Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 49/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พยานโจทก์ไม่เคยรู้จักคนร้ายทั้งสองมาก่อน วันเกิดเหตุเวลากลางวันคนร้ายทั้งสองเข้ามาสั่งสุราและกระทิงแดง อย่างละหนึ่งขวดนั่งดื่ม ตามปกติอยู่ในร้านของโจทก์ร่วม ไม่มีอาวุธร้ายแรงติดตัวและยังสั่งอาหารมารับประทานอีกด้วย ขณะคนร้ายทั้งสองรับประทานอาหารก็มีลูกค้าคนอื่นเข้ามารับประทานอาหาร 1 คน และมีคนมาติดต่อธุระกับบุตรสาวของโจทก์ร่วมอีก 1 คน คนร้ายรับประทานอาหารนานประมาณ1 ชั่วโมง ไม่มีพิรุธใด ๆ ที่เป็นเหตุให้โจทก์ร่วมและพยานโจทก์สนใจเป็นพิเศษกว่าลูกค้ารายอื่น ๆ ขณะเกิดเหตุ คนร้ายใช้มีดปังตอฟันโจทก์ร่วมเป็น เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นโดยรวดเร็ว เชื่อ ว่าพยานโจทก์จำคนร้ายได้เพียงคลับคล้ายคลับคลา โดยจดจำเครื่องแต่งกายเป็นหลักเมื่อดู ภาพถ่ายคนร้ายพยานโจทก์ต้องดู ภาพถ่ายถึง 3 รอบ และใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมง แสดงว่าพยานไม่แน่ใจ ปรากฏว่าจำเลยได้ลาออกไปจากบริษัทที่พยานไปดู ภาพถ่ายประวัติคนงานในหลายเดือนแล้ว พยานโจทก์อาจจำคนร้ายผิดพลาดว่าเป็นจำเลยก็ได้หลังจากเกิดเหตุ ประมาณเดือนครึ่ง เจ้าพนักงานตำรวจพาพยานโจทก์ไปดู ตัวจำเลยซึ่ง บวชเป็นพระภิกษุ พยานโจทก์บางปากไม่ยอมชี้ ตัวจำเลยว่าเป็นคนร้าย ในครั้งแรกโดยอ้างว่ากลัวบาป แสดงว่าพยานโจทก์ปากดังกล่าวไม่แน่ใจเกี่ยวกับคนร้าย หลังจากเกิดเหตุจำเลยไม่ได้หลบหนี แต่กลับมาพบเจ้าพนักงานตำรวจโดยดีและยอมให้สึกจากพระภิกษุ แสดงถึงความบริสุทธิ์ ของจำเลยคดีมีเหตุสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 227 วรรคสอง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันใช้มีดปังตอฟันนางพรพรรณหลายทีโดยเจตนาฆ่า แต่แพทย์รักษาได้ทันท่วงที นางพรพรรณจึงไม่ถึงแก่ความตายเพียงแต่ได้รับอันตรายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 83, 288จำเลยให้การปฏิเสธระหว่างการพิจารณานางพรพรรณ เพลินไพศาล ผู้เสียหายขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83 ให้จำคุกมีกำหนด 12 ปีจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่า พยานโจทก์และโจทก์ร่วมเบิกความขัดแย้งแตกต่างกัน ไม่น่าจะจำคนร้ายได้พยานหลักฐานที่อยู่ของจำเลยสามารถรับฟังหักล้างพยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมได้นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ร่วมนางสาวจรัญญา บุตรสาวโจทก์ร่วม นางสาวสายบัว และนางสาววิเชียร ลูกจ้างโจทก์ร่วมจะเบิกความว่า คนร้ายคนหนึ่งคือจำเลย จำเลยกับพวกแต่งกายชุดพนักงานบริษัท ช.สยามโลหะภัณฑ์ จำกัด มีเสื้อสีส้มพาดบ่า ก็ได้ความจากพยานดังกล่าวว่า ไม่เคยรู้จักคนร้ายทั้งสองมาก่อน ถ้ามิใช่ลูกค้าประจำก็จะจำไม่ได้ และตามพฤติการณ์แห่งคดีที่คนร้ายทั้งสองเข้ามาในร้านโจทก์ร่วม ก็มาสั่งสุราและกระทิงแดงอย่างละ 1 ขวดดื่มตามปกติ ไม่มีอาวุธร้ายแรงติดตัวมาด้วยแล้วยังสั่งไก่ผัดใบกะเพรามมารับประทานอีกด้วย ซึ่งขณะคนร้ายทั้งสองรับประทานอยู่นั้น

