔ ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสัญชาติและพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชนได้เพิ่มชื่อโจทก์ทั้งสี่ลงในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ และปฏิเสธไม่รับคำร้องของโจทก์ที่ ๒ ที่ขอมีบัตรประจำตัวประชาชนจึงมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิของโจทก์ทั้งสี่ตามกฎหมายแพ่ง โจทก์ทั้งสี่ชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลได้ โจทก์ทั้งสี่จึงมีอำนาจฟ้อง ปัญหาว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นคนสัญชาติไทยหรือไม่นั้น สำหรับโจทก์ที่ ๑ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ดจทก์ที่ ๑ เป็นบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยมารดาเป็นคนต่างด้าว แต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย และในขณะที่เกิดมารดาเป็นผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองซึ่งตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗ ข้อ ๑ บัญญัติว่า"ให้ถอนสัญชาติไทยของบรรดาบุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาเป็นคนต่างด้าวหรือมารดาเป็นคนต่างด้าว แต่ไม่ปรากฏบิดาที่ชอบด้วยกฎหมาย และในขณะที่เกิดบิดาหรือมารดานั้นเป็น (๑)

ผู้ที่ได้รับการผ่อนผันให้พักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยเป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย (๒) ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว หรือ (๓) ผู้ที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ทั้งนี้ เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเห็นสมควรและสั่งเฉพาะรายเป็นประการอื่น" โจทก์ที่ ๑ จึงถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าว สำหรับโจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าเกินใราชอาณาจักรไทยเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ พ.ศ. ๒๕๑๓ และ พ.ศ. ๒๕๑๔ตามลำดับ บิดามารดาคือนายสมคิด สัญชาติไทย กับโจทก์ที่ ๑ ขณะที่โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ เกิดนั้น มารดาคือโจทก์ที่ ๑ ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามพระราชบัญญัติสัญชาติ

พ.ศ. ๒๕๐๘มาตรา ๗(๓) ดังนั้น โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ จึงได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามกฎหมายดังกล่าวด้วย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๗ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ คือหลังจากที่โจทก์ที่ ๒ที่ ๓ และที่ ๔ เกิดแล้ว ดังนั้นขณะที่โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔เกิดนั้น โจทก์ที่ ๑ ยังมิได้ถูกถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าว โจทก์ที่ ๑ ยังคงมีสัญชาติไทยอยู่ มิใช่คนต่างด้าวโจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ จึงหาถูกเพิกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวไม่ แม้ภายหลังโจทก์ที่ ๑ จะได้ถูกถอนสัญชาติไทยก็ตาม ก็ไม่ทำให้โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ กลายเป็นบุตรที่เกิดจากมารดาเป็นคนต่างด้าว เพราะขณะที่โจทก์ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ เกิด โจทก์ที่ ๑ ได้สัญชาติไทยโดยถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุวิทย์ ธีรพงษ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1495/2529

โจทก์ฟ้องว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจำเลยที่3ออกคำสั่งให้ปลัดเทศบาลจำเลยที่5จดข้อความลงในทะเบียนบ้านว่าโจทก์ทั้งหกเป็นญวนอพยพโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจำเลยที่1และปลัดกระทรวงมหาดไทยจำเลยที่2ผู้บังคับบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4744/2533

ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1(3) ที่ให้ถอนสัญชาติไทยแก่บุคคลที่เกิดในราชอาณาจักรไทยโดยบิดาเป็นคนต่างด้าวหรือมารดาเป็นคนต่างด้าว แต่ไม่ปรากฏบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายและขณะที่เกิดบิดาหรือมารดานั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6184/2533

การที่โจทก์ทั้งสิบสามไปรายงานตัวต่อสำนักงานกิจการญวนอพยพจังหวัดอุบลราชธานีว่าเป็นคนญวนอพยพตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศให้คนญวนอพยพที่มีอายุ 12 ปี ขึ้นไปมารายงานตัวต่อสำนักงานกิจการญวนอพยพก็เพราะกลั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 989/2533

แม้จำเลยเพิ่งมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานกิจการญวนอพยพจังหวัดอุบลราชธานี ภายหลังจากได้มีการจดแจ้งชื่อโจทก์ลงในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพแล้วก็ตาม แต่ฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของโจทก์มีสาระสำคัญขอให้จำเลยซึ่งเป็นห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5185/2533

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งเก้า เป็นคนสัญชาติไทย จำเลยอ้างว่าโจทก์ทั้งเก้า เป็นคนญวนอพยพ แล้วเพิ่มชื่อโจทก์ทั้งเก้า ลงในทะเบียนบ้านคนญวนอพยพ โจทก์ทั้งเก้า ได้บอกกล่าวให้จำเลยถอนชื่อออกจากทะเบียนบ้านคนญวนอพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้