Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 49/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำฟ้องของโจทก์แม้มิได้บรรยายว่าใครเป็นตัวแทนหรือเชิดบุคคลใดเป็นตัวแทนแต่โจทก์ก็ได้บรรยายว่า จำเลยกระทำการโดยตัวแทนผู้จัดการดำเนินกิจการของจำเลย เมื่ออ่านข้อความทั้งหมดแล้วเห็นได้ว่าโจทก์ฟ้องขอให้บังคับชำระหนี้ที่ตัวแทนได้ก่อขึ้นในการก่อสร้างที่จำเลยประมูลได้ย่อมเป็นฟ้องที่ชัดแจ้งซึ่งทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว การตั้งตัวแทนที่ต้องทำหรือมีหลักฐานเป็นหลักฐาน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 นั้น มิได้หมายรวมถึงการเป็นตัวแทนโดยการเชิดตามมาตรา 821 แม้บริษัทจำเลยจะได้จ้าง ฉ. และ ก. เป็นผู้รับเหมาช่วงทำการก่อสร้างการประปาซึ่งจำเลยเป็นผู้ประมูลได้ แต่จำเลยได้แสดงออกต่อประชาชนทั่วไปว่าบริษัทจำเลยเป็นผู้ก่อสร้างเอง โดยทำป้ายปักไว้ ณ ที่ก่อสร้างว่าบริษัทจำเลยเป็นผู้ก่อสร้าง ทั้งจำเลยได้มีหนังสือถึงผู้รับเหมาว่าได้มอบให้ ส. ช่างประจำบริษัทจำเลย และ ฉ. เป็นตัวแทนของจำเลยประจำสถานที่ก่อสร้างถือได้ว่าบริษัทจำเลยได้เชิด ฉ., ส. และ ก. เป็นตัวแทนของตน จำเลยต้องรับผิดชำระเงินค่าวัสดุก่อสร้างซึ่งบุคคลทั้งสามนั้นได้ซื้อจากโจทก์ไปใช้ในการก่อสร้างแก่โจทก์ผู้ขาย ซึ่งเชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลทั้งสามเป็นตัวแทนของจำเลย แม้ภายหลังโจทก์จะทราบว่าบุคคลทั้งสามนั้นไม่ใช่ตัวแทนของจำเลยก็หาทำให้จำเลยพ้นความรับผิดไม่ โจทก์ฟ้องบริษัทจำเลยให้รับผิดชำระหนี้ที่ผู้จัดการดำเนินการก่อสร้างกระทำแทนบริษัทจำเลย เมื่อคดีฟังได้ว่าจำเลยได้เชิดผู้ดำเนินการก่อสร้างเป็นตัวแทนของตน ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยรับผิดได้ไม่เป็นการนอกคำฟ้องคำขอ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญารับเหมากับเทศบาลเมืองภูเก็ตทำการก่อสร้างประปาเพิ่มเติม จำเลยโดยผู้ดำเนินการก่อสร้างของจำเลยได้ซื้อสิ่งของและสินค้าต่าง ๆ ไปจากโจทก์เกี่ยวกับการก่อสร้างดังกล่าว และจ้างโจทก์ขุดเจาะปรับพื้นที่ที่ใช้ในการก่อสร้าง เป็นหนี้โจทก์อยู่ ๙๘,๑๕๕ บาท ขอให้ศาลบังคับ

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ทำการก่อสร้างงานที่ตนทำสัญญากับเทศบาลเมืองภูเก็ต แต่ได้จ้างนายเฉลิมพงศ์และนายกิตติเป็นผู้รับเหมาช่วง จำเลยไม่เคยซื้อสินค้าจากโจทก์และไม่เคยว่าจ้างโจทก์ บุคคลทั้งสองไม่ใช่ตัวแทนของจำเลย หนี้ที่บุคคลทั้งสองก่อขึ้นได้ชำระหมดสิ้นแล้ว ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยได้เชิดนายสมนึก นายเฉลิมพงศ์ และนายกิตติเป็นตัวแทนของจำเลย จำเลยต้องรับผิดในการกระทำของบุคคลทั้งสาม พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ส่วนที่ค้างชำระ

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาประชุมปรึกษาแล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าใครเป็นตัวแทนของจำเลยหรือจำเลยเชิดบุคคลใดเป็นตัวแทนจึงเป็นฟ้องเคลือบคลุมนั้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์ได้ระบุไว้ว่าจำเลยโดยตัวแทนผู้ดำเนินกิจการรับเหมาก่อสร้างการประปาจังหวัดภูเก็ต แม้ในตอนต่อมาว่าด้วยการก่อสร้างปรับพื้นที่โจทก์จะมิได้บรรยายว่าจำเลยเป็นผู้ว่าจ้างโดยมิได้บรรยายว่าเป็นการกระทำของตัวแทนก็ดี แต่เมื่อผ่านฟ้องตลอดแล้วเห็นได้ว่าโจทก์ฟ้องขอให้บริษัทจำเลยชำระหนี้ที่ตัวแทนได้ก่อขึ้นในกิจการก่อสร้างประปาที่จำเลยเป็นผู้ประมูลรับเหมาได้ เป็นคำฟ้องที่ชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหา ซึ่งจำเลยสามารถเข้าใจและต่อสู้คดีได้ถูกต้อง ฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม ข้อที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ค่าซื้อขายอันมีราคากว่า ๕๐๐ บาท