ก็มีลูกค้าคนอื่นมารับประทานอาหาร 1 คน และมีคนมาติดต่อธุระกับนางสาวจรัญญาอีก 1 คน นางสาวจรัญญาทำไก่ผัดใบกะเพราเสร็จก็ขึ้นไปชั้นบนให้นางสาวสายบัวนำไปให้คนร้ายทั้งสอง ส่วนนางสาววิเชียรล้างผักอยู่หลังร้าน โจทก์ร่วมนั่งแกะถั่วลันเตาอยู่ที่โต๊ะขายของ นับแต่คนร้ายทั้งสองเข้ามาในร้านโจทก์ร่วม และรับประทานอาหารมาจนถึงเวลา 8 นาฬิกาเศษ ไม่มีพิรุธใด ๆ ที่เป็นเหตุให้โจทก์ร่วมและพยานโจทก์ทั้งสี่ปากดังกล่าวสนใจเป็นพิเศษกว่าลูกค้ารายอื่น ๆ พฤติการณ์ที่คนร้ายคนหนึ่งถามโจทก์ร่วมถึงห้องน้ำโจทก์ร่วมบอกว่าอยู่ทางหลังร้าน คนร้ายนั้นก็เดินไป แล้วไปกอดและทำร้ายนางสาววิเชียรก็เป็นเหตุการณ์ที่รวดเร็ว เมื่อโจทก์ร่วมเห็นเหตุการณ์ได้บอกคนร้ายอีกคนหนึ่งที่อ้างว่าเป็นจำเลยให้ไปห้ามคนร้ายนี้ได้เดินไปเอามีดปังตอที่วางอยู่มาฟันโจทก์ร่วมหลายครั้งจนเลือดท่วมตัว

สลบไป แล้วคนร้ายทั้งสองได้หลบหนีไป ก็เป็นเหตุการณ์โดยรวดเร็ว แม้พยานดังกล่าวจะจำคนร้ายได้ ก็เชื่อว่า จำได้เพียงคลับคล้ายคลับคลา โดยจดจำเครื่องแต่งกายเป็นหลัก ดังนี้เมื่อร้อยตำรวจเอกสัมพันธ์ เบญจศิริกับพวกมาที่เกิดเหตุ ทราบถึงเครื่องแต่งกายของคนร้ายทั้งสองว่า คนร้ายทั้งสองเป็นคนงานของบริษัท ช.สยามโลหะภัณฑ์ จำกัด จึงพานางสาวจรัญญา นางสาวสายบัวนางสาววิเชียรไปดูภาพถ่ายประวัติคนงานของบริษัทดังกล่าวซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 400 ถึง 500 คน ได้ความจากนางสาวสายบัวว่า ดูรูปถ่ายอยู่ถึง 3 รอบ ใช้เวลา 2 ชั่วโมง จึงชี้เอาภาพถ่ายจำเลยกับนายวีระศักดิ์ มาลาดาษ ว่าเป็นคนร้าย การดูภาพถ่ายถึง 3 รอบและนานถึง 2 ชั่วโมงเช่นนี้

แสดงว่าพยานดังกล่าวไม่แน่ใจ หากจำได้แม่นยำดูครั้งแรกก็ควรจะสามารถชี้ได้ ทั้งปรากฏว่าจำเลยได้ลาออกจากบริษัทดังกล่าวไปหลายเดือนแล้ว พยานดังกล่าวอาจจำคนร้ายผิดพลาดว่าเป็นจำเลยก็ได้ หลังจากนั้นอีกเดือนหนึ่งเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจพานางสาวสายบัว และนางสาวจรัญญาไปดูตัวจำเลยซึ่งบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดบางหญ้าแพรก นางสาวสายบัวไม่ยอมชี้ตัวจำเลยว่าเป็นคนร้ายในครั้งแรก อ้างว่ากลัวบาป ยิ่งแสดงว่านางสาวสายบัวไม่แน่ใจ ทั้งปรากฏว่าจำเลยได้ออกมาพบนางสาวสายบัวและเจ้าพนักงานตำรวจถึงสองครั้งคือทั้งตอนเช้าและตอนเพล จำเลยได้บอกแก่นางสาวสายบัวและเจ้าพนักงานตำรวจว่าวันเวลาที่เกิดเหตุ จำเลยทำงานอยู่ในโรงงานบริษัท ยู ซี

เอ จำกัด ที่ซอยวัดกิ่งแก้ว หากจำเลยเป็นคนร้ายจริงก็น่าจะหลบหนีไปเสียแต่ตอนเช้าหลังจากนางสาวสายบัวและเจ้าพนักงานตำรวจกลับไป หรือเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจพานางสาวสายบัวมาดูตัวครั้งที่สอง จำเลยก็น่าจะหลบหนีไปเสียก่อนได้ แต่จำเลยกลับมาพบเจ้าพนักงานตำรวจโดยดี และยอมให้สึกจากพระภิกษุ แสดงถึงความบริสุทธิ์ของจำเลย ข้ออ้างถึงฐานที่อยู่ของจำเลย จำเลยก็บอกแก่เจ้าพนักงานตำรวจเมื่อไปดูตัวครั้งแรกและปฏิเสธตลอดมา ในชั้นพิจารณานอกจากจำเลยอ้างตนเองเบิกความยืนยันแล้ว จำเลยมีนางสาวธนาพรศิริวงษ์ชัย เสมียนของนายทองใบ โพธิ์ทอง ผู้รับเหมาก่อสร้างโรงงานบริษัท ยู ซี เอ จำกัด นายอโนทัย ศรีหิรัญ นายวีระศักดิ์ดอนขาวไพร (คนละคนกับนายวีระศักดิ์

มาลาดาษ ซึ่งทำงานอยู่บริษัท ช.สยามโลหะภัณฑ์ จำกัด) คนงานของนายทองใบมาเบิกความเป็นพยานและมีบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของนายสมปอง โพธิ์ทองน้องชายของนายทองใบ โพธิ์ทอง เจ้าของผู้รับเหมาก่อสร้างโรงงาน บริษัท ยู ซี เอจำกัด เอกสารหมาย ล.3 กับมีสมุดการทำงาน การจ่ายเงิน เอกสารหมาย ล.1และสมุดพกการคุมเวลาการทำงาน เอกสารหมาย ล.2 มาแสดงเป็นหลักฐานว่าวันเวลาเกิดเหตุจำเลยทำงานในงานก่อสร้างโรงงานบริษัท ยู ซี เอ จำกัดในซอยวัดกิ่งแก้ว ซึ่งพยานจำเลยดังกล่าวล้วนแต่เป็นคนภายนอก หากไม่เป็นความจริง คงไม่กล้ามาเบิกความต่อศาล ส่วนเอกสารหมาย ล.1 ถึงล.2 ก็ล้วนแต่เป็นพยานหลักฐานน่าเชื่อถือ เพราะมีสภาพเป็นเล่มเก่าและมีรายชื่อจำเลย

พยานจำเลยและคนงานอื่นเกือบ 100 คน แสดงการมาทำงานและลงชื่อรับเงินไว้ด้วย ไม่มีสภาพทำขึ้นภายหลังเพื่อช่วยเหลือจำเลย เมื่อพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ โจทก์ร่วมกับพยานหลักฐานจำเลยแล้ว คดีจึงมีเหตุสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลย ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาจำเลยฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้