การตั้งตัวแทนเพื่อการนั้นจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือมาสืบจำเลยจึงจะต้องรับผิดนั้น เห็นว่าการตั้งตัวแทนซึ่งต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้นหมายถึงกรณีตัวแทนโดยแต่งตั้งแสดงออกชัดเท่านั้น หาหมายถึงตัวแทนโดยปริยายตามมาตรา ๗๙๗ หรือโดยการเชิดบุคคลใดว่าเป็นตัวแทนหรือรู้แล้วยอมให้บุคคลใดแสดงตนเป็นตัวแทนตามมาตรา ๘๒๑ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ คดีนี้ได้ความว่าบริษัทจำเลยเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างปรับปรุงการประปาเพิ่มเติมในเขตเทศบาลเมืองภูเก็ต แม้บริษัทจำเลยจะได้ตกลงให้นายเฉลิมพงศ์กับนายกิตติร่วมกันรับเหมาช่วง แต่ในการก่อสร้างนี้บริษัทจำเลยได้แสดงออกต่อเทศบาลเมืองภูเก็ตผู้เป็นคู่สัญญา และบุคคลทั้งหลายทั่วไปว่า

บริษัทจำเลยเป็นผู้กระทำการเองโดยจัดทำป้ายปักไว้มีข้อความว่าบริษัทจำเลยเป็นผู้ก่อสร้าง ทั้งบริษัทจำเลยได้มีหนังสือแจ้งต่อเทศบาลเมืองภูเก็ตว่า บริษัทจำเลยแต่งตั้งนายสมนึกช่างประจำบริษัทจำเลย และนายเฉลิมพงศ์เป็นตัวแทนของจำเลยประจำ ณ สถานที่ก่อสร้าง ดังนี้ เห็นได้ว่าจำเลยเชิดนายสมนึก นายเฉลิมพงศ์ และนายกิตติ เป็นตัวแทนของจำเลยทำการก่อสร้างตามสัญญา และบุคคลทั้งสามก็ได้สั่งซื้อสินค้าของห้างโจทก์ไปใช้ในการก่อสร้างและว่าจ้างโจทก์ปรับพื้นที่ พยานหลักฐานฟังได้ว่าโจทก์เชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลทั้งสามได้สั่งซื้อสินค้าและว่าจ้างห้างโจทก์ในนามของบริษัทจำเลย มิได้กระทำเป็นการส่วนตัว บริษัทจำเลยจะต้องชำระหนี้ค่าสิ่งของและค่าจ้างแก่ห้างโจทก์

แม้ภายหลังต่อมาตอนบริษัทจำเลยจะชำระหนี้ที่ค้างบางส่วนจำนวน ๗๐,๐๐๐ บาท นายประสาทหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างโจทก์จะรู้ว่านายกิตติและนายเฉลิมพงศ์เป็นผู้รับเหมาช่วง ก็หาเป็นเหตุให้บริษัทจำเลยหลุดพ้นจากความรับผิดไม่ สำหรับที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยเชิดบุคคลใดเป็นตัวแทนจะหยิบยกข้อเท็จจริงขึ้นตัดสินให้จำเลยรับผิดไม่ได้ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๒ นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บริษัทจำเลยรับผิดชำระหนี้ที่ผู้จัดการดำเนินการก่อสร้างกระทำแทนบริษัทจำเลยตามกฎหมายลักษณะตัวการตัวแทน เมื่อคดีฟังว่าบริษัทจำเลยได้เชิดผู้ดำเนินการก่อสร้างเป็นตัวแทนของบริษัทจำเลยแล้ว ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยรับผิดได้ไม่เป็นการนอกคำฟ้องคำขอ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาให้จำเลยรับผิด ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วัฒน์ ผดุงจิตร · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สนิท อังศุสิงห์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายวิชัย วิสิทธวงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายวรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8191/2538

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2534จำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 1 หรือกระทำการในฐานะส่วนตัวได้ทำหนังสือสัญญาเข้าร่วมแสดงสินค้ากับโจทก์ โดยแจ้งความประสงค์ว่าต้องการใช้พื้นที่ในการจัดแส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1122/2519

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยมอบให้ ส. เป็นตัวแทนทำสัญญาจะขายที่ดินให้โจทก์ แล้วจำเลยผิดสัญญาไม่จัดการโอนให้ ดังนี้ การที่ศาลวินิจฉัยว่า ส. เป็นตัวแทนเชิดของ จำเลยมิใช่เป็นการวินิจฉัยนอกฟ้อง เพราะตัวแทนกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2573/2546

การที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 รู้เห็นและยินยอมให้จำเลยที่ 2 มารดาเป็นคู่สัญญาฝ่ายผู้จะขาย ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ฝ่ายผู้จะซื้อ แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ลงลายมือชื่อไว้ในสัญญาในฐานะคู่สัญญาฝ่ายผู้จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1947/2545

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้เป็นเงินตราต่างประเทศ การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเป็นเงินตราต่างประเทศพร้อมกับให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทตามอั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้